ลูกประสบผลสำเร็จ มีค่ากว่ารางวัลเกียรติยศใดๆ

        วันนี้เป็นวันที่มีความสุขวันหนึ่ง  จากที่เมื่อวานนี้มีความทุกข์และกังวลใจเป็นอย่างมาก  เพราะลูกชายนายกวางเขาบอกว่าวันจันทร์เป็นวันประกาศผลสอบ

      ตอนลูกจบ ม.3  เคี่ยวเข็ญให้ลูกเรียน ม.4  ลูกบอกว่าลูกเรียนไม่เก่งขอเรียน เทคนิคได้มั๊ย  ทะเลาะกับลูกบ้านเกือบแตก  ทำไมลูกจึงดื้อ  ไม่เดินตามทางที่แม่วางให้เดิน    แต่ต้องยอมเพราะลูกบอกว่าขอสอบดูก่อนนะแม่  ถ้าผมสอบไม่ได้  แม่จะให้เรียนอะไรก็ยอม   ลูกกำลังวัยรุ่น  กลัวว่าถ้าไม่ยอมลูกจะหนีห่างเรา  จึงยอมรับเงื่อนไขนี้  

     เขาสอบเข้าเทคนิคประจำจังหวัด  สาขาอิเลกทรอนิกส์  ได้ที่ 5  จึงต้องให้เขาเรียนตามสัญญา   เขาเรียนมาแบบเฉียดเส้นแดงผ่าแปดมาทุกปี  ใจหายใจคว่ำกับการเรียนและพฤติกรรมวัยรุ่นของเขา   ต้องประคับประคองจนจบปี 3

     เขาขอไปเรียนกับเพื่อนๆที่กรุงเทพฯ ไม่อยากให้ลูกเกาะกลุ่มเพื่อนกลุ่มเดิม จึงพยายามอ้อน จนลูกยอมสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี  ที่พี่สาวเขากำลังเรียนป.โทอยู่  (เขาสอบได้ครุศาสตร์ วิศวะไฟฟ้า สาขาอิเลกทรอนิกส์)  ได้ห่างจากเพื่อนกลุ่มเดิม  มาเริ่มคบหากับเพื่อนกลุ่มใหม่  แต่อยู่ในสายตาพี่สาวที่เขารักตลอดเวลา  ความประพฤติเขาดีขึ้น  ประกอบกับพ้นวัย  วัยรุ่น  เลือกคบเพื่อนที่รักการเรียน แม่จึงหวังให้เขาเรียนจบมาเป็นครูเทคนิคใกล้บ้าน

     เขาเรียนมา 5 ปี  เทอมสุดท้ายลูกบอกว่าติด F อยู่ 1 ตัว แคนคูลัส มันเป็นวิชาที่เขาเรียนไม่รู้เรื่อง  แก้ตัวมาแล้ว 1 ครั้ง เพื่อนในกลุ่มเขาแก้ครั้งเดียวผ่าน  แต่นายกวางยังไม่ผ่าน ลงเรียน ซัมเมอร์ อีกครั้ง   เขาถามว่า แม่จะเสียใจมั๊ยถ้าพรุ่งนี้เขาประกาศผลแล้วเขาไม่ผ่าน  เรียนจบไม่พร้อมคนอื่น 

    คนเป็นแม่ก็ต้องปลอบใจว่าไม่เป็นไร  แม่รับได้  เพราะลูกทำจนสุดความสามารถแล้ว   เขาให้เรียนตั้ง 8 ปีแล้วลูกจะกลัวอะไร  คนที่รับปริญญาหลังเราก็ยังมีอีกเยอะ (ปลอบใจทั้งที่ตัวเองก็ใจไม่ดี แต่กลัวลูกเสียกำลังใจ)   

      ระหว่างแก้ตัว    เขาก็ไปสอบต่อเรียนป.โท  ปรากฏว่าเขาสอบได้  วิศวะพลังงาน   ยืนยันสิทธิ์ไปหมื่นกว่าบาท  ถ้าลูกสอบไม่ผ่านนอกจากเสียใจคงต้องเสียเงินด้วย  แม่ก็ใจไม่ดีเลย  เมื่อคืนนอนไม่หลับ  ตอนหัวค่ำลูกก็โทร.มาย้ำว่าถ้าผมสอบไม่ผ่านแม่ไม่เสียใจแน่นะ  แม่ว่าแน่จ๊ะ วางโทรศัพท์แล้ว  สวดมนต์ไหว้พระ  นั่งสมาธิทำใจให้นิ่ง  สงบจึงหลับลงได้ 

       ตอนเช้าไปทำงานก็รอโทรศัพท์จากลูกใจจดใจจ่อ  เวลา 9.00 น. เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น  สะดุ้งสุดตัว  ไม่กล้ารับกลัวได้ฟังข่าวไม่ดี  ไม่ใช่กลัวตัวเองเสียใจ  แต่กลัวลูกท้อแท้  หมดกำลังใจได้ยินเสียงลูกบอกว่า  ผ่านแล้วแม่  เหมือนเสียงศาลตัดสินให้ชนะคดี    บางคนอ่านไปอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย  ลูกคนอื่นเขาอาจอัจฉริยะ  แต่ลูกเราและครอบครัวของเราเป็นแค่คนธรรมดา  จึงคิดว่าการที่ลูกจบปริญญาตรี  คือเรื่องใหญ่โตของเรา  

       ดีใจจังที่ลูกชายคนเล็ก คนเดียวของเรา  เรียนจบ   เย้ๆๆๆ  เป็นเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจของเรา  3 คนแม่ลูก  คงต้องลุ้นต่อ

เมื่อลูกเรียนโท..... นายแน่มาก  นายกวางของแม่....

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...