"จงดูแลคนไกล้ชิดอย่างอาคันตุกะ"

          การเดินทางคือการทำงาน  การทำงานคือการพักผ่อน  ผู้เขียนเคยพูดคำนี้ประจำ มันเป็นสิ่งเดียวกัน ไม่หนัก ไม่เหนื่อยไม่ท้อ ในการเดิน ในการทำงาน และงานที่ทำกับชุมชน ล้วนแล้วแต่ต้องออกพื้นที่เดินทางตลอด ไม่ว่าจะเป็น แผนชุมชน สวัสดิการชุมชน  สภาองค์กรชุมชน  กลุ่มเกษตรกร ศูนย์ พัฒนาครอบครัว และงานที่รับผิดชอบในฐานะงานประจำที่ทำเงิน ทำรายได้มีค่าเดินทาง คืองานประกันคุณภาพโรงพยาบาล (HA)

          ล่าสุด จัดประชุม HA ของโรงพยาบาลเมื่อวันที่24 - 28  พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรม เอเชี่ยนหาดใหญ่  วันสุดท้ายของการประชุม ยังไม่สรุปเวที ก็ต้องจรลีจากหาดใหญ่ไป ภูเก็ต

          ด้วยเหตุว่า ภรรยาและหลานนาเซีย เดินทางไปพักผ่อนที่ภูเก็ต ...."จงดูแลคนไกล้ชิดอย่างอาคันตุกะ"  วาทกรรมนี้ที่อาจารย์ หมอสกล สิงหะ จุดประกายไว้ ผู้เขียนนำมายึดถือปฎิบัติอย่างเคร่งครัด ต่อ อาคันตุกะคนใกล้ชิด 

        เที่ยงขึ้นรถทัวร์ จากหาดใหญ่ ได้ตั่วรถ ป. 2 (พักนี้ถูกโฉลกกับรถ ป.2 มาตลอด) มาถึงภูเก็ต ค่ำ สัมภาระ  มีเป้หนึ่งใบ โน๊ตบุ๊ก หนึ่งตัว กล่องใส่ของฝากจากน้องหนูรี หนึ่งใบ จึงไม่สามารถโดยสารมอเตอร์รับจ้างได้  ต้องรอเจ้าลูกชาย  ออกมารับ  กลับสู่ที่พัก

        จัดการกับสัมภาระ จัดการกับตัวเองเสร็จ ก็เข้ามาทักทายพี่น้อง  เข้าไปบ้านท่าน อัยการชาวเกาะ ก็ไปรายงานตัวต่อเจ้าที่ และนัดหมายจะโทรหาท่านอัยการ ต่อถึงวันรุ่งพรุ่งขึ้น เพื่อจะไปคารวะท่าน  .....

        แล้วก็ได้ไปคารวะท่านอัยการสมประสงค์  ณ.บ้านท่านอัยการ เคยอ่านบันทึกที่ท่านอัยการเอาก้อนหินในสวนมาทำความสะอาดด้วยตนเองแล้วประทับใจในความใส่ใจต่อสิ่งรอบบ้าน ได้เรียนรู้เรื่องต้นไม้ใบหญ้ารอบๆบ้านทั้งไม้ดอกไม้ประดับและไม้รับประทาน ไม้บางอย่างไม่ต้องปลูกแต่เขามาเอง ที่น่าสนใจคือการแต่งให้ถั่วพูเลื้อยไปตามไม้ที่เกาะท่านบอกว่าวิธีนี้ทำให้ ได้ฝักถั่วพุมากขึ้น ท่านเรียนรู้จากเกษตรกรบ้านป่าคลอก ภุเก็ต......

     เวลาอันควรเอาไปเพียงภาพถ่าย เหลือไว้คือความทรงจำ .....

     กลับมารับคนไกล้ชิดไปทานอาหารเที่ยงซีฟูด  ที่ร้าน"ม๊ะฉ๊ะ"บ้านบางพัฒน์ ที่ทางร้านจัดให้ มี หอยกัน หอยหวานต้มตะใคร้  ต้มยำกุ้ง กุ้งราดมะมามเปียก แกงส้มปลากระบอก ปูม้าไข่ ปูดำเนื้อ  ปุนิ่มผัดผงกระหรี่ปิดท้ายปับประรดภูแลหวานๆ  ...เกิดอาการหนักท้องไปตามๆกัน  แล้วก็แยกย้ายกัน ส่งลูกชายไป ภูเก็ต ส่งคนไกล้ชิดกลับพัทลุง 

           ส่วนตัวผู้เขียน มีพันธะกับนักเรียนบ้านเกาะหมากน้อย ต้องเตรียมความพร้อมในการเดินทางให้กับผู้มาจัดค่าย จึงเดินทางไป บ้านบ่อแสนดินแดนก่อเกิดกาย ...

       ณ.บ้านเกิดเมืองนอน นัดกับผอ.มาคุยงานกันที่ร้านกาแฟชายค่าย  แต่ผอ.ติดราชการท่านมาไม่ได้  กาแฟชายค่าย ทำให้ผู้เขียนได้ลิ้มรสข้าวเหนียวหน้าขนุนที่คุ้นลิ้นในรสชาด.....

         เพื่อนเก่า บ้านเกิด หายหน้าจากบ้านเกิดมาพัทลุงตั้งแต่ พศ. 2513 คุยกันถึงเพื่อนบางคนและหลายคน ซึ่งประสบผลสำเร็จทางด้านการเมืองท้องถิ่น ทางด้านประกอบอาชีพ ทางด้านธุระกิจ ก็รู้สึกยินดี ปรีดา ปราโมทย์ กับเพื่อนๆ......แล้วคำพูดหนึ่งหลุดมาจากวงพูดคุยว่า"ไซรต้องมาจัดค่าย ได้ไหรมั่ง".........