การสอนบนเว็ป
การเรียนการสอนบนเว็บ หมายถึง การเรียนการสอนที่ใช้สื่อหลายมิติ เช่น ไฮเปอร์มีเดีย รวมทั้ง การนำโปรแกรมมัลติมีเดียมาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอน โดยใช้คุณลักษณะและทรัพยากรบน อินเทอร์เน็ต และ เวิลด์ ไวด์ เว็บ ในการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนการสอน นักเรียนและครูผู้สอนสามารถปฏิบัติการในด้านการเรียนการสอนได้ทุกที่ทุกเวลาส่งผลให้ไม่เกิดข้อจำกัดในการเรียนรู้เหมือนการเรียนแบบห้องเรียนปกติ การเรียนการสอนบนเว็บใช้ในการเรียนการสอนได้กับนักเรียนในทุกระดับความสามารถด้านความรู้ ไม่ว่านักเรียนจะเรียนเก่ง ปานกลาง หรือว่าอ่อน เพราะการสอนถูกออกแบบบนพื้นฐานการออกแบบการเรียนรู้ ครูผู้สอนและนักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กันผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้เป็นสภาพการเรียนรู้ร่วมกันรวมถึงการเรียนการสอนบนเว็บเป็นการเรียนที่ถือได้ว่าทันสมัยเนื่องจากบทเรียนสามารถปรับพัฒนาเนื้อหาสาระได้รวดเร็วและทันสมัยอยู่ตลอดเวลา
ลักษณะของการเรียนการสอนบนเว็บ 
การเรียนการสอนบนเว็บว่า การใช้โปรแกรมการเรียนการสอนบนเว็บยังไม่เป็นที่เข้าใจถึงคุณลักษณะของการกำหนดว่า ลักษณะใดจึงจะเป็นโปรแกรมการเรียนการสอนบนเว็บ ลักษณะของการเรียนการสอนโดยการใช้ระบบอินเทอร์เน็ต ถ้าแบ่งตามรูปแบบของเครื่องมือที่ใช้บนอินเทอร์เน็ต จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
1. แบบที่เป็นข้อมูลอย่างเดียว (text-only) เป็นลักษณะของการเรียนการสอนโดยอาศัยอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีข้อจำกัดบางอย่างในการเข้าถึงข้อมูล โดยมีลักษณะที่เป็นข้อความอย่างเดียวเช่น
     1.1 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (electronic mail: e-mail)
     1.2 กระดานข่าว (bulletin board)
     1.3 ห้องสนทนา (chat room)
     1.4 โปรแกรมดาวน์โหลด (software downloading)
ทั้งหมดนี้ป็นเครื่องมือที่อยู่ภายในระบบอินเทอร์เน็ต ที่สามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอนได้โดยที่ไม่ต้องใช้ความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์มากนัก
2. แบบที่เป็นมัลติมีเดีย (multimedia) เป็นแบบที_สองของอินเทอร์เน็ตที่สามารถนำมาใช้
  ในการเรียนการสอนที่มีโครงสร้างลักษณะเป็นกราฟิก การสืบค้นโดยใช้ภาพในรูปแบบของเว็บการเรียนการสอนบนเว็บจะต้องอาศัยบทบาทของระบบอินเทอร์เน็ตเป็นสำคัญ การใช้อินเทอร์เน็ตในลักษณะของโปรแกรมการเรียนการสอนบนเว็บ จะมีวิธีการใช้ใน 3 ลักษณะ
           1. การนำเสนอ (Presentation) เป็นไปในแบบเว็บไซต์ที่ประกอบไปด้วยข้อความภาพกราฟิกซึ่งสามารถนำเสนอได้อย่างเหมาะสมในลักษณะของสื่อ คือ
                 1.1 การนำเสนอแบบสื่อทางเดียว เช่น เป็นข้อความ
                 1.2 การนำเสนอแบบสื่อคู่ เช่น ข้อความกับภาพกราฟิก บางครั้ง จะอยู่ในรูปแบบ PDFนักเรียนสามารถดาวน์โหลดไฟล์ได้
                 1.3 การนำเสนอแบบมัลติมีเดีย คือ ประกอบด้วยข้อความ ภาพกราฟิกภาพเคลื่อนไหว เสียงและภาพยนตร์หรือวิดีโอ (แต่ความเร็วจะไม่เร็วเท่ากับวิดีโอเทป)
2. การสื่อสาร (Communication) การสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องใช้ในทุกวันในชีวิตซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของอินเทอร์เน็ต โดยมีการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ตหลายแบบ เช่น
            2.1 การสื่อสารทางเดียว โดยดูจากเว็บเพจ
            2.2 การสื่อสารสองทาง เช่น การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์โต้ตอบกัน
            2.3 การสื่อสารแบบหนึ่งแหล่งไปหลายที่ เป็นการส่งข้อความจากแหล่งเดียวแพร่กระจายไปหลายแหล่ง เช่น การอภิปรายจากคนเดียวให้คนอื่นๆ ได้รับฟังด้วย หรือการประชุมทางคอมพิวเตอร์
             2.4 การสื่อสารหลายแหล่งไปสู่หลายแหล่ง เช่น การใช้กระบวนการกลุ่มในการสื่อสารบนเว็บ โดยมีคนใช้หลายคนและมีคนรับหลายคนเช่นกัน
3. การทำให้เกิดความสัมพันธ์ (Dynamic Interaction) เป็นคุณลักษณะที่สำคัญของอินเทอร์เน็ตและสำคัญที่สุด ซึ่งมี 3 ลักษณะ คือ
           3.1 การสืบค้น
           3.2 การหาวิธีการเข้าสู่เว็บ
           3.3 การตอบสนองของมนุษย์ในการใช้เว็บ 

 

 

   การนำเอาระบบอินเทอร์เน็ตมาเป็นสื่อสำหรับการเรียนการสอนในรูปแบบของการเรียนการสอนบนเว็บ หรือจะเรียกว่าโฮมเพจเพือการศึกษา ในการออกแบบการเรียนการสอนวิชาใดๆผู้เขียนควรจะตัดสินใจต่างๆ เพ ือการสอน ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ในด้านอื่นๆเช่นการบริหาร การจัดการ การค้า สิ่งทิ่จะต้องใส่ใจ คือ การเรียนรู้ของนักเรียนการพัฒนาระบบ กระบวนการออกแบบเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการในรายวิชา ข้อควรคำนึงคือ

 

 

  

 

        1. คุณลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย

 

         2. กำหนดความต้องการผลการเรียนรู้

         3. กำหนดเนื้อหาที่เกี่ยวข้อและกิจกรรมที่ต้องการทำ

         4. พิจารณาการสอนที่เหมาะสมหรือกลวิธีการเรียนรู้

         5 . การกำหนดทรัพยากรเบื้องต้น การจัดเตรียมโดยยอมรับข้อจำกัดที่จะเกิดขึ้นจากเครื่องมือ
        6. การออกแบบการสอนในลักษณะนำร่องเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อการศึกษา
        7. การปรับแก้ไขการออกแบบที่ทดสอบ
        8. การติดตั้งระบบและการให้การศึกษา
        9. การติดตามผลและการวิจารณ์ผล
กิจกรรมที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนบนเว็บ

      ยุทธวิธีในการใช้การเรียนการสอนบนเว็บสามารถกระทำได้อย่างกว้างขวาง โดยทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์และเป็นการสร้างความยืดหยุ่นในการเรียนการสอนระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียน โดยผ่านกระบวนการท_ีสามารถกระทำได้บนเว็บ ดังนี้
         1. การแจ้งล่วงหน้า (notice) เป็นการใช้เว็บโดยกำหนดพื้น ที่เฉพาะที่เป็นบอร์ดในเว็บสำหรับอาจารย์กำหนดนัดหมายหรือสั่งงาน ซึ่งนักเรียนอาจจะได้รับการแจ้งล่วงหน้าผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์หรือการเผยแพร่ในกลุ่ม เป็นกิจจกรมสื่อสารกันระหว่างนักเรียนและนักเรียน
         2. การนำเสนอ (presentation) เป็นการนำเสนอด้วยเว็บที่ทำขึ้น ทั้ง ครูผู้สอนและนักเรียนโดยนำเสนองานที่ได้รับมอบหมาย จัดทำแบบสัมมนาหรือประชุม นำเสนอบนเว็บไซต์หรือโดยไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการเผยแพร่ในกลุ่มเป็นกิจกรรมสื่อสารกันระหว่างครูผู้สอนและนักเรียน
         3. การอภิปรายปกติ (formal discussion) เป็นการอภิปรายกันบนเว็บโดยการใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ และการประชุมสนทนาแบบกลุ่ม ซึ่งเป็นเครื่องมือบนเว็บเหมือนประชุมสัมมนาซึ่งเป็นกลุ่มสนทนาที่แสดงเป็นรูปภาพแทนผู้ใช้หรือผู้แทนชื่อของผู้ใช้ก็ได้    
        4. การใช้คำถามโดยรอคำตอบ (questioning) เป็นการกำหนดคำถามขึ้น โดยครูผู้สอนใช้คำถามนำและให้นักเรียนหาคำตอบ โดยคำตอบที่ตอบมาถ้าตรงกับคำถามที่กำหนด ก็จะมีการป้อนกลับไปยังนักเรียนเพื่อการตอบสนองและประเมินผล
         5. การระดม (brainstorm) เป็นการออกแบบเพื่อให้เกิดการตอบสนองต่อคำถามโดยนักเรียนต้องร่วมกันค้นหาคำตอบ กระตุ้นให้เกิดการอภิปรายภายในเว็บจากคำถามที่กำหนดในกิจกรรมเดียวกัน
         6. การกำหนดสภาพงาน (task setting) เป็นการกำหนดกระบวนการในการทำงานส่งตามกิจกรรม ซึ่งอาจจะเป็นรายงานหรืองานกลุ่มย่อย ซึ่งอยู่ในรูปของเว็บไซต์หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
         7. แบบฝึกหัด (class quizze) เป็นการทดสอบผลทั้ง ชั้น เรียน หรือถามเพื่อประเมินผลของการเรียน ซึ่ง สามารถทำได้หลายวิธี เช่น เป็นแบบตัวเลือก หรือคำถามสั้น ๆ ที่จะมีการป้อนกลับตลอดเวลา และประเมินผลตามวัตถุประสงค์
        8. การอภิปรายรายคู่นอกระบบหรือการศึกษาเป็นกลุ่ม แบบการออแบบพื้นที่ของการเรียนการสอนบนเว็บให้มีพื้น ที่สำหรับการพบปะสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ รายคู่หรือกลุ่มนอกเหนือจากขั้น ตอนปกติในการสอน ซึ่งสามารถทำเป็นสภากาแฟ ห้องสัมมนา ห้องพักผ่อนห้องสมุด ซึ่งผู้ใช้เว็บสามารถเข้าไปทำกิจกรรได้อิสระในเว็บไซต์ที่จัดไว้และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้อย่างอิสระ