.

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าความคุ้นเคยและสนิทสนมกันอย่างแนบแน่นของคนสองคนนั้น มีพื้นฐานมาจากการพบปะกันในโลกไซเบอร์

     ผมกำลังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมกับ “พี่คิม-นพวรรณ  พงษ์เจริญ” บล็อกเกอร์สำคัญคนหนึ่งใน GotoKnow ผู้ซึ่งผมรัก เคารพและนับถือเป็นพี่สาวคนหนึ่ง และจะว่าไปผมคุ้นเคยยิ่งกว่าญาติแท้ ๆ ของผมหลายคน และแน่นอนว่าน่าจะมีบางคนที่มีความรู้สึกที่ไม่ต่างไปจากผม

     แม้จะไม่ใช่สมาชิก GotoKnow คนแรกที่ได้พบหน้าค่าตาจริง ๆ แต่พี่คิมก็เป็นคนแรกที่ผมได้นั่งคุยด้วยอย่างจริงจัง และสนุกสนานร่วมสองชั่วโมงบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นวันนั้น วันที่ผมขับรถไปจากขอนแก่น จากการเข้าร่วมเวทีพูดคุยของชาว GotoKnow

     ท่าทีเปิดเผย จริงใจ เป็นกันเอง ทำให้ผมรู้สึกสนิทสนมกับพี่คิมอย่างรวดเร็ว และหนึ่งในเนื้อหาการคุยกันในคราวแรกนั้นกลายเป็นเรื่องราวที่ผูกมัดยึดโยงผมและพี่คิมมาจนถึงทุกวันนี้

     พี่คิมทำให้ความเชื่อของผมเป็นจริงและเป็นไปได้ นั่นก็คือ “จิตอาสา” ทำได้มากกว่าการบริจาคอามิสเท่านั้น ซึ่งรูปธรรมก็คือ การไปปรากฏตัวของผมและเพื่อน ๆ หลายคนในการไปร่วมกันจัดค่ายฯ ให้กับนักเรียนในโรงเรียนที่พี่คิมสอนอยู่ โดยมิต้องพึ่งพิงงบประมาณจากที่ใด

     ความเชื่อของผมได้รับการตอกย้ำผ่านการจัดค่ายฯ ในลักษณะเดียวกันต่อเนื่องมา ๕ ครั้งแล้ว และกำลังจะกิดขึ้นเป็นครั้งที่ ๖ ในอีกไม่กี่วันนี้ ที่เกาะน้อย หมู่เกาะบริวารของเกาะปันหยี จ.พังงา

     การจัดค่ายฯ เล็ก ๆ แบบนี้ในแต่ละครั้ง ดึงดูดกัลยาณมิตรใน GotoKnow ให้มาพบปะกันได้ไม่ใช่น้อย การพบปะและทำกิจกรรมร่วมกันนั้นในแต่ละคราวนั้นผมเองก็จนปัญญาที่จะหาถ้อยวจีใดที่จะมาอธิบายบรรยากาศ ความรู้สึกและปีติที่เกิดขึ้น

     สมาชิกที่ตามไปจัดค่ายฯ เกือบทุกครั้ง คือ “บังหีม-นเรศ หอมหวล” หรือที่ชาว GotoKnow รู้จักกันในนาม “วอญ่า” และ “น้องเมย์-เมธาวดี ศรีปลัดกอง” หรือ “เทียนน้อย” ใน GotoKnow

     สำหรับบีงหีม นั้นน่านับถือน้ำใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละคราวเขาต้องนั่งรถไป-กลับ หลายพันกิโลเมตร ในค่ายฯ แรกที่ ร.ร.วิทยสัมพันธ์ จ.พิษณุโลก “บังหีม” นั่งรถข้ามวันข้ามคืนมาร่วมงาน เช่นเดียวกับค่ายที่ ร.ร.ไทยรัฐวิทยาที่ ๖๓ จ.ยโสธร และค่ายฯ ที่ ร.ร.เปียงซ้อ จ.น่าน สุดชายแดนไทย-ลาว

     ในกรณีมิตรภาพของผมกับบังหีมนั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากพี่คิมมากนัก ใครจะไปเชื่อว่าแค่คุยกันในโลกไซเบอร์ที่นำไปสู่การพบปะหน้าค่าตาพูดคุยกันไม่กี่ชั่วโมง ต่อจากนั้นอีกไม่กี่วันจากนั้นทั้งคู่พร้อมด้วยคนอื่น ๆ ก็ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นทางเดียวกันในการเดินขึ้นเขาเจ็ดยอด

     ถ้ามิใช่มิตรภาพที่แนบแน่น “บังหีม” ในขณะที่สุขภาพไม่เอื้ออำนวย ไม่นับรวมไปกับบรรดาอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำป่า พายุ ฯลฯ ไหนเลยจะยินดีเดินขึ้นเขา พามิตรจาก GotoKnow ขึ้นไปดื่มด่ำและชื่นชมกับความงามกับธรรมชาติบนนั้น

     “มิตรภาพ” ทำให้ผมได้รับโอกาสจากบังหีมที่หยิบยื่นให้ ไม่เช่นนั้นแล้วไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสเยี่ยงนั้นหรือไม่

     นี่เป็นเพียงสองสามคนมีมิตรภาพให้ต่อกัน ยังไม่นับรวมไปถึงสมาชิกคนอื่น ๆ ใน GotoKnow อีกจำนวนมากที่ผมมีโอกาสได้ร่วมงานด้วย

     ผมคิดว่าเรื่องราวเช่นนี้ไม่น่าจะปรากฏขึ้นได้ง่าย ๆ เช่นในสังคมของชาว GotoKnow ผมไม่รู้ว่า Socil Network อื่น ๆ มีมิตรภาพและเรื่องราวทำนองนี้เกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า

     คำถามสำคัญที่ผมยังตอบไม่ได้ก็คือ “มันเกิดเรื่องราวเช่นนี้ได้อย่างไร?”

    ใครก็ได้ช่วยตอบให้ผมหายข้องใจหน่อยนะครับ...

 

.