ลูกศิษย์แบบนี้แหละที่เป็นยาชูใจให้ครูนักแล รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน รักการเรียนรู้ และกตัญญูต่อครู-อาจารย์

         เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้รับโทรศัพท์แต่เช้าจากนักศึกษาคนหนึ่ง จากม.ชนชาติ (Yunnan University of  Nationalities) คุยกันได้ความว่า จะมีรายการทีวีรายการหนึ่งมาสัมภาษณ์เธอและเพื่อนๆ ถึงประสบการณ์การไปศึกษาที่ประเทศไทย ด้วยตัวคุณอังศุมาลินเองรู้สึกกังวลมาก(เป็นใครก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา) กลัวว่าจะใช้คำผิดจึงขอร้องให้ผมช่วยตรวจบทพูดและช่วยแนะนำการพูดให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ให้

          หลังจากได้พบกันตามเวลาที่ได้นัดหมาย ผมอ่านบทสัมภาษณ์ที่เธอได้เตรียมไว้ พบว่าคุณอังศุมาลินให้ความสำคัญใน 3 ประเด็นคือ 1. อาจารย์ชาวไทย 2. การปรับตัวและการใช้ชีวิตในประเทศไทย และ3. สังคมไทย ในส่วนการใช้คำและประโยคนั้น ยังมีที่ต้องแก้ไขหลายจุด เช่น การเรียงคำเข้าประโยค การใช้คำผิดความ ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมผมถือว่าสื่อสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ จึงแนะนำและปรับแก้คำและความที่เห็นว่าไม่อาจให้ผิดได้เท่านั้น (คุณอังศุมาลินกลัวว่าใช้ภาษาไม่ถูกระดับ อยากให้แก้เป็นภาษาทางการ เธอกังวลไปถึงขนาดว่าจะทำให้อาจารย์คนไทยที่เคยสอนเสียหน้าถ้าเธอใช้ภาษาไทยได้ไม่ดี...) ทั้งนี้เพราะผมเองมีความคิดว่า เด็กต่างชาติก็คือเด็กต่างชาติ การที่เขาทำได้เพียงเท่านี้ผมว่ามันก็มหัศจรรย์มากแล้ว  การจะให้เขาต้องมาเคร่งเครียดกับการใช้ภาษาอย่างเป็นทางการที่เข้มขรึมคงจะดูไม่เหมาะกับรายการทีวีที่ต้องการเรื่องเล่าและประสบการณ์ประทับใจในต่างแดน ดังนั้นผมจึงยืนยันว่าให้เธอปรับแก้เพียงบางส่วนเท่านั้น

          ส่วนประเด็นที่จะได้เอามาแบ่งปันในบันทึกนี้ก็คือ เนื้อความ 3 ประเด็นที่คุณอังศุมาลินได้กล่าวถึง ผมคิดว่ามันเป็นมุมมองของคนนอก(ประเทศ)ที่มีต่อสังคมไทยได้ดีทีเดียว

          ประเด็นที่ 1. มุมมองต่ออาจารย์ชาวไทย คุณอังศุมาลินเธอเล่าด้วยความประทับใจถึงการดูแลเอาใจใส่ของอาจารย์ชาวไทยที่มีต่อเด็กต่างชาติราวกับว่าเธอและเพื่อนๆเป็นลูกๆของอาจารย์เลยทีเดียว ตรงนี้ผมได้อธิบายถึงคำว่า "ลูกศิษย์" ให้เธอเข้าใจ ว่า คนเป็นครูนั้นไม่เพียงรับหน้าที่สำคัญคือให้ความรู้และประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการทำงานแก่"ศิษย์" ยังต้องเป็น พ่อ-แม่ ที่คอยช่วยเหลือห่วงใย "ลูก" ให้มีความสุขและเรียนรู้การเป็นคนดี ในระหว่างที่ได้ศึกษาอีกด้วย และหากเราจะพิจารณาถึงคำว่า "ลูกศิษย์" ให้ดี จะเห็นว่าคำว่าลูกมาก่อนคำว่าศิษย์ ดังนั้นแล้วคงไม่ต้องบรรยายให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างคนเป็นครูและคนเป็นศิษย์ว่าจะใกล้ชิดกันมากเพียงใด

          ประเด็นที่ 2. มุมมองต่อการใช้ชีวิตในประเทศไทย คุณอังศุมาลินเล่าประสบการณ์การพัฒนาทักษะการใช้ภาษาไทยและวิธีการปรับตัวให้กับคนไทยด้วยวิธีการต่างๆไว้หลายอย่าง แต่ที่น่าสนใจคือ ทุกวิธีการนั้นได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้างอยู่เสมอ จนทำให้เธอตั้งคำถามกับผมว่า "ทำไมคนไทยถึงได้มีจิตใจดีแบบนี้" ผมไม่ได้ตอบเธอไปให้รู้สึกว่าคนไทยเราแตกต่างกับคนจีนมากเท่าไหร่หรอกครับ (แม้ลึกๆจะรู้สึกว่าคนไทยเราจิตใจดีกว่าในหลายๆด้านก็ตาม) เพราะในทุกสังคมก็มีทั้งคนจิตใจดีและไม่ดี เพียงแต่ว่าคุณอังศุมาลินเธออาจโชคดีที่ได้ไปอยู่ในสังคมที่ดีแบบนั้น

          ประเด็นที่ 3. มุมมองต่อสังคมไทย เธอเล่าถึงความประทับใจต่อ"การยิ้ม"ของคนไทย ที่ในตอนแรกนั้นทำให้เธอและเพื่อนๆรู้สึกประหม่า เพราะเหมือนกับว่ากำลังถูกหัวเราะ จนต้องไประบายกับคุณครูที่ดูแลว่า เธอทำอะไรผิดหรือเปล่าทำไมทุกคนจึงยิ้มเยาะเธอและเพื่อนๆตลอดเวลา แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อเธอได้เรียนรู้ถึงการยิ้มของคนไทย เธอเล่าให้ฟังว่าการยิ้มของคนไทยนั้น แรกๆทำให้รู้สึกไม่มั่นใจแต่เมื่อเข้าใจและและในประเทศไทยนานเข้าก็ให้รู้สึกว่าอบอุ่น เป็นมิตร นึกถึงทีไรก็อยากกลับไปอยู่ที่ประเทศไทย  

          ท้ายที่สุดในบทพูดของคุณอังศุมาลิน เธอกล่าวขอบคุณ"ครูและคนไทย" ที่ทำให้เธอได้รับประสบการณ์การเรียนและการใช้ชีวิตในสังคมไทยอันมีค่าต่อตัวเธอเหลือเกิน ยิ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการแข่งขันของสังคมจีนในปัจจุบันนี้ยิ่งทำให้เธอโหยหาถึงสิ่งที่ได้รับจากประเทศไทยเป็นอย่างมาก

          ผมฟังคุณอังศุมาลินเล่าแล้วก็รู้สึกดีใจ อดปลื้มใจแทนอาจารย์ที่เคยสั่งสอนอบรมเธอมาไม่ได้ ลูกศิษย์แบบนี้แหละที่เป็นยาชูใจให้ครูนักแล รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน รักการเรียนรู้ และกตัญญูต่อครู-อาจารย์ ผมเองรู้จักคุณอังศุมาลินจากการได้มีโอกาสไปเป็นอ.พิเศษ สอนในรายวิชา "การอ่านหนังสือพิมพ์ไทย" ให้กับนักศึกษาที่ม.ชนชาติ โดยเธอและเพื่อนๆอีกหลายคนที่เพิ่งกลับจากประเทศไทยได้มาขอฟังบรรยายด้วย เหตุผลสำคัญคือ อยากเรียนกับอาจารย์เจ้าของภาษานั่นเอง 

          วันนี้คุณอังศุมาลินและเพื่อนอีกคนจะมาซ้อมการพูดการให้สัมภาษณ์ให้ผมฟัง บรรยากาศทางวิชาการที่นี่ทำให้ผมรู้สึกแน่ใจถึงคุณภาพและศักยภาพการเรียนการสอนของประเทศจีนจริงๆ ... บางทีเราน่าจะมองเพื่อนบ้านใกล้ๆตัวอย่างจีน เวียดนาม บ้างก็ดีนะครับ ว่าเขาจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพได้อย่างไร บริบทเขาใกล้เคียงกับเรามากกว่าอเมริกา หรืออังกฤษ นะครับผมว่า...

(คุณอังศุมาลินคือนักศึกษาที่ใส่เสื้อสีขาวนั่งอยู่ด้านหน้าสุด ในรูปทุกคนกำลังดูวิดิทัศน์เกี่ยวกับวันสงกรานต์)