มังคุดต้มสุกชวนทำการทดลองวิจัยผลมังคุดด้วยตนเองเพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์มากขึ้น

ประโยชน์จากผลมังคุด

 มังคุด ได้ชื่อว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้ "  ที่ชาวต่างประเทศสั่งซื้อปีหนึ่งๆเป็นจำนวนมากและผลผลิตไม่พอขายให้กับต่างประเทศ  ช่วงนี้ถึงฤดูกาลของมังคุดแล้ว ปกติเรากินแต่เนื้อในลูกมังคุด เปลือกทิ้งหมด  เราลองชวนทุกคนในครอบครัวมาทดลองทำการวิจัยเล็กๆจากผลมังคุดกันสักครั้ง หรือ ให้นักเรียนทดลองทำในห้องเรืยนทั้งห้องก็ได้นะคะ

 

 

 การใช้ประโยชน์จากมังคุด 

 1.  เปลือกผลมังคุด เหลือทิ้งจากการรับประทานผลสด ผลมังคุดสดหลังรับประทานเนื้อในแล้วให้นำเปลือกผลร้อยด้วยเชือก แบบร้อยพวงมาลัย จากนั้นนำไปแขวนผึ่งลมให้แห้ง คล้ายๆเหมือนตากกระเทียม และควรร้อยขณะที่เปลือกยังคงนิ่มอยู่ จะร้อยได้ง่าย เพราะถ้าแห้งแล้วจะแข็งมาก และเมื่อแห้งแล้วสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานต่อเนื่องจนถึงฤดูกาลที่ผลผลิตใหม่ออกมา วิธีการนำมาใช้ประโยชน์

 

1.1   เปลือกผลมังคุดแห้งฝนหรือต้มกับน้ำปูนใส ดื่มแก้อาการ ท้องเสีย บิด มูกเลือด ทาแก้แผลพุพอง แผลเน่าเปื่อย ถ้ารับประทานเด็ก ½ ช้อนชาทุกๆ 4  ชม. ส่วนผู้ใหญ่ 4 ช้อนโต๊ะทุก 4 ชม.จนกว่าจะหายเป็นปกติ


1.2  เปลือกผลมังคุดแห้ง นำมาทุบให้เป็นชิ้นเล็กๆหนัก 1 ขีด แล้วดองกับเหล้าขาว 1 ขวด 7 วัน นำมาใช้ได้อย่างเดียวกับข้อ(1.1) ข้างต้น แต่ถ้าต้องรับประทานเพื่อรักษา แค่เพียง 1-2 ช้อนชา ครั้งเดียวพอ ข้อนี้ดีที่ไม่ต้องทำบ่อยๆ

 

1.3      เปลือกผลมังคุดแห้ง ทุบเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ขีด หมักกับแอลกอฮอล์ ล้างแผล70% 1 ขวด (450 วี.ซี.) 7 วัน  กรองเอาแต่น้ำใสเก็บไว้ใช้ สำหรับฉีดพ่นป้องกันกำจัดเชื้อราโรคพืช อัตรา1-2 ซี.ซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ล้างน้ำฝน ล้าหมอก ทั้งใช้กำจัดสาหร่าย ดะไคร่น้ำ โรคยางไหล ตามกิ่ง ลำต้นพืชได้ดีมาก โดยอาจผสมกับสารสกัดสมุนไพร จุลินทรีย์หน่อกล้วย จุลินทรีย์ปรามโรค ฮอร์โมนไข่ ฮอร์โมนไส้กล้วย ไคโตซาน ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ หรือปุ๋ยเคมีน้ำทางใบ ฉีดพ่นไปพร้อมกันได้ด้วย ใช้ทารักษาผิวภายนอกเหมือนอย่างข้อที่ (1.2)ได้    แต่ห้ามรับประทานเด็ดขาด

 

 

 

     นอกจากนั้นถ้านำสารสกัดเปลือกผลมังคุดชนิดนี้ ไปรวมกับสารสกัดจากผงขมิ้นชัน  (ผงขมิ้นชัน 1 ขีด+ แอลกอฮอล์ ล้างแผล 70% 1 ขวด (450 ซี.ซี.)+น้ำยาจับใบ 20 ซี.ซี หมัก 7วัน กรองเอาแต่น้ำใสๆเช่นกัน) จะได้วัคซีนสำหรับฉีดพ่นกระตุ้นภูมิต้านทานให้แก่ต้นข้าว ช่วงข้าวอายุ 15 วัน ทั้งยังใช้สำหรับป้องกันกำจัดโรคและแมลงได้ดีอีกด้วย 

 

1.4      เปลือกผลมังคุดแห้ง ทุบเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ขีด หมักกับน้ำขี้เถ้า 10 % 1 ลิตร(น้ำ 1 ลิตร ขี้เถ้าสีขาวร่อนสะอาด 1 ขีด ) 7 วัน แล้วกรองเอาแต่น้ำใสๆ สำหรับฉีดพ่นป้องกันกำจัดโรคพืชอัตรา 10-20 ซี.ซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยต้องฉีดพ่นเดี่ยวๆเท่านั้น ห้ามผสมร่วมกับสารอื่นเด็ดขาด ใช้หลังฝนหยุดตกใหม่ๆจะให้ผลดีที่สุด นอกจากนั้นอาจะใส่ผงขมิ้นชัน 1 ขีด โดยเพิ่มขึ้เถ้าอีก 1 ขีด และน้ำอีก 1 ลิตร หมักไปพร้อมกัน จะให้ผลดีกว่าการใช้เปลือกมังคุดอย่างเดียว ฉีดพ่นหลังฝนตกใหม่ๆโดยเฉพาะ ฝนที่ตกลงครั้งแรก หรือ หลังฝนที่หยุดตก หลังพืชผ่านช่วงอากาศแห้ง มาแล้ว 3 วัน

 

 

 2.   ผลมังคุดสดต้มสุก


     ผลมังคุดสด ล้างสะอาดทั้งขั้ว 1 กก. + น้ำ 1.5 ลิตร ใส่ในหม้อมีฝาปิดขนาด 2 ลิตร ต้มด้วยไฟกลางให้เดือดนาน 10 นาที หรือ นานพอจนกว่าเนื้อในผลมังคุดจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดง จึงยกลงจากเตา รินน้ำต้มผลมังคุดเก็บไว้ นำผลมังคุดที่ต้มสุกออกมาวางไว้ให้ขั้วตั้งขึ้น รอให้เย็นจึงจะนำมาใช้ประโยชน์ซึ่งถ้าต้องการจะต้มผลมังคุดจำนวนมากกว่านี้ให้เพิ่มตามส่วนเอาเอง

 

วิธีการนำมาใช้ประโยชน์

 

 

 

2.1   น้ำต้มผลมังคุด นำไปใช้แทนน้ำตามข้อที่ (1.4) ถ้าไม่ครบลิตรให้เติมน้ำลงไป ถ้ามีมากเกินก็ให้เพิ่มส่วนอื่นตามอัตราเช่น ได้น้ำต้มผลมา 800 ซี.ซี. ก็เติมน้ำลงไป 200 ซี.ซี.เท่ากับรวมเป็น 1 ลิตร แต่ถ้าได้น้ำต้มผลมังคุดมา 1.4 ลิตร (1,400 ซี.ซี ) ก็ต้องใช้เปลือกผลมังคุดแห้ง 1.4 ลิตรนั้นด้วย น้ำอีก 600 ซี.ซี. รวมเป็น 2 ลิตร หรือ 2,000 ซี.ซี. ใส่เปลือกผลมังคุดแห้งลงไป 2 ขีด+ขี้เถ้า 2 ขีด แล้วแต่สะดวกหมักไว้ 7 วัน นำมาใช้ประโยชน์ เช่น เดียวกับข้อที่ (1.4)

 

 2.2  ผลมังคุดต้มสุก เหตุผลของการที่ต้องต้มผลมังคุด เนื่องจากสารประกอบ แซนโทนหลากหลายชนิดในผลมังคุดมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งให้ประโยชน์ในการเยียวยาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของคนเราได้มากมาย เช่น ลดอาการอักเสบจากแผล  ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ  ต้านเชื้อ แบคทีเรีย  รักษาสิว  ยับยั้งเชื้อวัณโรค  ลำไส้ติดเชื้อ  ต้านเชื้อราโรคผิวหนัง โรคสะเก็ดเงิน  โรคภูมิแพ้  อาการแพ้ต่างๆ  ต้านอนุมูลอิสระ โรคข้ออักเสบ  เข่าเสื่อม  ต้านไวรัส  เอดส์  เป็นต้น ไม่เป็นสักโรคจะดีที่สุด

 

 

 

   การที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมากนั่นเอง  ก็ย่อมจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำย่อย โพลีฟินอลออกซิเดส ในผลมังคุด เป็นตัวเร่ง เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นทำให้เปลือกมังคุดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล สูญเสียคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่ดีไป

  การต้มทำให้น้ำย่อยดังกล่าวหมดฤทธิ์ ดังนั้น เปลือกผลมังคุดที่ต้มแล้วเมื่อนำไปตากให้แห้ง ก็ยังคงมีสีม่วงแดงสดไม่เปลี่ยนสี รักษาสารกลุ่มแซนโทนให้คงอยู่ ได้ใช้ประโยชน์สมคุณค่า

 

 

 

     ปัญหาต่อมาก็คือ ผลมังคุด ไม่ได้มีแค่สารกลุ่มแซนโทนที่ให้ประโยชน์อย่างเดียว  แต่มีสารแทนนินที่มีรสฝาดรวมอยู่ด้วยในปริมาณมาก หากบริโภคมากเกินไปจะทำให้ท้องผูก และเป็นพิษต่อตับ ทั้งมีผลกระทบต่อการดูดซับแร่ธาตุสารอาหารในกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากแร่ธาตุสารอาหารนั้นได้ไม่เต็มที่

   บรรดาสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่มีอะไรเลยที่ดีโดยส่วนเดียว ล้วนในดีมีเสีย ในเสียมีดี มีแล้วไม่มี ไม่มีแล้วกลับมี เมื่อปรากฏมีขึ้นแล้ว ก็มีแต่เสื่อมลงไปเรื่อยๆ เกิดขึ้นเองไม่ได้ แต่ผลมาจากเหตุ อาศัยปัจจัยร่วมกับสิ่งอื่นเกิดขึ้นจะไม่ปรากฏอิสระโดดเดี่ยวลำพัง ทั้งพึงเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ดำรงตนอยู่ได้ ด้วยอาหาร และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมเท่านั้น มาช่วยค้นหาดีที่พอดีกัน

 

 2.2.1  ผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวข้างต้น รับประทานเฉพาะเนื้อในมังคุดต้มสุกวันละ 1 ผล โดยรับประทานหลังอาหาร ส่วนผลที่เหลือ เก็บในตู้เย็นไว้รับประทานในวันต่อๆไป ลองดูสัก 3 วันถ้ารู้สึกดีขึ้น ก็รับประทานต่อ จนกว่าอาการโรคจะหาย แต่ถ้ามีอาการท้องผูกให้หยุดรับประทานทันที คนที่ไม่ป่วยไม่ควรรับประทาน


 2.2.2  น้ำผลมังคุดต้มสุก ถ้าไม่มีปัญหาเร่งด่วนเรื่องสุขภาพ ผลมังคุดที่ต้มสุกแล้วรอให้เย็นตามข้อ (2) นั้น ให้ใช้มีดคมๆ ฝานผ่าเปลือกกลางผลโดยรอบเพื่อเปิดผล จับขั้วดึงเปลือกผลผ่าด้านบนมีเนื้อในผลสีแดงติดมาด้วย เก็บไว้ต่างหากเพื่อนำมาใช้ในข้อ  


2.2.3  เก็บน้ำผลมังคุดต้มสุกสีม่วงสดใสสวยสดในเปลือกผลฝาด้านล่างจากผลมังคุดที่ต้มทั้งหมด รวมใส่ขวดพลาสติกหรือขวดแก้วเล็กๆเก็บไว้ในตู้เย็น สำหรับแต้มรักษาสิวอักเสบ หรือ ใช้น้ำผลมังคุดต้มสุก 1-2 หยด ผสมน้ำ 1 ช้อนชา ชโลมใบหน้าให้ทั่ว ก่อนออกไปทำงานนอกบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดด

 

 

 

 

2.2.3   เนื้อของผลมังคุดต้มสุกจากข้อ (2.2.2) แคะเอาเมล็ดแข็งๆข้างในออก นำเอาเนื้อผลล้วนๆ มาปั่นด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้ รับประทาน 1 ช้อนโต๊ะ หลังอาหารหากต้องการเก็บไว้รับประทานนานวัน ควรแบ่งใส่ขวดพลาสติกใส่อาหารชนิดที่ทนเย็นเก็บไว้ช่องแช่แข็ง นำออกมารับประทานทีละขวด เก็บไว้ในตู้เย็นช่องแช่ผัก หมดเมื่อใดก็นำขวดใหม่จากช่องแช่แข็งออกมา อาจปั่นผลไม้อื่นรวมไปพร้อมกันก็ได้ ทั้งนี้เพื่อใช้ในการรักษาโรคอีกรูปแบบหนึ่ง เมื่อหายดีแล้วควรหยุดรับประทาน ยาก็คือ ยา รับประทานเพื่อรักษาโรค ไม่ใช่ขนมของกินเล่นๆ

 

 

2.2.4    น้ำหมักมังคุดเพื่อสุขภาพ   เนื้อในผลมังคุดต้มสุกสีแดง 3 ขีด + น้ำตาลทรายแดง 1 ขีด + น้ำ1 ลิตร  หมักในโหลแก้ว มีฝาปิด 3 เดือนขึ้นไป นำมาบริโภคได้ ถ้าจะให้ดีต้อง 1 ปี นี้เป็นน้ำหมักผลไม้เพื่อสุขภาพไม่ป่วย ก็รับประทานได้ 1 ช้อนโต๊ะหลังอาหาร

 

2.2.5   เปลือกผลมังคุดต้มสุกหลังนำเนื้อในผลออกไปแล้ว เอาก้านขั้วออก แล้วผ่า สี่ทั้งสองซีก ใช้ช้อนคว้านตัก เอาเนื้อด้านในเปลือกผลให้ติดผิว จะได้ 8 ชิ้น นำมาแช่ในน้ำเกลือ1%(น้ำ 1 ลิตร+ เกลือแกง 10 กรัม)  วางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ ก่อนนำไปตากแห้ง วันไหนไม่มีแดดก็เก็บใส่ถุงพลาสติกรัดปากถุงด้วยหนังสติ๊กไว้ในตู้เย็น พอมีแดดค่อยนำออกมาตากใหม่จนกว่าจะแห้ง

 

2.2.6   เปลือกผลมังคุดต้มสุก ส่วนของผิว ตากแดดให้แห้ง ถ้าไม่มีแดดก็ผึ่งลมตากไว้เฉยๆ

ไม่มีปัญหา เพราะชิ้นบางแห้งเร็วอยู่แล้ว นำไปสกัดด้วยน้ำขึ้เถ้า ตามข้อที่  (1.4) 


ได้ผลหรือไม่ผิดก็รู้ ถูกก็รู้ มีเหตุมีผลไม่เชื่ออะไรง่ายๆ

หัวใจของการเรียนรู้ :   สังเกต  จดจำ  เปรียบเทียบ

ธรรมชาติจริงแท้ไม่แปรผัน     เข้าถึงได้ทุกคนเหมือนกันหมด

คนแม้ต่างชาติต่างภาษา        แต่ก็ยิ้มหัวเราะร้องไห้ไม่ต่างกัน

มองเขามองเรา              เหลือเพียงเมตตาที่มีให้ต่อกันเท่านั้น 

 

 สุวัฒน์ ทรัพยะประภา

 ขอบคุณ อาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา ฉายา "นักวิจัยเคมี เท้าเปล่า " ฯลฯ

 จากมหาวิทยาลัย มหิดล  โดยจัดโครงการนักวิจัยอาสา ตู้ปณ.106 ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร 10160 

 

 

 

   งานวิจัยที่นำมาฝาก อาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภาส่งมาให้ และผู้เขียนก็ทำการทดลอง และเมื่อถึงฤดูมังคุดก็จะทำเพื่อเก็บน้ำจากผลตัมสุกใส่ขวดไว้  แต่ไม่ตามอาจารย์ทั้งหมด เช่น 

1. เมื่อได้น้ำมังคุดต้มสุกครั้งแรก ก็ทดลองทาผิวหน้า แขน เพราะอาจารย์บอกทางวิทยุว่าทาผิวหน้าแล้ว(คนใกล้ตัวบอกหน้าขาว ) และแก้สิว หายเร็วแต่ผู้เขียนทาเพราะอยากทราบว่าผิวจะเป็นสีม่วงหรือไม่ ปรากฏว่าไม่เป็นค่ะ  และได้ทานวดผิวรวมกับน้ำมันมะพร้าวดีมากค่ะ และนำน้ำที่ได้ไปผสมกับน้ำผลไม้อื่นๆ

2. เนื้อที่ต้มสุกเมื่อแคะออกมาครั้งแรกก็ชิมเลย และทำไอติม โดยนำ เนื้อมังคุดต้มสุก+หัวกะทิสด +ใส่น้ำมะนาว +น้ำผึ้ง +เกลือนิดๆ แล้วนำไปปั่น  แล้วแช่ช่องแข็ง เมื่อแข็งเป็นไอติมจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีแปลกดีและอร่อยมาก และชอบเนื้อมังคุดต้มสุก หอมอร่อยไปอีกแบบ  ยิ่งตอนอุ่นๆยิ่งอร่อย

3. ใช้ช้อนตักเนื้อเปลือกนิ่มๆด้านในผิว หมักน้ำเอนไซม์ กับเนื้อมังคุด

  ผิวเปลือกไม่ใช้เพราะมีแทนนินมาก สีของน้ำเอนไซม์แดงมากค่ะ

 

สูตร ทำน้ำเอนไซม์

    มังคุด 3 ส่วน + น้ำตาลทรายแดง 1 ส่วน + น้ำสะอาด 10 ส่วน หมักนาน 1 ปี


4. ไม่ควรใช้ไฟแรงต้มและนานเกินไป จะทำให้ผลมังคุดแตก

น้ำต้มจะเข้าไปในผล  ขณะต้มต้องไม่ให้ผลมังคุดแตกนะคะ


มังคุดเป็นผลไม้ที่มีประโยนช์มากมาย โดยเฉพาะ " สารแซนโทน "

จากเปลือก เยี่ยมมากๆค่ะ หรือเนื้อมังคุดสดที่แสนอร่อยก็มีประโยชน์มากๆ 

 

หมายเหตุ  เมื่อวันที่ 14 มิย.53 ได้เขียนบันทึกเรื่อง "นักวิจัยพัฒนาอัพเกรดผลไม้ไทย ช่วยชาติ " คือ รศ.ดร. สุมิตรา ภู่วโรดม วิจัยช่วยชาติอย่างไรเกี่ยวกับมังคุด คลิกอ่านได้นะคะ

 ที่ .............http://gotoknow.org/blog/kanda02/366426


เรื่องมังคุด อ่าน ชมเพิ่มที่บันทึกเกี่ยวข้องนะคะ


ด้วยความปรารถนาดี    กานดา  แสนมณี

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อาหารเพื่อสุขภาพดี



ความเห็น (27)

เขียนเมื่อ 
  • ผลิตพันธ์ที่ทำจากมังคุดแพงเกือบทุกชนิด
  • แต่เขาบอกต่อๆกันมาว่าใช้แล้วดี
  • ลำดวนไม่เคยซื้อ
  • ทำเองแบบนี้น่าจะถูกกว่านะคะ
เขียนเมื่อ 

เพิ่งกินไปเมื่อตอนเย็นนี่เองคนเดียว 1 เลย  เพราะมันอร่อย...

มาอ่านประโยชน์มากหลายจากบันทึกนี้แล้ว

ทำให้นึกอยากลองทำดู โดยเฉพาะไอติมมังคุดน่าลองนะ

ขอบคุณกับความรู้ดีๆที่นำมาแบ่งปันนะคะ...

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ คุณกานดา
  • แวะมาชื่นชมบันทึกดี ๆ มีประโยชน์
    มังคุดมีคุณค่ามากมายสมกับการเป็น "ราชินีแห่งผลไม้"
  • นับเป็นผลไม้สุดโปรดของธรรมทิพย์
  • ขอบพระคุณที่แวะไปท้กทาย  ระลึกถึงเสมอเ่ช่นกันค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่ดาที่คิดถึง

  • ขอบคุณมากค่ะพี่ สำหรับข้อมูลดีๆ น้องจะนำไปเผยแพร่ต่อนะคะ
  • มีความสุขทุกวันค่ะพี่ดา
  • รักและคิดถึงเสมอค่ะ
เขียนเมื่อ 

สารพัดประโยชน์จริงๆนะคะ

พี่ดา  ช่างสะสมความรู้จริงๆ

ที่บ้านสวน มีมังคุดปลูกแซมยางพารางไว้ร่วมร้อยต้น

อ่านบันทึกนี้ แล้ว รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ

คุณกานดาน

ขอบพระคุณอีกครั้งครับ

เขียนเมื่อ 

ให้ความรู้มากๆค่ะ

บางอย่างไม่ทราบประโยชน์ของมังคุดมาก่อน

ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้ดีๆสร้างสรรค์บันทึกได้ดีเยี่ยมค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ปีนี้ยังไม่เห็นมีมังคุดขายเลยค่ะ ถ้าเห็นแล้วจะซื้อมาลองทำค่ะ ชอบตรงที่หน้าขาว..อิ..อิ...

เขียนเมื่อ 

                              *** สารพัดประโยชน์  เลยนะคะ   ขอบคุณสาระดีๆ ค่ะ *** 

                                                   

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณครับอาจารย์ ..เพิ่งทำการบ้านน้ำต้มแกนในกล้วยไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว..ครับ

เขียนเมื่อ 
  • มาแล้วได้รับสิ่งดีนะคะพี่ดา
  • มาเรียนว่าอัญชันสีขาว.....งอกแล้วนะคะ....
  • ขอบพระคุณพี่ดาค่ะ

 

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณน่ะค่ะพี่ดา

ที่มีเรื่องราวดีๆมาฝากเสมอๆ ขอให้มีความสุขน่ะค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่ดามาเยี่ยมตอนดึกแบบนี้เห็นภาพแล้วอยากทานจังเลยนะคะ เป็นผลไม้และสมุนไพรของไทยแท้ งานวิจัยนี้น่าสนใจจริงๆค่ะ ขอบคุณที่ไปเยี่ยมน้องเสมอค่ะ คิดถึงค่ะ

  • ขอบคุณบันทึกดีดี ที่ผ่านทำได้แค่ปุ๋ย ที่แท้เอาไปทำได้สารพัด
  • น้องซอมพอบอกว่า "น่ากินจังเลย"

 

เขียนเมื่อ 

มีประโยชน์มากเลยครับพี่กานดา คิดไม่ถึง ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

แวะมาหาความรู้ครับพี่ดา ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ครับ

เขียนเมื่อ 

 ลานสกา  เป็นถิ่นที่มีมังคุดมาก จนได้ชื่อว่า "มังคุดหวานลานสกา"  แต่น่าเสียดายที่ชาวบ้านจะรู้แค่วิธีเอาผลไปขาย  เอาเปลือกตากแห้งทำเป็นถ่านหุงต้มได้  มีไม่มีกี่คนที่รู้จักสะกัดไปทำสบู่  ยาสระผม    แต่วิธีการที่คุณกานดานำมาเขียนยังไม่เห็นมีใครทำ   ฤดูมังคุดปีนี้จะแนะนำให้นักเรียนทดลองทำดู   ขอบคุณมากๆค่ะ

 

สวัสดีค่ะ  Ico48  Ico48   Ico48   Ico48   Ico48   Ico48   Ico48

             Ico48   Ico48   Ico48   Ico48   Ico48   Ico48  Ico48

             Ico48   ขอบคุณมากนะคะ ดอกไม้และกำลังใจที่มอบให้  Ico48

        

 

 

 สวัสดีค่ะ    Ico48   Ico48   Ico48  Ico48  Ico48   Ico48   Ico48  Ico48

    Ico48   Ico48    Ico48   Ico48  Ico48   Ico48   Ico48   Ico48   Ico48

 

คุณลำดวน  ค่ะแพงทุกผลิตภัณฑ์ที่ทำขาย เพราะ มี สารแซนโทน แต่การผลิตต้องถูกต้องด้วย หากนำผิวเปลือกออกมาทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวไม่ถูกต้อง  ใส่ส่วนผิวนอก  ผู้ใช้ก็ผิวคล้ำได้ เพราะมี สารแทนนิน ต้องระวังในการเลือกซื้อค่ะ

 

คุณพี่กีร์   ใช่แล้วค่ะเนื้อมังคุดมีรสอร่อยมากหวานอมเปรี้ยวแล้วลูกหนึ่งก็มีนิดเดียวเวลาทานจึงต้องทานกันเป็นกิโล เพราะน้ำหนักไปอยู่ที่เปลือก แล้วก็เปลือกทิ้งไป ทั้งๆที่มังคุดนั้นคุณประโยชน์มากๆต่อร่างกาย เปลือกสีม่วงที่มีสารแซนโทน  เนื้อก็เยี่ยม แต่คุณค่าที่เปลือกเยี่ยมกว่ามากด้วยนะคะ

 

คุณธรรมทิพย์    ขอบคุณดอกพวงแสดและชื่นชมบันทึกมากนะคะ   มังคุดราชินีแห่งผลไม้ ที่ราคาขายต่างประเทศแพงมากๆ และไม่พอขาย น่าเสียดาย เราดูว่ามีมากๆในแต่ละปี บางคนอาจจะมีคำถามว่าทำไมไม่พอขาย ต่างประเทศซื้อของเรา เนื้อมังคุดไม่ได้คุณภาพเขาก็ไม่ซื้อ  ผู้ปลูกๆไม่ได้มาตรฐานเท่ากันหมด จึงนำออกต่างประเทศไม่ได้ แต่ก็มีคนไทยใช้วิธี นำเฉพาะเนื้ออกไปจำหน่ายเพราะคัดเลือกได้เลย ที่เขานำไปดัดแปลงเป็นอาหารอื่นๆจำหน่าย เช่น ที่ญี่ปุ่นค่ะ เป็นประเทศที่ซื้อมังคุดไทยมากๆค่ะ

 

น้องน้อย  ยินดีค่ะฝากเผยแพร่ต่อนะคะ เสียดายเปลือกมังคุด เรามีวิธีทำให้ปลอดภัยแล้ว ก็ทำเก็บไว้นะคะ แช่แข็งไว้ได้เลย น้ำที่ออกมาน้อยนิดนั่นเยี่ยมมากๆ  ขอบคุณมาก คิดถึงเสมอค่ะ

 

น้องแหว๋ว   ชวนน้องอิฐทำนะคะ  เวลาเห็นมังคุดก็สอนคนอื่นทำได้เลย

 

คุณแสงแห่งความดี    ดีใจค่ะที่ได้ประโยชน์จากเปลือกมังคุด ดูแลสวน คลิกไปอ่านที่นักวิจัยอัพเกรดผลไม้ไทยด้วยนะคะ ก็ไม่ทราบว่าจะได้ผลผลิตให้ต่างประเทศพอหรือยัง  ขอบคุณมากค่ะ

 

คุณkrukorkai   ค่ะบางอย่างไม่มีใครทราบมาก่อนโดยเฉพาะสารแซนโทนที่ทิ้งกันไปเฉยๆ แต่ผู้ผลิตที่ทราบวิธีกลับนำไปทำขายราคาสูงมาก คนก็ซื้อกันทั้งๆที่ทำเองได้ แต่เราไม่ทราบและผู้ผลิตก็ไม่บอกว่าทำอย่างไร เคยถามแต่เขาไม่บอก  เขาจะขายสินค้าของเขาอย่างเดียว   เรียนสูงความรู้มากๆ แต่ใจแคบมากๆ

 

คุณครูดาหลา  หายจากปวดท้องกระเพาะแล้วใช้ไหมค่ะ ก็ทานมังคุดได้สบาย ค่ะทาแล้วหน้าขาว แต่มีผู้ขายบางคนนำมาทำสบู่ แบบไม่ถูกต้องนำสารแทนนินมาใส่ด้วย ก็หน้าคล้ำได้นะคะ

 

น้องK.Pually   ค่ะสารพัดประโยชน์  จริงแล้วผลไม้ไทยส่วนใหญ่เรามีประโยชน์ทุกส่วน แต่ประโยชน์ ที่สำคัญมักจะถูกทิ้งค่ะ ไม่ว่า จะเมล็ดลิ้นจี่ เมล็ดลำไย เมล็ดฟักข้าว ผิวผักผลไม้ ปอกทิ้ง เป็นต้น นำของดีทิ้งเพราะไม่ทราบด้วยนะคะ

 

คุณหนุ่มกร  ดื่มน้ำต้มแกนกล้วย มากหรือเปล่าค่ะแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ที่เชียงใหม่หาแกนกล้วยไม่ได้เลย มีแต่กาบกล้วยอ่อนขาย ช่วงนี้ก็เลยดื่มชาจากดอกไม้   อย่างเมื่อวาน ดื่มชาดอกกุหลาบขาว หอม ชื่นใจค่ะ

 

น้องอุ้มบุญ   ดีจังงอกเป็นต้นแล้ว พี่ดาก็ได้ต้นสีม่วงมาแล้วค่ะ ตอนนี้รพ.อภัยภูเบศร์ ก็สนับสนุนให้ดื่มน้ำดอกอัญชัน เพราะบำรุงสายตา และสมอง ต้านมะเร็งได้อีก ฯ เป็นดอกไม้ที่หาง่าย ปลูกออกดอกเร็ว บ้านพี่ดาก็สวยงามทุกวันค่ะ

 

น้องหนูรี   ปลูกมังคุดไว้หรือเปล่า  นำน้ำสกัดมาใส่ขนมนะคะสีสวยเพิ่มคุณค่าขนมเยี่ยมมีสารแซนโทน ค่ะ

 

น้องตูม  ไม่ได้คุยกันนานแต่คิดถึงเสมอ  ฝากไปสอนนักเรียนด้วยนะคะ

 

คุณพ่อน้องซอมพอ   ค่ะมีประโยชน์มากๆฝากสอนชาวบ้านในชุมชนด้วยนะคะ ชวนน้องซอมพอทำกับคุณย่าคุณยาย จะได้สารแซนโทนซื่งปกติเราก็ไม่ทราบว่าจะได้จากที่ไหนมา ธรรมชาติมีอยู่แล้วเพียงแต่เราไม่ทราบวิธี ผู้ที่ทราบเขาก็ไม่บอกให้ทำ ก็ทำกันผิดๆถูกๆ  ซึ่งผิวที่เปลือกนอกนั้นทานมากไม่ดี ผู้ทำจำหน่ายจะทำถูกต้องทั้งหมดหรือเปล่า เราก็ไม่ทราบอีก อะไรที่มากเกินไปไม่ดีทั้งนั้นนะคะ พอดีพอเพียงไว้ เหมือนชื่อน้องซอมพอดีที่สุดค่ะ

 

อ.ขจิต    ตอนนี้คิดถึงแล้ว ทดลองทำนำน้ำในลูกผสมในน้ำผลไม้อื่นหรืออาหารอื่นให้คุณแม่ทานนะคะ

 

น้องAutumN   ค่ะนำไปทดลองบ้างนะคะ ชอบมังคุดหรือเปล่า

 

คุณครูดาวเรือง  มังคุดหวานลานสกา อร่อยพิเศษแน่ๆ อยากชิมเสียแล้ว ค่ะฝากสอนเด็กๆนะคะ ลานสกาจะได้ผลิตสารแซนโทนออกมาจำหน่ายได้ วิจัยแล้ว จะมีความคิดเพิ่มขึ้นค่ะ อย่างที่ทำไอติม เนื้อมังคุดนั้นก็มีสารแซนโทนบางส่วนติดมา และเนื้อต้มสุกก็มีสารแซนโทน ถึงแม้จะน้อยนิด ไม่ได้มากอย่างการสกัด แต่ก็ถือว่าเราก็ได้บ้าง ผสมกับที่เนื้อมังคุดมีประโยชน์มากอยู่แล้ว ดีกว่านำเปลือกทิ้งไปเฉยๆ  เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ ทำให้มีความคิด ตรงที่ว่า พื้นดินที่มีเปลือกมังคุกทิ้งอยู่ พื้นดินนั้นน่าจะมีประโยชน์ ต่อพืชแน่ๆ เอ...น่าสนใจ จะลองคุยกับอาจารย์สุวัฒน์ดู  ดีจังคุยกับคุณครูดาวเรืองได้ความคิดเพิ่ม   ขอบคุณนะคะ

 

            

 

 

 

 

 

 

 

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ กลับมาอยุธยาแล้ว ตอนอยู่เชียงใหม่นึกๆแล้วเลยไม่โทรหานะคะ เพราะเห็นเป็นวันทำงาน กลัวว่าจะรบกวนเวลา เหนื่อยจากทำงานแล้วจะต้องชวนกันอีกหลายคน เกรงใจค่ะ คุณดาใจดี คงไม่โกรธกัน

ไปเชียงใหม่เที่ยวนี้ดีค่ะ ทำงานเสร็จได้พักหลายวันก่อนกลับ เลือกพักโรงแรมที่มองเห็นวิวดอยสุเทพและภูเขาเต็มตา ไม่ได้ไปเที่ยวไหนค่ะ

เพิ่งเคยทราบข้อมูลการใช้ประโยชน์จากมังคุดแบบหลากหลายมากๆจากคุณดานี่แหละค่ะ โรงพยาบาลอภัยภูเบศร์นำเปลือกมังคุดมาสกัดทำยาใส่แผลคล้ายๆทิงเจอร์ หากเราเผยแพร่การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในภูมิศาสตร์และภูมิปัญญาของเราและทำให้มีคนใช้ เกิดการพึ่งพาตนเองเบื้องต้นได้ เราคงไม่เสียดุลย์การค้ามากมายและอาจเป็นช่องทางให้เกิดรายได้ด้วยนะคะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆและประสบการณ์ที่คุณดาลงมือทำเองมาแบ่งปันกันเช่นนี้ค่ะ

เขียนเมื่อ 

สิ้นสงสัย....เรื่องเกี่ยวกับลูกมังคุดไปเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

สวัสดีค่ะ       Ico48    Ico48 

 

คุณพี่นุช   ดาก็รอยู่ ไม่เป็นไรค่ะ ดาไม่โกรธไม่ต้องกังวลนะคะ คิดอย่างพี่นุชเหมือนกัน แต่ละคนก็บ้านไกลบ้าง มีธุระต่างกันฯ แล้วค่อยนัดพบกันวันหลังได้ค่ะ 

            เรื่องมังคุดดาเองก็ทราบอย่างละเอียดจากที่อาจารยืสุวัฒน์ ส่งข้อมูลมาให้วิจัย เชื่อไหมค่ะเนื้อในจานนั่นน่ะดากินหมดเลย  หอมเหมือนกล้วยน้ำว้าต้ม  มีรสฝาดนิดจากน้ำสีม่วง อร่อยค่ะ  ดาเตรียมน้ำสมุนไพรจากดอกไม้อีกหลายอย่าง มาฝากค่ะต้องค่อยๆเขียนบันทึก  ต่อจากบันทึกนี้ ดากำลังจะเขียน น้ำผักปั่นอีกครั้งค่ะ ทำแล้วคิดถึงทุกคนอยากให้ทำกันนะคะ

 

 คุณแจ๋ว     ดีจังค่ะ สิ้นสงสัยแล้ว สบายใจและทำได้แล้วนะคะ

 

 

 สวัสดีค่ะ   เพื่อนๆจาก  Facebook     ดีใจค่ะที่เข้ามาอ่านชม

               ฝากเผยแพร่สอนต่อด้วยนะคะ  ขอบคุณมากค่ะ

 

                          

 

             

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณนะคะ ข้อมูลดีๆ

นำคำตอบจากอาจารย์มาฝากนะคะ

" Suwath Sapyaprapa ในเนื้อเปลือกผลมังคุดมีสารแซนโทนมากกว่า 40 ชนิด สาร แอลฟา-แมงโกสติน เป็นผลึกสีเหลืองอยู่ภายในเนื้อเปลือก ก็เป็นสารแซนโทนตัวหนึ่งในกลุ่มสารแซนโทนที่มีอยู่ทั้งหมด ซึ่งละลายได้ในน้ำร้อน ยังมีสารแซนโทนตัวอื่นๆอีก ที่อยู่ในรูปของไกลโคไซด์ ละลายได้ในน้ำ นอกจากกลุ่มสารแซนโทนแล้ว ในเนื้อเปลือกผลมังคุดยังมีกลุ่มสารแอนโทไซยานิ และ กลุ่มสารแทนนิน แยกเป็นคอนเด้นซ์แทนนิน ไฮโดรไลซาเบิ้ลแทนนิน ซึ่งเป็นสารพวกโพลีฟีนอล เมื่อรวมกันเข้าแล้วจึงมีคุณสมบัติร่วมกันอย่างที่นำไปใช้กันอยู่ การต้ม หรือ การนึ่ง เป็นการป้องกันสารเหล่านี้ถูกออกซิไซด์ทำให้ประโยชน์ของสารเหล่านี้เสียไป เคียวด้วยไฟอ่อนก็เพื่อให้สารต่างๆที่มีอยู่ในเนื้อเปลือกดังกล่าวซึมออกมา การสกัดสารแบบนี้อาจจะได้สารที่เป็นประโยชน์ไม่มากนักอย่างที่เขาว่า แต่ก็เพียงพอต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพ ซึ่งชาวบ้านทำตามได้ง่าย ก็เรามันนักวิจัยเท้าเปล่านะครับ วิจัยแบบลูกทุ่ง เกิดประโยชน์ได้ เท่านี้ก็พอใจแล้ว ส่วนนักวิจัยตัวจริงจะวิจัยต่อยอดให้ลึกกว่านี้ ก็ไม่มีใครห้ามนะครับ การนำเอาผลมังคุดต้มสุกไปสกัดแบบน้ำหมักเอนไซม์ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะได้สารต่างๆที่มีอยู่ในเปลือกผลมังคุด ซึ่งสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานขึ้น แต่กว่าจะใช้ได้ก็ต้องรอนานเหมือนกัน ถ้าด่วนๆก็ต้มแล้วใช้เลย ดังนั้นจึงควรผสมผสานวิธีการนำสารในเปลือกผลมังคุด มาใช้ประโยชน์ให้ได้มากขึ้น นักวิจัยอาสา ควรทดลองทำดูแล้วรายงานผล ก็จะช่วยกันพัฒนาการดูแลสุขภาพแบบพึ่งพาตนเอง เพื่อคนไทยมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้าต่อไปครับ "

ผ่านมาเห็น
IP: xxx.158.165.157
เขียนเมื่อ 

ลองอ่านข้อมูลนี้ดูนะครับนักวิทยาศาสตร์ที่เจอสารจากมังคุดเขาบอกว่ากินมากๆ อันตราย

https://www.facebook.com/Dr.Pichaet/posts/65070638...