อยากจะให้การใช้Blogมีประโยชน์ และการบันทึกเป็นการบันทึก TK จากเราจริง ๆ ความรู้ไม่จำเป็นต้องเป็นความรู้ชัดเจน ผ.อ.เป็นตัวอย่างที่ดีในการผลักดันให้มีการเขียนและใช้Blog อย่างกว้างขวาง

ภาคที่ 3 ของการรวมพลคนเขียนBlog จะเล่าต่อจากวานนี้นะคะ

ความตอนที่แล้ว คนเขียนBlogคนสุดท้ายที่เผยความนัย...ใจ คือพี่ปิ่งถัดมาเป็นพี่ปัทม์ ไม่มีรูปพี่ปัทม์อีกละ เอาเป็นว่าพี่ปัทม์เป็นสาวใต้ตาคม ผิวเนียนคล้ำนิดหน่อยละกัน (ถ้าบอกว่าดำเดี๋ยวโกรธ..ไม่ยอมให้ไปพักที่รีสอร์ทที่พี่เขาเป็นเจ้าของด้วย) เดิมพี่ปัทม์เป็นพยาบาลผู้ให้คำปรึกษาอยู่งานแนะแนวฯ ซึ่งพี่ปัทม์เป็นเจ้าของความคิดที่จะเปิดบล็อคและหาแนวร่วมโดยให้ผู้ร่วมงานหลาย ๆ คนช่วยกันเขียนเพื่อความหลากหลายทั้งความคิดและภาษา จึงเกิดเป็นบล็อคhttp://gotoknow.org/blog/mcswcop Twenty AngleFairyขึ้นมาแต่ ณ วันนี้พี่ปัทม์ได้เปลี่ยนมาอยู่งานประสานงานวิจัยจึงได้เปิดบล็อคใหม่คือ  http://gotoknow.org/blog/researchbi  ความนัย..ที่มีต่อ G2K มีอยู่ว่า

"เห็นประโยชน์จากการใช้บันทึก และดีใจที่มีบล็อคเกี่ยวกับงานวิจัยของตนเองแต่ก็รู้สึกอึดอัดกับงานที่เริ่มต้นใหม่ ต้องค่อย ๆ ศึกษาเองจะคอยให้ใครมาป้อนตลอดคงไม่ได้ ต้องเรียนรู้ไปเขียนไป อยากจะรู้เรื่องใดต้องพิสูจน์ด้วยตนเอง"

เป็นคำพูดที่ดิฉันจำได้ขึ้นใจว่า "อยากรู้ต้องพิสูจน์"  ดังเช่น G2K จะรู้ว่าคุณค่าอยู่ตรงไหน ดีอย่างไร ก็ต้องพิสูจน์ทราบด้วยตนเอง

ดิฉันแอบตามไปชมบล็อคแล้ว เห็นมีแฟน ๆ ติดตามไปเยี่ยมให้กำลังใจพี่ปัทม์ตรึมเหมือนกันนะจ๊ะ

ผู้ที่รับช่วงไมค์ต่อก็คือพี่อ้อม ในรูปพี่อ้อมกำลังคุยอยู่กับคุณหมอรุจนีผู้ที่นั่งหันหลัง

พี่อ้อม เจ้าของบล็อค http://gotoknow.org/blog/statbi พี่อ้อมพูดถึง Blog ว่า

  • " ได้ยินพี่มอมกับปิ่งคุยกันจุ๊กจิ๊ก.ๆๆๆ....(เล็กเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่อ้อมชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน...ฮา...ล้อเล่นจ้ะ..) เลยเกิดความสงสัยว่ามีอะไรดีที่ทำให้คน 2 คนคุยกันได้คุยกันดี
  • เมื่อได้เรียนรู้และเริ่มต้นที่การอ่านก่อนแล้วจึงเริ่มลงมือเขียนบ้าง แรก ๆ รู้สึกวิตกกังวลว่าจะเขียนอะไรดี เขียนแล้วคนอ่านเขาจะรู้เรื่องมั๊ยนี่ กังวลอีก (แซว...ตกลงว่าเขียนแล้วมีความทุกข์หรือสุขเนี่ย....คิก .คิก ..)
  • แต่ต่อมาจับประเด็นได้เรียนรู้ว่าการได้บันทึกได้เขียนเป็นการระบาย  เป็นประโยชน์ทำให้คลายเครียด ระบายแล้วสะใจดี เพลิดเพลินด้วย (แซว...สงสัยพี่อ้อมแกจะเก็บกด อึดอัดและเครียดมานานเนอะ...เลยเขียนซะกระจุยเล้ย... 5555)

ถัดมาจากพี่อ้อมคือพี่จิ๋ม ผู้รับผิดชอบบล็อคของ PCT ศัลยกรรมhttp://gotoknow.org/blog/ipdsurgbi ร่วมกับน้องแมวซึ่งในวันนี้ติดภาระกิจไม่ได้มาร่วมเสวนาด้วย จากในรูปจะเห็นพยาบาลชุดขาวกะลังนั่งโซ้ยก๋วยเตี๋ยวราดหน้าอย่างเอร็ดอร่อย พี่จิ๋มกล่าวว่า

" ใช้ Blogในการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับงาน ทำให้ได้มีการทบทวนตนเอง นำเหตุการณ์ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นมาทบทวนระหว่างผู้ร่วมงานด้วยกัน ทำให้เกิดการปรับปรุงแก้ไข และการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด "

และแถมด้วยการออกตัวว่าไม่ค่อยเก่งทางด้านการใช้คอมพิวเตอร์ ลูกเล่นกราฟฟิคต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่มีน้องเป็นเจ้าหน้าที่สารสนเทศ เพราะน้องแมกซ์มีงานมาก ยุ่งตลอด สงสัยคุณหมอกฤษฎาที่เป็นหัวหน้าสารสนเทศจะใช้งานมากจนไม่มีเวลาคุยกัน แหม..!! แซวหรือฟ้องผ.อ.คะพี่จิ๋ม

คุณหมอกฤษฎาผู้ซึ่งเพิ่งเสร็จจากการผ่าตัดแต่มาวันนี้ในฐานะสวมหมวกหัวหน้างานสารสนเทศรีบตอบในฐานที่ถูกพาดพิงทันทีว่า

 "มีอยู่ 2 ประเด็นที่อยากจะแสดงความคิดเห็นร่วม  คือ

1. หลาย ๆ ท่านกล่าวถึงแต่ข้อดีของการใช้ blog ถามว่าไม่มีข้อเสียเลยหรือ

2. เท่าที่เคยเปิดดู G2K ข้อมูลจะเป็น Information Over Load และ IRS Feed คือเรื่องราวที่คล้ายกันจะถูกดึงไปเก็บในที่ ๆ เดียวกัน ใจจริงอยากจะให้ใช้Blog และการบันทึกเป็นการบันทึก TK จากเราจริง ๆ ความรู้ไม่จำเป็นต้องเป็นความรู้ชัดเจน ผ.อ.เป็นตัวอย่างที่ดีในการผลักดันให้มีการเขียนและใช้Blog อย่างกว้างขวางและอยากจะให้ช่วยผลักดันเว็บไซต์  //www.bamras.org  ของบำราศฯให้มีการพัฒนาแบบนี้บ้าง"

ถึงตรงนี้ท่านผ.อ. อัจฉราแห่งบล็อค http://gotoknow.org/blog/achara ตอบว่า

" ก่อนที่จะตอบคำถามหมอต่อ อยากจะเล่าให้ทุกคนฟังว่า

  • ที่เริ่มเขียนบล็อคก็เพราะพระลูกชายมากระตุ้นอีกที
  • เมื่อเริ่มเขียนก็อยากจะสื่อให้ลูกน้องทราบว่าผ.อ. คิดอย่างไร สื่อสารให้ทุกคนรู้ว่าขณะนี้สถาบันกำลังทำอะไรอยู่
  • การเก็บรวบรวมข้อมูล การบันทึกทั้งหมดทำให้ฝึกนิสัยการฟังและพูดที่ดี เมื่อก่อนหมอไปประชุมมักไม่ค่อยชอบจด แต่เดี๋ยวนี้มีความต้งใจที่จะฟัง เขียนและจดบันทึกตลอด
  • ได้อ่านบันทึกของอ.วิจารณ์ วิธีเขียนบล็อคที่ดี อาจารย์บอกว่าให้เริ่มจากการบันทึกความสำเร็จเล็ก ๆ ก่อน (Micro success) จึงเริ่มการตามดมและชมเล่าความสำเร็จของลูกน้อง
  • ความจริงมีวัตถุประสงค์ที่แอบแฝงอยู่ด้วย เป็น Hidden objective  คือ การทำ KM เป็นตัวชี้วัดขององค์กรตัวหนึ่ง แต่ก็ไม่อยากให้ทุกคนเครียดถ้าใช้คำว่าเราจะต้องทำ KM
  • คราวนี้จะขอตอบข้อที่ 1 ของหมอต่อ พูดถึงข้อเสียโดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นข้อเสียของ G2K เลย สำหรับข้อ 2 นั้นตั้งใจอยู่แล้วที่จะทำให้ IT HA LO เกิดในบำราศ ให้มีชีวิตชีวา
  •  G2K นอกจากเป็นการสื่อสารระหว่างคน-คน แล้วยังเป็นการสื่อสารระหว่างองค์กร-องค์กรด้วยการสื่อสารที่ใช้โทรศัพท์ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือความรู้สึกต่าง ๆ นั้นเมื่อสิ้นสุดการสื่อสารก็จะจางหายไปตามกาลเวลา แต่ การที่เราได้เขียนบันทึกประจำวัน  ไม่ว่าจะเป็น Diary หรือบันทึกความรู้ หรือแม้กระทั่งถ้อยคำต่าง ๆ จะไม่หายไป เพราะเป็นการบันทึกความรู้สึกที่เก็บได้  "

ยังมี blogger อีก 2-3 สุดท้ายที่ไม่ได้ความนัย..ใจ

อารี พยาบาลผู้ให้คำปรึกษาและจบโททางโภชนาการกล่าวว่า " จะขอตอบข้อเสียของ G2Kละกัน ข้อเสียคือเวลาเขียนมักจะเป็นเวลาที่กลับบ้านและใช้เวลาอยู่หน้าจอนาน ๆบางครั้งลูกก็จะมาถามโน่น ถามนี่ สมาธิก็จะไม่มีกลัวหลุด ก็จะบอกลูกว่าอย่าเพิ่งมากวนใจคุณแม่กำลังทำงาน ซึ่งบางครั้งก็ดุไปบ้าง  กลัวว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว"

ไก่ -ชุติมา หัวหน้างานนักสังคมสงเคราะห์เพื่อนดร.กะปุ๋ม (ใครไม่รู้จักบ้างยกมือขึ้น..เจ้าของบล็อคความในใจ http://gotoknow.org/blog/mindfullnessและอีกหลาย ๆ บล็อค) " ได้พบบล็อคที่มีลักษณะงานเหมือนกันทำให้ได้ใช้ประโยชน์จากการลปรร. ข้อเสียคือ ใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ แล้วที่บ้านบอกว่าเปลืองค่าไฟค่ะ ...ฮาซะ.."

 

บี สาวร่างบึ้กอารมณ์ดีแห่งงานให้คำปรึกษา "ได้มุมมองที่แตกต่างจากการใช้บล็อค ได้เรียนรู้ว่าสังคมการทำงานของชาวบ้านแตกต่างจากคนเมืองกรุง แต่ก็นำมาปรับใช้ได้ ข้อเสียคือเวลาใช้บล็อคจะเริ่มที่เวลา 6 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม ทำให้ครอบครัวแตกแยก....5555"

 

ฮาซะ....เรื่องราวการเสวนารวมพลคนเขียนBlog ในวันนั้นก็จบแบบ Happy Ending ค่ะ