เมื่อวานนี้ดิฉันได้รีบนำภาพและเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดสด ๆ ร้อน ๆ จากการรวมพลคนเขียนBlog ของชาวบำราศฯBandผ่านบันทึกไปแล้วแต่ยังขาดในรายละเอียดของเนื้อหาการพบปะและเสวนา จึงได้มาต่อในภาคนี้ค่ะ

อย่างที่ได้เกริ่นไว้ในบันทึก รวมพลคนเขียนBlog (ตอนที่ 1) http://gotoknow.org/blog/supalukbi/43449 ว่าท่านผ.อ.ได้กล่าวเปิดว่าจะให้ Blogger ทุกคนคุยกันในสไตล์สบาย...สบาย และเปิดเผยความนัย...Heart Shellในใจที่มีต่อ Gotoknow ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือ การทำ AAR การใช้ Blog ในG2K นั่นเอง โดยเหยื่อ อุ๊ย..ไม่ช่าย...

Blogger ที่เป็นน้องใหม่ล่าสุดคือน้องจันทร์เมามาย เจ้าของบล็อคhttp://gotoknow.org/blog/moonlover เป็นคนเริ่มก่อน

 

น้องจันทร์เมามายอยู่กลุ่มงานเภสัชกรรมเล่าว่าได้เริ่มต้นโดยการเป็นผู้อ่านก่อน พออ่านไปสักพักใหญ่ๆ เริ่มรู้สึกมันส์อยากจะเขียนบันทึกบ้างแต่ก็คิดว่าจะเขียนเป็นลักษณะของ Diary ประจำวัน ต่อมาเมื่อได้ติดตามอ่านจาก Blog ต่าง ๆ ความคิดก็เปลี่ยนไปได้เรียนรู้ถึงการแบ่งปันความรู้กัน เกิดแนวความคิดว่าตนเองก็พอจะรู้เกี่ยวกับ IT จึงค้นพบตัวเองในที่สุด

จบจากน้องจันทร์เมามายท่าน ผ.อ.อัจฉรา ที่ในวันนั้นสวมบทบาทคุณเอื้อ บอกให้ใช้วิธีโยนไมค์ต่อคุณลูกน้องรีบโยนต่อให้ลูกพี่ คือพี่วิไลวรรณ หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรมhttp://gotoknow.org/blog/bipharma ทันที (กลัวอดได้ 2 ขั้นหรือจ๊ะ ? )

 

พี่วิไลวรรณซึ่งมีสีหน้า หน้าตาบ่งบอกความน้อยใจ บอกว่า รู้สึกสงสัยว่าเขียน Blog มาก็นานแล้วแต่ทำไมไม่ใคร่ได้พบปะ B2B กับคนบำราศ ฯ เลย นึกน้อยใจอยู่ตั้งนาน แต่เพิ่งมาถึงบางอ้อว่า Blog ของพี่เค้าไม่ได้อยู่ในแพลนเน็ตของสถาบัน http://gotoknow.org/planet/bamras เลยทำให้หลุดวงโคจรไป แต่ตอนนี้เข้ามาในวงจรแพลนเน็ตของสถาบันแล้วน้า...คุณพี่ไม่ต้องน้อยใจแล้วเล็กจะไปเยี่ยมบ่อย ๆ จ้ะ

พี่วิไลวรรณ "มีข้อเสนอแนะว่าอยากให้ G2K Link เข้าไปทุกหน่วยงานเพราะเล็งเห็นถึงคุณประโยชน์อันมากมายทั้งตัวแปร TK ให้เป็น EK และแหล่งเก็บความรู้แบบหนึ่ง KA "

ท่านผ.อ. " ได้คุยกับหมอวิศิษฐ์แล้ว และในระยะสั้นนี้คิดดำริที่จะสร้างห้องให้เจ้าหน้าที่ได้มีโอกาสใช้  Internet และG2Kอย่างแพร่หลาย ในระยะยาวได้เพิ่ม Server ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแล้วเรื่องที่เสนอไปอยู่ในขั้นการพิจารณาของกรม"

ได้ยินอย่างนี้ดิฉันชื่นใจเป็นที่สุดที่ท่านผ.อ.เ ชื่อมั่นในคนบำราศและฝึกฝนให้พวกเขาได้ใช้พลังที่มีอยู่ในตัวจริง ๆ

ผู้ที่รับไมค์ลำดับถัดมาคือคุณหมอรุจนี กุมารแพทย์ เจ้าของบล็อคhttp://gotoknow.org/blog/pctpedbi ต้องขออภัยด้วยที่ไม่ได้มีรูปของคุณหมอ เพราะคนถ่ายรูปคือเจ้าเล็ก-ทิพาภรณ์เก็บภาพไม่ทัน แต่ดิฉันจะบอกใบ้ให้ก็ได้ค่ะ ว่าคุณหมอน่ะเป็นผู้หญิงผิวขาวเนียนสวย รูปร่างสูงใหญ่สมส่วน หน้าหวาน ปากนิดจมูกหน่อย มองแล้วสบายตา สบายใจค่ะ ใครที่ไม่รู้จักลองจินตนาการเองนะคะ ..นางสาวไทยไงงั้นเลย.Beauty Pageantเป็นหมอเด็กค่ะ...รักเด็กค่ะ

คุณหมอบอกว่าไม่ค่อยได้เขียนติดตามBlog เพราะจำกัดด้วยเวลา และถนัดที่จะเขียนลักษณะเป็นวิชาการ เช่น เนื้อหาสาระ วิชาการจากการประชุม PCT เด็ก หรือ Clinical Guideline ในการดูแลเด็กติดเชื้อ HIV เป็นต้น ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็น Best Practice ของบำราศในการดูแลเด็กติดเชื้อนะคะ

ต่อจากคุณหมอรุจนีก็เป็นพี่มอม (คนใส่เสื้อสีฟ้า)กับบล็อคhttp://gotoknow.org/blog/biisoha

พี่มอมบอกว่า "ตั้งใจที่จะบันทึกแต่เรื่องงาน เมื่อได้มาสัมผัสจริง ๆ พบความแตกต่าง ได้ทั้งความรู้ มีการให้กำลังใจกันและกัน ทั้งจากเพื่อน และพี่น้องชาวบล็อคทั้งหลาย เพิ่งรู้ว่าที่ข้อมูลไม่ถึงกันก็เพราะวงจรแพลนเน็ตนั่นเอง ต่อไปบำราศเราก็จะเป็นวงเดียวกันแล้ว (เอ๊ะ.พี่มอมพูดถึงวงไพ่หรือจ๊ะ..เอาวงไหนดีเอ่ย ป๊อกเด้ง หรือผสมสิบ...คะ..คิก คิก )"

สั้น ๆ แต่กินไปหลายตังค์ อุ๊ยไม่ใช่ค่ะ กินใจ Beating Heartจริง ๆ

พี่ปิ่ง คือคนที่นั่งข้างพี่มอม กล่าวสารภาพว่า "เปิดบล็อคลอย ๆ ไว้และเผอิญนึกชื่อไม่ออกเห็นชื่อสถาบันบำราศเลยถือโอกาสและใช้วิธีการสวมรอยเลย".. ..ฮา...Hula Dancerดูวิธีการสารภาพการสวมรอยของพี่เขาสิ

"แต่การตั้งชื่อในนามของสถาบันเลยเป็นกรอบให้ต้องเขียนเรื่องเกี่ยวกับบำราศ ให้ผู้คนได้รู้จัก และเห็นตัวตนของบำราศผ่านบล็อค"

"บล็อคเป็นเพื่อน เป็นชุมชนกัลยาณมิตร Kisses ใครอยากรู้ต้องมาสัมผัส...จึงจะรู้ด้วยใจ"

 

ยังเหลือความนัย...Beating Heart ของ Blogger อีกหลายคนแต่บันทึกชักจะยาวเกินไปแล้ว ขอต่อภาค 3 ละกันนะคะ