
อาร์ทิตย์นี้เรื่องราว ความรู้ไหลมาจนผมตั้งตัวจดไม่ทันเลยครับ จากที่ประทับใจเห็นพี่ศุภลักษณ์จดเรื่องราวในงานชุมนุมคนเขียน BLOG ของบำราศ ทำให้ผมตัดสินใจซื้อสมุดเล็กๆ หนึ่งเล่มมาติดกระเป๋าไว้ คู่กับปากกาตัวน้อยๆ ที่อายุสั้นน่าใจหาย
( เดือนที่แล้วผมเปลี่ยนปากกาไป 7 ด้ามทำลายสถิติตลอด 2 ปี ) และน่าสืบสวน/วิจัยมากว่ามันหายไปได้อย่างไร จึงไร้ร่องรอยเช่นนี้
- จะว่ามันน้อยใจ คิดสั้นทำลายหัวปากกาทิ้งก็ไม่น่าใช่
- หรือหนีออกจากบ้าน (กระเป๋าเสื้อ) ก็ไม่ถูก
- จากการคาดเดาของนักสืบสมัครเล่น คิดว่า น่าจะเป็น การลักพาตัวเรียกค่าไถ่
- หรือไม่ก็โดนจับไปขายแรงงานแล้ว ฮือๆ
อะ แฮ่ม จบโฆษณาแล้วครับ เข้ารายการได้
3
2
1
ACTION!!
<p><hr></p><p> สวัสดีครับผู้อ่านที่เคารพ พบกับผมเช่นเคยครับกับรายการเมารายวัน</p><p>วันนี้มีเรื่องน่าสนใจให้ท่านผู้ชมติดตามดังนี้ครับ</p><p>ย้อนไปเมื่อวันก่อนๆๆๆๆ ก็คือวันศุกร์ 5 สค. </p><p>ผู้จัดรายการได้เข้าไปอบรมเรื่อง PQMA มาเป็นเวลา 3 ชั่วโมง</p><p>โดยสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่เพราะเป็นช่วงบ่าย</p><p>จับใจความขณะสติยังไม่ลอยออกไปได้ว่า</p><p>PMQA, HA มันก็เหมือนๆ กันแต่ PMQA จะกว้างขวางกว่า</p><p>หลังจากนั้นวิทยากรพูดถึงเรื่อง</p><h5>ความรู้ต่างจากข้อมูลอย่างไรและความรู้ที่ดีเป็นอย่างไร</h5><p>ความรู้ที่ดีจะต้องมีลักษณะดังนี้ครับ คือ</p><ul>
</ul><p> </p><p align="center">ผมฟังไปคิดตามไป บังเอิญปิ้งไอเดียขึ้นมาก็รีบจดไปคิดไป
ปิ๊งๆๆๆ </p><p> </p><p>(สารภาพว่าตอนนี้อาจารย์พูดอะไรไม่เข้าหูแล้วครับ </p><p>เลยได้ความรู้จากอาจารย์เพียงเท่านี้…</p><p>ขอโทษนะครับอาจารย์ที่ศิษย์ไม่รักดี ฮือๆ)</p><p> </p><p>ผมโยงเรื่อง “ความรู้ที่ดี” ไปกับ”การจัดการความรู้”</p><p>ที่เคยอ่านจากบล็อคหลายๆ ท่าน ซึ่งอาจไม่ถูกต้องครบถ้วนทั้งหมด ได้ใจความว่า</p><p>การจัดการความรู้ คือ การนำความรู้ที่หลบซ่อนอยู่เอามาแก้ปัญหา</p><p align="center">ผมก็เอะใจ </p><p>รู้สึกมันเข้าหลักธรรมเรื่อง อริยสัจสี่ หนทางดับทุกข์(ปัญหา) </p><p>ซึ่งประกอบด้วย ทุกข์,สมุหทัย,นิโรธ,มรรค</p><p>หนึ่งในธรรมะไม่กี่อันที่ผมจำได้ติดหัว</p><p>ผมก็มาลองนั่งจดรายการทุกข์ของผมไปโดยหูไม่ได้ฟังอาจารย์แย้ว</p><p>ทุกข์อันแรกคือ งานที่ซ้ำซาก เสียเวลามันเยอะ…..</p><p>.เยอะอย่างไรบ้าง ก็แจงได้ดังนี้</p><ol>
</ol><p>สมุหทัย หาสาเหตุครับว่ามันมาจากไหน</p><p>อันนี้กำลังค่อยๆ ตะล่อมถามพี่ๆ แบบไม่ให้มีอารมณ์ </p><p>เพราะพูดเรื่องนี้ทีไรพี่ๆ เกิดอาการเด็กแนวทุกที</p><p>คือ เด็กจะออกแนวหน้าไปท้ากับหน่วยอื่นครับ</p><p>ผมแอนตี้สงครามก็ไม่อยากเป็นผู้จุดประทุสงครามในและนอกประเทศ เอ้ย ทั้งในกับนอกหน่วยงานขึ้น</p><p>ในประเทศภาคเหนือ คือ คลังยาครับ สนามนี้ฝ่ายตรงข้ามมีเสบียงตุนไว้ทำให้ยากแก่การปิดล้อม เอ…ผมพูดอะไรเนี่ย</p><p>ภาคกลาง คือ ห้องผู้ป่วยนอก ที่เชื่อมโยงกับทุกหน่วย มีกองกำลังเพียบ สถานที่กว้างขวาง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ยากแก่การตี เอ้ย ไม่ใช่</p><p>ภาคใต้ คือ ห้องยาในครับ ตกฐานะลำบาก คือ กลายเป็นหน่วยงานเล็ก เพราะห้องมันเล็ก คนก็ไม่น้อยครับแต่อัดคนได้ 10 กว่าคน อีกทั้งทำเลอยู่ติดทะเล เป็นจุดสัญจรของตึกต่างๆ ทำให้มีลูกค้าหลากหลาย เช่น พี่คะหนูจะซื้อผ้าอนามัยที่ไหนคะ?</p><p>น้องๆ พี่จะหาพี่….เค้าอยู่ตรงไหนนะ…</p><p>สารพัดคน สารพัดคำถามครับ</p><p>ที่สำคัญคือ ต้องประจัน เอ้ย ต้อนรับนานาตึก/ประเทศอื่นๆ นี่สิครับ</p><p>เราเป็นหน่วยเล็กจะไปตีกับประเทศอื่นไม่ได้ ต้องอาศัยการฑูตเจรจาอย่างเดียว</p><p>จนหลายฝ่ายมองว่า ห้องยาในนี่อ่อนแอ เหยียบย่ำได้ง่าย</p><p>ซึ่งจริงๆ ผมถือคติว่า อ่อนแอดีกว่าแข็งกร้าว เพราะอ่อนนั้นแตกยากแต่ถ้าแข็งปั๋บจะแตกหักง่าย ปลอบใจตัวเองไปเรื่อยๆ</p><p> เริ่มออกทะเลแล้วใช่ไหมครับ (ออกเรือไปเจอประเทศอื่น เหอๆ)</p><p>ครับผม ผมยังอยู่ในช่วงขั้นนี้อยู่ครับ สาเหตบางทีไม่ใช่ที่ระบบ เป็นที่บุคคลซึ่งเราจะไปแตะอะไรเขาลำบาก (แตะในหน่วยงานเดียวกันยังยากเย็นเลยครับ)</p><p>และถึงเป็นที่ระบบจริง มันอาจดูเป็นการก่าวก่ายงานของเขาไป ซึ่งเราต้องวางตนให้เหมาะ ไม่รุกล้ำแต่ต้องแจ้งให้เขารู้ว่าเรามีปัญหานะ</p><p>บางทีผมก็มองในแง่ร้ายนะครับ </p><ul>
</ul><p>แต่ผมพยายามมองในแง่ดีไว้</p><p>ทุกคนต้องการให้งานตัวเองง่ายขึ้น/สะดวกขึ้น</p><p>ถ้าเราเสนอแนวคิดแก้ไขที่ทำให้มันง่ายทั้งสองฝ่ายเขาคงไม่ปฎิเสธเราแข็งขัน</p><p>ถ้าเขาปฎิเสธอย่างไร้เยื่อใยก็แปลว่า เราได้เจอคู่แท้ต้องคุยกันยาวแล้ว</p><p>มิตรภาพแบบ น้ำเซาะหิน…หินทุกวันยังกร่อน </p><p>แล้วหัวใจอ่อนๆ ของเธอทำด้วยอะไร</p><p> </p><hr><p> ว่าจะเขียนสั้นๆ แล้วนะเนี่ยกลัวคนอ่านจะตัดพ้อว่าผมเครียด</p><p>ไม่ต้องกลัวครับ เนื้อเรื่องหลังๆ ออกทะเลหายเครียดแล้ว</p><p>และยอมรับว่าเรื่องนี้ต้องคิดต่อไป</p><p>ขอจบรายการเพียงเท่านี้ครับ พบกันใหม่วันเมาหน้า</p><p>ราตรีสวัสดิ์ทุกท่านครับ</p><p>บันทึกนี้ใช้เวลาเขียน ตั้งแต่17.00 น. รวมแล้ว 1 ชั่วโมง 20 นาที</p><p>แก้ไขครั้งแรก ลงรูปภาพเพิ่ม 18.45 น.วันเดียวกัน</p><p> </p>
ตามมาดับทุกข์ให้ค่ะ ช่วยแจ้งเรื่องให้กรรมการพัฒนาบริการอาจจะแก้เร็วขึ้น
ตามมาเพื่อคลายเครียดค่ะ ขอให้กุศลผลบุญที่ช่วยให้พี่หายเครียดอย่างฉับพลันในวันนี้ ช่วยให้น้องจันทร์เมามายอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขนะคะ
มาเยี่ยมเพื่อน....
สหายจันทร์เมามาย
นายเขียนได้ดีนะ...ได้อรรถรส ที่ไม่เหมือนใครแต่ก็เป็นตัวเอง
สิ่งหนึ่งที่ แอบทึ่งอยู่ เป็นเรื่องของ "ธรรมะ" ที่แฝงอยู่ในหัวใจของท่าน
ในยุทธภพนี้นะท่าน หากเก่งแต่เพียงอย่างเดียวแต่ไม่มีคุณธรรมในหัวใจละกถือว่า็เป็น "สัตว์ร้าย"
ขอให้เชี่ยวชาญยุทธ์...ฝึกปรือทุกกระบวนท่า มีข้อข้องขัดๆใดๆ เจ้าจง AAR. โดยพลัน
หากยังไม่มั่นใจนัก ให้เก็บเกี่ยว Tacit knowledge จากจอมยุทธ์ทั้งหลายนะท่าน
เพลาหนึ่ง...ปลายวสันตฤดู นี้ มีนัดกับผมที่ "โรงเตี๊ยม" เมืองปาย...กระผมจะรอท่านอยู่ตรงนั้น
ที่ ใกล้ๆแม่น้ำแห่งสันติ "สันติชล" ปาย
</p><p> </p><p> </p><p> </p>
พี่เล็ก (ขอเรียกอย่างนี้ละกันนะครับเราะพิมพ์ง่ายดี)
Dr. อัจฉรา เชาวะวณิช
คุณบวร
คุณพัชรา
ขอบคุณในความห่วงใยครับ หนังสือที่พี่ให้ผมมาวันนั้นผมยังนั่งอ่านด้วยความซาบซึ้งอยู่ครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
สหายจตุพร
ปล. เรื่องธรรมะ ข้าน้อยยังอ่อนด้อยนัก
ต้องรอเวลาเข้าสำนักเส้าหลิน (บวช) ก่อน
แวะมาทัก...อ่านแล้วคิดตามได้ธรรมะจริงๆ,,,ชอบที่คุณบอกว่าเปลี่ยนที่ตัวเราง่ายกว่าเปลี่ยนที่ผู้อื่น...ส่งกำลังใจให้ไปถึงนิโรธจ๊ะ
ปล.อยากไปเมืองปายจัง...ถ้าไปแล้วอย่าลืมเก็บภาพและเรื่องมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะจ๊ะ
ถ้าได้ไปแล้วไม่พลาดเอามาลงแน่ครับ
ถ้ายังสนใจเรื่อง PMQA อยู่ และต้องการความรู้เพิ่มเติม เชิญติดตามได้ในวันที่ 28 ส.ค. 2549 ตอนบ่ายนะคะ อาจารย์จะมาอีก 1 ครั้ง ซึ่งมีเนื้อหาเหมือนวันที่ 4 ส.ค. 2549 ค่ะ หลายคนที่เข้าฟังบอกว่าอาจารย์บรรยายดีมากนะคะ เผื่อท่าน “จันทร์เมามาย” มิวิทยายุทธแก่กล้าเรื่องงานคุณภาพ จะได้เชิญมาช่วยกันเวียนหัวไงคะ