
ภาพกราฟิคนี้ทดลองวาดด้วยเม้าส์และใช้โปรแกรม Microsoft Word
หิ่งห้อยหนุ่มผอมโซตัวหนึ่ง บินผ่านท้องนาคืนเดือนมืด พลันก็เหลือบไปเห็นแสงสว่างวิบวิบวาบวาบ
เจ้าหิ่งห้อยแสนดีใจ เมื่อโฉบเข้าไป ความดีใจก็ยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณเมื่อพบว่าเป็นเพื่อนสนิทของมันที่คิดว่าบินหายไปยังทุ่งกว้าง
แต่แล้วก็กลับเป็นตื่นตระหนก เมื่อพบว่าเจ้าเพื่อนหิ่งห้อยแท้จริงนอนแผ่อยู่บนใบไม้ด้วยสภาพยับเยิน
ปีกไหม้เกรียมแหว่งวิ่น แขนขาหักและหลุดลุ่ยไปหลายขา !!!!!
“โอ เพื่อนเอ๋ย ทำไมเอ็งถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”
เจ้าหิ่งห้อยถามเพื่อนรักด้วยความร้อนรนใจ
“ข้ามาหาคนรักแถวนี้” เจ้าเพื่อนหิ่งห้อยตอบตะกุกตะกักราวจะหมดลมหายใจ
“อ้าว แล้วทำไม..” มันถามเพื่อนต่อ
“ข้าเกาะใบหญ้ารออยู่เป็นนาน จนคิดว่าเธอโดนไฟเผาซังข้าวในทุ่งนากลืนชีวิตไปแล้ว
พอเห็นว่าเป็นนางส่องแสงวิบวิบวับวับบินมา ด้วยอารามดีใจก็เลยโผบินไปต้อนรับ กางปีกเกี่ยวก้อย เพื่อพาบินไปด้วยกัน”
“อ้าว ก็ดูดีแล้วนี่นา ไม่เห็นมีเหตุให้ต้องมาอยู่ในสภาพอย่างนี้”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิ...ไอ้ที่เห็นว่าเป็นนางบินฉวัดเฉวียนตรงมาหาข้านั่น..มันไม่ใช่น่ะสิเพื่อน...."
"แท้จริงมันเป็นไฟจากมวนบุหรี่ของขี้เมา ที่เดินดูดไฟวาบๆเดินโซเซมาน่ะสิ”
“ข้าคิดว่าเป็นนางหิ่งห้อยคนรักข้า...พอเกาะเข้าไปเลยเป็นสภาพอย่างนี้แหละ”
"แง่ก แง่ก"
“............!!!!”
สวัสดีครับหนานเกียรติ
ขอบคุณดอกไม้และกำลังใจจากหนานเกียรติครับ
มีความสุขนะครับ
หิ้งห้อยน้อย...น่าสงสารจริงๆ
สวัสดีครับคุณครู ป๑.ครับ
นี่ต้องถือว่าเป็นความสำเร็จในการเล่าขำขันของผมอีกแบบหนึ่งเลยละครับ
ที่คนอ่าน อ่านขำขันแล้วบังเกิดความสงสาร ฮ่า
มีความสุขนะครับผม
สวัสดีครับธรรมทิพย์ครับ
สรุปบทเรียนของหิ่งห้อยนี่ เหมือนคนมากเลยเนาะ
ขอบคุณที่แวะมาเยือนกันครับ
สวัสดีครับอาจารย์ณัฐพัชร์ครับ
อ้าว เอาขำขันมาเล่าสู่กันฟัง ก็ยังชวนให้คิดได้อีกหรือนี่
สุขสันต์วันหยุดครับผม
สวัสดีค่ะ
ขออภัยค่ะ พิมพ์เกิน
"ขอเรยาช่วงนี้เรายาราคาถูก" แก้เป็น "ขอเรยาช่วงนี้เรยาราคาถูก"
สวัสดีครับพี่ครูคิมครับ
นี่จะดังเร็วขนาดนั้นเลยหรือครับ ชาวบ้านกับน้องๆของพี่คิมนี่ก็จินตนาการดีมากเลยนะครับ
เมื่อก่อนนี้ก็มีแตงโมจินตรานะครับ แสดงว่าดาราที่ดังในช่วงที่มีผักผลไม้แปลกๆ
ก็อาจจะได้ชื่อผักผลไม้เป็นดาราไปด้วยเลยละสิเนี่ย งั้นผมขอเรยาปั่นก็แล้วกันนะครับ
อิ อิ นานๆ จะได้อ่านบันทึกขำๆ ของท่านอ. เซียนศิลป์นะคะ ก็ขำสุดๆตรงที่มีขี้เมาด้วยค่ะ แต่ก็สงสารหนุ่มหิ่งห้อยจัง อุตส่าห์ตั้งใจอย่างยิ่งยวด
ปูชอบดูเจ้าหิ่งห้อยมากๆค่ะ แม้เจ้าหิ่งห้อยจอมเจ้าชู้ ผู้โรแมนติก มักใช้แสงอันน้อยนิด หว่านเสน่ห์ไปได้เรื่อยๆ เราก็ยังอดเมียงมองและตื่นเต้นทุกครั้งไป เมื่อได้พบเจอ ขอนำบันทึกนี้ มาเป็นหลักฐานความชอบเจ้าค่ะ :)
มิน่าล่ะคะ หนัง ละครหลายๆ เรื่องชอบมีฉากไปชมหิ่งห้อย ท่ามกลางฟ้าราตรี ยิ่งได้บรรยากาศ ขอบพระคุณที่ทำให้ได้นึกถึง กิ๊ก เจ้าหนูหิ่งห้อยค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์วิรัตน์
ความรักนอกจากทำให้คนตาบอด...มีผลถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่เรียกว่า "หิ่งห้อย" ด้วย...อ่านแล้วสนุกค่ะ
สวัสดีครับคุณ Poo ครับ
ตอนที่อยู่บ้านนอกนี่ เวลาเดินกลางคืนและได้เห็นแสงหิ่งห้อยละก็ มันช่างชวนให้จินตนาการได้ดีมากอย่างยิ่งเลยนะครับ ดูแล้วเป็นความอัศจรรย์ของความมีชีวิตในยามกลางคืนเลย
สวัสดีครับอาจารย์ณัฐพัชร์ครับ
เพลงอิ่มอุ่น กับเพลงนิทานหิ่งห้อย ของศุ บุญเลี้ยง เป็นเพลงที่ผมชอบครับ ทั้งชอบเพลงและชอบดนตรี กับการร้องเล่นกีตาร์ถ่ายทอดอารมณ์เพลงของศุ บุญเลี้ยง
สวัสดีครับคุณครูนกทะเลครับ
อันที่จริงขำขันนี้ผมได้ฟังหรือได้อ่านมาจากที่ไหนสักแห่งจนจำไม่ได้แล้ว โครงเรื่องเป็นอย่างนี้ แต่รายละเอียดก็เล่าเพื่อหาจังหวะโยนมุขเอาเองน่ะครับ ผมจำเรื่องนี้และนึกถึงทีไรก็ขำ เพราะมันเหมือนเป็นเรื่องหักมุม ยิ่งเป็นคนมาจากต่างจังหวัดแล้วละก็ พอได้ยินมันก็เป็นเรื่องขำตรงที่มันเกินคาดและเป็นไปไม่ได้ เราเคยได้ยินแต่เรื่องหิ่งห้อยที่ออกไปทางชวนเพลิดเพลิน สวยงาม ชวนอัศจรรย์ใจ แต่เรื่องนี้กลับออกไปอีกทางหนึ่ง เล่นมุขแบบโหดๆกับของที่ดูสวยๆ เลยเป็นวิธีผูกเรื่องเล่นกับวิธีคิดวิธีมองที่แปลกดีไปอีกแบบ
แวะเข้าไปดูบันทึกเรื่องหิ่งห้อยของคุณ Poo มาแล้ว Fire Fly มีเรื่องราวน่าสนใจมากมายเลยละครับ ขอบคุณหลายเด้อ
ลืมอวดสำหรับผู้ที่สนใจการทำงานกราฟิค ตบแต่งเอกสารหรือจัดทำภาพประกอบและจัดอาร์ตเวิร์คหนังสือด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปว่า ภาพกราฟิตนี้ทดลองวาดด้วยโปรแกรม Microsoft Word ครับ ให้ผลออกมาใช้ได้ทีเดียว ใช้ทำเอกสารพอได้ครับ แต่ความละเอียดสำหรับทำสื่อ Presentation หรือทำชิ้นงานกราฟิคจำเพาะเลยก็อาจจะหยาบไปหน่อย
พวกเครื่องมือทำมาหากินอย่างนี้ของชาวบ้านนี่ ในท้องถิ่นต่างๆหากมีเนื้อหา-เรื่องราวที่ีมีชีวิต เชื่อมโยงกับสภาพของชุมชน ย่านที่เป็นป่าและแหล่งการนำไปใช้ วิธีทำกิน คนที่หาแย้เก่ง รวมทั้งประสบการณ์ร่วมของชุมชนที่เกี่ยวข้อง แล้วก็นำเอามาบันทึกเล่าถ่ายทอดไว้ ก็จะเป็นสื่อเล่าเรื่องวิถีชีวิตและมิติต่างๆของชุมชนได้เป็นอย่างดีมากเลยนะครับ หากมีแต่เครื่องดักอย่างเดียว มันก็จะดูเหมือนกันไปหมดและขาดเรื่องราวของผู้คน ไม่พอที่จะบอกเล่าชีวิตและให้ภาพสะท้อนสังคมชุมชน สามารถใช้เป็นแกนสะสมเรื่องราวต่างๆต่อไปได้อีกเยอะเลยนะครับ