ความทรงจำ ความเป็นอยู่และความหวัง

อดีต คือ ความทรงจำ มีทั้งความทรงจำที่ดีและความทรงจำที่เลวร้ายแต่ส่วนใหญ่เรามักจะจำได้แต่ความทรงจำที่ดีมากกว่า

ผมเกิดที่ หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ในอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำได้ว่าตอนนั้น ถนนเวลารถวิ่งผ่านฝุ่นก็จะตลบไปหมด บ้านผมเป็นร้านขายของชำเล็ก ๆ ติดกับถนน หลังคาบ้านมุงด้วยใบตองซึ่งก็ไม่ต่างจากบ้านหลังอื่น

แม่ต้องตื่นตอนตีสามทุกวันเพื่อไปตลาดซื้อของกลับมาขาย ส่วนผมก็จะตื่นตอนตีห้าครึ่งเพราะแม่จะกลับมาพอดี ก็จะต้องช่วยกันจัดร้านและขายของ เป็นอย่างนี้ทุกวันตอนเด็ก ดูเหมือนจะเป็นเด็กขยันแต่จริง ๆ แล้ว ผมว่าคงเป็นเพราะสถานะการณ์บังคับมากกว่า

ครอบครัวไม่ได้มั่งมีอะไรแต่ก็พอมีกินทุกมื้อ ครั้งหนึ่งที่ยังจำไม่เคยลืม ตอนนั้นเด็กมากน่าจะอยู่ประมาณ ป.1 หรือ ป.2 เนื่องจากแม่ไม่มีเงินค่าขนมให้ แม่จึงเอามะละกอสุกหั่นใส่ถุงให้เอาไปกินแทน ซึ่งเราเป็นเด็กก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

แต่ผมว่าตอนเด็กผมมีความสุขมากนะ เวลาเลิกเรียนเสร็จผมก็จะไปตามหาแม่ที่ไร่ทุกวัน เพราะว่าไร่ติดกับแม่น้ำ ทั้ง แม่ ลุง ป้า น้า อา รวมถึงเด็ก ๆ ก็จะพากันเล่นน้ำ มีความสุขมาก 

ยิ่งนึกถึงเวลากลับจากไร่ เด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งเดินตามหลังแม่ ไปตามคันนา ในบรรยากาศที่ตะวันพลบค่ำ นึกถึงทีไร ผมว่าเป็นภาพที่เต็มไปด้วยความสุขจริง ๆ และนี่แหละคือ อดีต นี่แหละคือ ความทรงจำ

หลังจากเรียนจบ ปวส. ช่างไฟฟ้ากำลัง ความคิดตอนนั้นคือ หางานที่ได้เงินเยอะ ๆ เมื่อจบผมก็ได้งานทันที งานแรกในชีวิต ช่างซ่อมบำรุงเครื่องจักร อาจจะไม่ค่อยตรงสายที่เรียนมาเท่าไหร่ แต่ก็พอได้ใช้ความรู้บ้าง

เงินเดือน เดือนแรกได้หมื่นกว่าบาท คิดว่านี่แหละใช่เลยงานที่เราต้องการ ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ จะเป็นเหมือนผมหรือเปล่า เวลาเรามีเงินเยอะ ไม่รู้เป็นอะไร รายจ่ายมันมักจะเยอะตามไปด้วย เงินเก็บแทบไม่มี แต่ก็ยังดีพอมีเงินส่งทางบ้าน

ยิ่งทำเหมือนยิ่งไม่ใช่ การค้นหาตัวตนเริ่มมา แต่ผมว่า มันมาช้าไปหน่อยนะ ก็ต้องออกจากงานมาทำงานอิสระส่วนตัว จากเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ตอนนี้เหลือพันกว่าบาทเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขกับอิสระที่ได้รับ แต่ในแง่ของความสำเร็จของชีวิต ถือว่าล้มเหลวสิ้นดี

การค้นหาตัวตน บางคนก็ใช้เวลาไม่มาก แต่บางคนก็ใช้เวลามากพอดู แต่สำหรับผม การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือว่าใช่สำหรับตัวเรา มันไม่มีคำว่าสายเกินไป ถึงแม้ต้องเสียเวลาในการค้นหาอยู่นานกว่าจะเจอ

นี่แหละคือระบบการศึกษาของไทย คือไม่ได้ต่อว่าแต่อยากจะสะท้อนให้เห็นว่า เด็กหลายคนที่เรียนจบมาด้านหนึ่งแต่กลับต้องไปทำงานอีกด้านหนึ่ง ในปัจจุบันยังคงมีอีกเยอะ เพราะตอนเราจบ ม.6 เรายังไม่รู้เลยว่าเราชอบ เราถนัดด้านไหน แต่เรากลับต้องเรียนตามกระแสสังคม ขอให้มีที่เรียน

ปัจจุบัน คือ ความเป็นอยู่ เป็นอยู่ในตัวตนของเรา บางคนอาจจะได้เป็นอยู่ในสิ่งที่อยากเป็น แต่บางคนก็ไม่ได้เป็นอยู่อย่างที่คิด

ตอนนี้ก็เริ่มมองเห็นภาพ การที่เราจะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ ก็คือ คณิตศาสตร์ ผมอาจจะไม่ได้เก่งอะไรมากมาย เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ แต่ความชอบมันมากมายเหลือเกิน การที่เราจะได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ มันก็คงพอจะทำให้เรามีความสุขกับการทำงานนั้น

อนาคต คือ ความหวัง ความหวังที่อาจจะเกิดขึ้นจริง หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลย เคยได้ยินบทความบทหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนแต่ง เขาบอกว่า ร่างกายอยู่ได้ก็เพราะอาหาร แต่จิตใจอยู่ได้ก็เพราะความหวัง คิดว่าทุกคนก็คงมีความหวังแต่อาจจะแตกต่างกันไป

ความหวังสำหรับผม คงไม่ใช่ความหวังที่ยิ่งใหญ่อะไร ได้ทำในสิ่งที่ชอบ มีการงานและครอบครัวที่ดี ซึ่งหลายคนก็คงหวังไว้เหมือนกัน ใครจะหวังสิ่งใดไว้ก็ขอให้สมปราถนากันทุกคนก็แล้วกัน ขอบคุณครับที่พยายามอ่าน สาระอาจจะไม่มากแต่ก็เขียนจากใจ

                                                                                      pittaya