โปรแกรมเอ็กเซลคำนวณบำเหน็จบำนาญกบข.นี้ เป็นโปรแกรมที่คำนวณบำเหน็จบำนาญทั้งแบบปกติและแบบ กบข. พร้อมทั้งนำมาเปรียบทียบกันด้วย โดยการรับบำนาญแบบ กบข. จะมาวิเคราะห์ตัวเลขจุดคุ้มทุนว่าข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.สมควรที่จะมีอายุยืนยาวที่เท่าไรเมื่อนำบำนาญแบบปกติมาเทียบเคียง ซึ่งท่านต้องกรอกข้อมูลที่เป็นตัวเลขที่ท่านคาดการณ์ว่าท่านจะได้รับเงินเดือนตอนเกษียณเท่าใดและจะมีเงินประเภทต่างๆเป็นจำนวนเท่าไร ทั้งนี้ในโปรแกรมยังได้เตรียมช่องกรอกข้อมูลที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายการคิดบำเหน็จบำนาญจากเงินเดือนสุดท้ายเฉลี่ยน้อยลงเป็น 2-4 ปี (อาจเปลี่ยนเป็น 48 เดือน) และการคิดอัตราส่วนเกินของบำนาญไม่เกินร้อยละ 80-90 (อาจเปลี่ยนเป็นร้อยละ 80)
อ่านข้อมูลองค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข. แห่งประเทศไทย 1) แถลงการณ์ 19 มี.ค. 2555, แถลงการณ์ 9 มี.ค. 2556, 2) นัดชุมนุม 26 มี.ค. 2556 คลังเมินรื้อสูตรบำนาญ กบข., 3) รายงานการเคลื่อนไหวในการชุมนุม 26 มี.ค. 2556, 4) ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ประธานองค์กร แถลงข่าวผลการชุมนุม 29 มี.ค. 2556, 5) ข่าว กบข.จัดประชุมใหญ่ผู้แทนสมาชิก ประจำปี 2556
ท่านสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมเอ็กเซลได้ที่นี่ไฟล์รุ่น 2003 คลิกที่นี่ 2003, ไฟล์รุ่น 2007 คลิกที่นี่ 2007
สำหรับคำถามสำคัญของมวลหมู่สมาชิก กบข. ก็คือ สมาชิกที่ได้รับเงินผลประโยชน์ต่างๆ รวมกับเงินบำนาญที่ลดลงจะคุ้มค่ากันหรือไม่กับการสละรับบำนาญแบบปกติ โปรแกรมนี้ช่วยท่านคำนวณได้ แต่ช่วยแก้ไขปัญหาให้ท่านไม่ได้ ท่านต้องใช้พลังของมวลหมู่สมาชิกจำนวนมากในการแก้ไขระเบียบต่างๆในการดำเนินการ โดยขอสรุปประเด็นสำคัญที่สมาชิกควรได้รับทราบอย่างตรงไปตรงมาจากกองทุน กบข. แต่ไม่ค่อยได้รับทราบ ดังนี้
1.จากปรัชญาบำเหน็จบำนาญ ที่จัดเป็นสวัสดิการของข้าราชการ ที่ควรเป็นขวัญกำลังใจหรือบำเหน็จความดีของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่กองทุน กบข.ที่ควรจดจำและระลึกถึงอยู่อย่างเสมอ
2.การปรับเปลี่ยนเงินต้นและผลประโยชน์ต่างๆของสมาชิกเป็นหน่วยลงทุนนั้น สมาชิกท่านทราบหรือไม่ว่า การคำนวณหน่วยลงทุนที่สมาชิกได้รับนั้น จะต้องหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆก่อนแล้วทุกปี (คำนวณเป็นวัน ก็มีการประมาณการค่าใช้จ่ายก่อน)
3.กองทุน กบข.มีจำนวนมากมายมหาศาลขึ้นเรื่อยๆตามกฎหมาย ย่อมทำให้ยอดการลงทุนเสี่ยงภัยในหุ้นมากมายมหาศาลตามไปด้วย ถึงแม้ว่าจะกำหนดอัตราการลงทุนประเภทเสี่ยงภัยไว้ที่ร้อยละ 40 (ตามทัศนะของผม ยอดเงินและการเสี่ยงภัยขนาดนี้เป็นอัตราที่มากเกินไป) ถึงแม้ว่าจะมีคณะกรรมการควบคุมและคณะกรรมการบริหารชั้นเยี่ยมก็ตาม ทั้งยังไม่สามารถให้คณะกรรมการบริหารรับผิดชอบได้ในกรณีการขาดทุนที่หน่วยลงทุนลดลง ดังเช่นกรณีปี พ.ศ.2551 เพราะการอ้างเหตุผลที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ซึ่งถ้าเป็นมืออาชีพแล้ว จะไม่มีการกล่าวอ้างเช่นนี้ เพราะเป็นปัจจัยที่เราควบคุมเองไม่ได้ แต่เราสามารถที่จะคาดการณ์หรือพยากรณ์ล่วงหน้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ (ถ้าเป็นมืออาชีพจริง มันท้าทายดี และถ้าเป็นอย่างนี้ให้ใครที่เล่นหุ้นเป็น ก็บริหารได้) การไม่มีผู้รับผิดชอบเช่นนี้ ต่อไปในอนาคต กลัวว่าจะเป็นแบบอย่างให้ดำเนินการอย่างขาดความรอบคอบหรืออาจมีการช่วยเหลือกันได้ ซ้ำคดีความต่างๆหลายร้อยคดี สมาชิก กบข.แพ้อยู่เรื่อย
4.ในกรณีที่ในปีใดมีการขาดทุน หน่วยลงทุนลดลง ที่เป็นการลดลงในกระดาษมูลค่าหุ้นเท่านั้น แต่ถ้าสมาชิกเกษียณและอยากได้เงินในปีนั้นพอดี ก็จะได้รับเงินตามมูลค่าที่ลดลงนั้นด้วย จะเห็นว่าเงินลงทุนของสมาชิกส่วนใหญ่ก็ยังมีการลงทุนอยู่ต่อไป ดังนั้นจึงเห็นได้ว่ามวลหมู่ในกลุ่มสมาชิกไม่สามารถช่วยเหลือกันได้เลย เพราะตัวใครตัวมัน หน่วยลงทุนก็เป็นของใครของมัน ขาดหลักธรรมเมตตาสามัคคีกันในขณะที่สามารถทำได้ ถ้าการขาดทุนนั้นทำให้สมาชิกได้รับเงินผลประโยชน์ที่ต่ำกว่าเงินต้น+อัตราของเงินเฟ้อในแต่ละปีแบบสะสมตั้งแต่เริ่มเข้ามาเป็นสมาชิก เพราะเงินบำเหน็จบำนาญที่คิดให้ก็ต่ำกว่าแบบปกติแล้วยังไม่เพียงพออีกหรือยังต้องขาดทุนเงินผลประโยชน์ที่ได้อีก แต่จะมีคำถามจากกองทุน กบข.ว่าจะช่วยอย่างไร ผมว่าไม่ยากหรอก อาจจะรู้แล้วแต่ไม่ทำก็ได้ ก็ให้กองทุนท่านสร้างระเบียบเพื่อสร้างหลักประกันให้แก่สมาชิกในกรณีนี้ โดยหักรวมกับค่าใช้จ่ายก่อนคำนวณเป็นหน่วยลงทุนเท่านั้นเอง
5.จึงมีคำถามจากสมาชิก กบข.อีกมากมายว่าทำไมเราต้องเข้ามาเล่นหุ้นด้วยหรือ ทำไมเราต้องมาเสี่ยงภัยด้วยหรือ เราไม่ชอบ เราไม่อยากเสี่ยง เราไม่อยากได้เงินมากมายหรอก เราอยากได้ในสิทธิที่เราควรได้เหมือนแต่ก่อน เราต้องการเพียงหลักประกันความมั่นคงในชีวิตเราเมื่อเกษียณอายุแล้วเท่านั้น แต่เราทำอะไรไม่ได้เลย แล้วก็เราก็ก้มหน้ารับกรรมนี้ต่อไป ในสังคมไทยๆเช่นนี้
6.มีคำถามที่พบเห็นอยู่บ่อยๆคือถ้าเราได้เป็นสมาชิก กบข.อย่างไม่ตั้งใจ หรือเป็นสมาชิกเพราะในตอนที่มีการรณรงค์ครั้งแรกปี 2540 มีโปรแกรมคำนวณทดลองให้ดู แต่ปัจจุบันไม่อยากเป็นสมาชิกแล้ว หรือเงินได้ที่คำนวณนั้นน้อยกว่าเมื่อตอนรณรงค์ เช่นนี้จะทำอย่างไรดี จะออกก็ไม่ได้เพราะกฎหมายบังคับให้ได้รับเงินได้ลดลงเป็นจำนวนมาก อย่างนี้แล้วจะทำอย่างไรดี ช่วยกันคิดดังๆทีครับ (หรือเปลี่ยนกฎหมายเป็นเงินเดือนเฉลี่ย 2 ปีก็พอแล้ว และเงินบำนาญก็ไม่เกินร้อยละ 90 ดีไหมครับ)
ตัวอย่างรูปโปรแกรมเดิมนี้
สมาชิก กบข.ที่เป็นทหาร,ตำรวจ ที่ปฏิบัติราชการชายแดน เขาได้วันทวีคูณ แต่เมื่อ กบข.กำหนดให้ไม่เกินวันรับราชการไม่
เกิน 35 ปี เช่น รับราชการตั้งแต่ อายุ 20 ปี จนถึงอายุ 50 ปี อายุราชการ 30 ปี ในระหว่างรับราชการได้มีคำสั่งให้ไป ปฏิบัติงานป้องกันประเทศ (ออกสนาม, ออกชายแดน) 20 ปี (การออกราชการเอาชีวิตไปเสี่ยงต่าง ๆ นา ๆ) รวมมีอายุราชการ 50ปี ถ้าเป็นสมาชิก กบข.ลาออกเมื่ออายุ 50 ปี คิดแล้วได้รับเงินจำนวนเต็ม (เวลารับราชการ คูณ เงินเดือนสุดท้าย หาร 50)แต่เข้า กบข.เขาคิดให้ไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ (ให้เวลารับราชให้ แค่ 35 ปี ) หายไป 15 ปี ถ้ารอเกษียญ อายุ 55 ปี หายไป 20 ปี แล้วจะอยู่ปฏิบัติงานไปทำไหม วันรับราชการได้มาก็ไม่สามารถคิดบำเหน็จ/บำนาญได้ ขอลาออกเป็นจาก กบข.ขอแค่ เงินที่หักไป เงินประเดิม และเงินสมทบไม่เอา
ก่อนeariyปี๔๗ ผมขอลาออกก็ไม่ได้ ได้เงินมา๕แสน๕ แต่บำนาญลดลง๘พัน เงิน30เท่าลดลง๓แสน ๘พันคูณ๑๒เท่ากับ๙หมื่น๖ ผ่านมาแล้ว๘ปีเป็นเงิน๗แสน๖หมื่น๘พันบาท หากกู้ธนาคารก็คงหมดไปแล้ว แต่ก็ยังถูกหักบำนาญเดือนละ๘พันอยู่ เงิน๓แสนก็หายไปเฉยๆ คุ้มค่าใหม
ถึงเวลานี้คงไม่ต้องมาส่งสัยอะไรกันอีกว่า กบข.ดีหรือไม่อย่างไร และที่เคยอ้างมาตลอดว่า คนกลุ่มนี้เขาได้รับเงินก้อนจาก กบข.ไปแล้ว (เงินประเดิม เงินสมทบ เงินชดเชย) เพราะเงินก้อนที่ได้รับมันน้อยกว่าที่ขาดหายไป อยากกลับไปใช้สูตรเดิมจริง ๆ ไม่เอาแล้วเงินล้านลม ๆ แล้ง ๆ ที่นำมาหลอกล่อ ความจริงมันปรากฏแล้ว เลิกอ้างเสียที สูตรบำนาญโหด ขูดรีด ขรก. ให้เวลาราชการแค่ 35 ปี ตัดวันทวีคูณ เฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือน .ให้ไม่เกิน 70 % บำเหน็จตกทอด 30 เท่า ก็ได้น้อย เพราะบำนาญมันน้อย เฮ้อ..เวรกรรม
ตอนโปรโมท เงินกบข.บอกความจริงไม่หมด ขรก. ส่วนมากหลงเชื่อคุณแม่ เป็นสมาชิกกบข รุ่นแรก แล้วมา เกษียณราชการปี 2542 ทั้งที่รับราชการมาไม่น้อยกว่า30ปี สุดท้ายรับบำนาญไปไม่คุ้มเลย ตอนนี้มาได้กับตนเองเช่นกัน
นึกไว้แล้วตั้งแต่แรกว่าต้องออกมาแบบนี้เชื่อสิพวกมันได้ผลประโยชน์มากไม่แก้ให้ หรอก
ขอบพระคุณผู้พัฒนาโปรแกรมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
เรารวบรวมรายชื่อเพื่อขอแก้กฏหมายจะได้มั๊ยครับ อยากลาออกจาก กบข.มากเอาเปรียบ ขรก.สุดๆ
ต้องการลาบอกจาก กบข แล้วไปรับระบบเดิมจะต้องทำอย่างไร ช่วยบอกด้วยค่ะ
เสื้อแดงเผา ได้ 7ล้าน..เดี๋ยวให้เสื่อแดงไปเผาตึก กบข.ทิ้งดีกว่ามั้ง..โกหกกันดีนักไอ้ กบข.
อยากให้ตึก กบข.เป็นเหมือนตึกที่สหรัฐจังเลยตอนที่คณะผู้บริหาร กบข.อยู่กันครบทีม
ทำไมต้องคิดแค่ 35 ปี เอาอะไรมาคิดว่าต้อง 35 ปี ทำไมไใ่เอาอายุราชการที่เขารับจริงบวกวันทวีคูณมาคิดเลยแค่นี้คณะกรรมการบริหาร กบข ก็มีเงืนกินกันมะหาสารแล้ว
ศึกษาข้อมูลดีๆครับ ศึกษาให้ถ่องแท้ อย่าฟังข้อมูลผิดๆแล้วไปตีโพยตีพายกันเอง ได้อย่างเสียอย่างครับ ดีสำหรับคนกลุ่มนึงแต่ก็เสียสำหรับคนอีกกลุ่มนึง ตอนนี้เขามีให้เลือกแล้วว่าท่านจะเลือกรับผลปรัโยชน์แบบเดิมหรือจะรับแบบ กบข. ต่อไป สำหรับสมาชิกที่สมัครใจเป็นสมาชิก ส่วนสมาชิกภาคบังคับไม่มีสิทธิ์เลือกนะครับ แต่เมื่อคำนวนผลประโยชน์ที่จะได้รับแล้ว ถือว่าเหมาะสมดีครับ ตัวอย่างง่ายๆนะครับ กบข กับ รับ บำนาญแบบเดิม เปรียบได้เหมือนเราไปซื้อรถน่ะครับ ถ้าเรามีเงินดาว เงินผ่อนเราก็น้อยลง แต่ถ้าเราไม่มีเงินดาว เงินผ่อนเราก็มากครับ เช่นเดียวกัน กบข จ่ายเงินก้อนให้เราหนึ่งก้อน พร้อมกับเงินรายเดือนส่วนนึง เหมือนกับการซื้รถแบบมีเงินดาว แต่ถ้ารับบำนาญแบบเดิมทางรัฐไม่มีเงินก้อนให้ มีแต่เงินรายเดือนให้เท่านั้น เปรียบกับซื้อรถไม่มีเงินดาว ดังนั้นการรับบำนาญแบบเดิมถึงได้เงินรายเดือนมากกว่าไงครับ ถ้าเราเกษียรแบบพร้อมแล้วก็เหมาะสำหรับการไปรับแบบเดิมครับ คือ มี บ้าน รถ พร้อมหมดแล้วน่ะ แบบไม่ต้องไปสร้างอะไรอีกแล้งหลังเกษียร แต่ถ้าเกษียรไปแล้วยังไม่มีอะไรเลยก้ลองคิดดูแล้วกันครับ ว่าเงินรายเดือน กับเงินก้อน อันไหนน่าจะทำประโยชน์ให้กับตัวท่านได้มากกว่ากัน รายละเอียดมีเยอะครับ
ผมเข้ารับราชการตั้งแต่ปี พ.ค. 2516 ถึง 30 ก.ย. 55 รวมรับวันรับราชการปกติ 40 ปี 1 เดือน ออกปฏิบัติราชการสนามชายแดน ทั่วประเทศไทยรวม 13 ปี เงินเดือนสุดท้าย 31,880 บาท พ.ส.ร.2,213.บาท รวมเงินเดือนสุดท้าย 34,093.-บาท แต่เมื่อเออรี่เมื่อ 2 ต.ค.55(ปีงบประมาณ 56) ถ้าผมรับบำนาญระบบเดิม ผมก็จะได้รับเดือนเท่ากับเดือนสุดท้ายเพราะวันทวีคูนผม 13 ปี ผมเป็นสมาชิก กบข.ปัจจุบัน่่ได้รับบำนาญเดือนละ 18,719.87บาทหายไป 15,373.13บาท แต่รับเงินก้อน กบข.มา 632,565 บาท ผมมานั่งคิดว่าเงินเดือนของผมที่ลดลงไปนั้นเดือนละ 15,373.บาท ถ้า 1 ปี เงินก็จะหายไป
15,373x12=184,477.56.บาท ตอนนี้ผมอายุ 57 ปี อีก 3 ปี ครบ 60 ปี เอา 3x184,477.56.= 553,432.68บาท แล้วนะครับนี่เฉพาะเงินที่ขาดหายไปนะครับ และมาคิดเงินบำเหน็จตกทอด คือ 30 เท่าของบำนาญ ปัจจุบันผมได้รับเงินบำนาญ 18719x30=561,570บาท รับามแล้ว 200,000 บาทเหลือ 361,570.บาทญาติรับเมื่อตาย และ ถ้าผมไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. ผมได้รับบำนาญเดือนละ 34,093x30=1,022,790.บาท คิดแล้วเงินบำเหน็จตกทอดผมหายไปอีก 461,220.บาท ผมก็ไม่รู้เหมือนกั้นว่าผมคิดผิดหรือคิดถูกที่ผมสมัครเข้าเป็นสมาชิก กบข. ถ้าผมได้บำนาญเดือนละ 20,000 ขึ้นไปผมก็ไม่คิดอะไรมากหรอกครับ แต่นี้เงินผมลดหายไปเกือบครึ่งของเงินเดือนสุดท้ายของผม ก็เลยอยากให้เพื่อน ๆ ที่เป็นสมาชิกก่อนปี 40 คิดให้ดีนะครับว่าจะอยู่หรือจะไปสำหรับผู้ที่มีวันทวีคูณเกิน 5 ปีขึ้นไป
้
ผมสนับสนุนให้รัฐบาลรีบนำ พรบ.กบข.ใหม่เข้าสภาและถ้าท่านเห็นสมควรก็ยกมือผ่านร่างถ้าไม่เห็นสมควรก็เอามือซุกเอาไว้พวกเราสมาชิก กบข.จะได้จำพวกท่านไว้ให้ถูกต้อง ขออย่าใช้การซึ้อเวลาไปเรี่อยๆผลจะออกมาอย่างไรพวกเราจะได้ดำเนินการต่อไป
กล้ากล้ากันหน่อย พวกเราต้องการรู้ความตั้งใจจริงของท่าน ส.ส.ทั้งหลาย
+++คุณทหารเก่าฯ เรื่องของคุณเป็นเรื่องน่าเห็นใจมาก คุณมีความคิดคล้ายผมตรงที่ ถ้าได้รับบำนาญเกิน 20,000 บาทขึ้นไปสักเล็กน้อยจะไม่คิดอะไรมาก ผมรับราชการทหารเช่นเดียวกับคุณ เวลาราชการรวมวันทวีคูณ 44 ปี ผมเกษียณปี 51 เงินเดือนเดือนสุดท้าย 32,480 บาท ปัจจุบันรับบำนาญระบบ กบข. 19,119 บาท ถ้าผมกลับไปรับบำนาญตาม พ.ร.บ.ฯ พ.ศ. 2494 จะได้รับบำนาญเดือนละ 28,582 บาท ซึ่งต่างกับเงิน กบข. เดือนละ 9,462 บาท 1 ปีเป็นเงิน 113,551 บาท ถ้าถึงวันที่ 30 กย. 51 ผมยังไม่เบื่อโลก ส่วนต่างจะเป็น 681,306 บาท ผมรับเงินก้อนจาก กบข.579,015 บาท เป็นเงินสะสม+ผลประโยชน์ 118,365 บาท เงินประเดิม,เงินสมทบและเงินชดเชย+ผลประโยชน์ 460,649 บาท ถ้าไม่มีการแก้ไข พ.ร.บ. กบข. 6 ปีผมจะขาดทุน 220,657 บาท เท่านี้ยังไม่พอ ถ้าเบื่อโลกเมื่อไรความต่างของบำเหน็จตกทอดที่จะตกแก่ทายาทก็จะต่างกันอีกหลายแสน/พอเท่านี้ก่อนนะครับ/ตัวเลขที่ผมแสดงให้ดูอาจจะไม่ตรงนักเนื่องจากตัวเลขจริงมีเศษสตางค์ด้วย/ขอบคุณครับ
ผมเสียวันทวีคูนทิ้งไปเฉยไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย
หมดกำลังใจเบื่อระบบไม่ช่วยอะไร มีแต่หาช่องเอา
เปรียบ ไม่มีจิตที่จะช่วบแล้วก็มาโทษคุณไม่รู้ไม่ศึกษาให้ดีเอง
ก็คนนั่งระวังแต่ภัยจับแต่ปืนจะเอาเวลาไหนมาศึกษา
ตอนที่สมัครเป็นสมาชิก กบข นั้น คิดว่า เป็นการช่วยชาติไปก่อน เพราะทราบข่าวว่า เศรฐกิจของประเทศกำลังมีปัญหา
ณ ปัจจุบัน ถ้าสามารถเปลี่ยนกลับไปรับบำนาญระบบเดิม ก็จะมีความสุขมาก ๆ
เริ่มทำงานปี2538 ถือว่าฟลุ๊คมากคิดจะลาออกจาก กบข.แน่ คงทำงานให้ครบราชการแค่25-26ปี ก็คงออก เพราะระบบงานราชการทุกวันนี้มันแย่มากขึ้น มากขึ้น ท้อแท้กับผู้บริหาร ยังไงก็คงไม่ทำงานจนเกษ๊ยณแน่ โชคดีจังคงออกจาก กบข. อย่างน้อยเงินบำนาญรายเดือนก็เพิ่มขึ้นและมีความสุขกว่าให้ กบข.นำเงินไปลงทุนต่างประเทศแล้วทำอะไรไม่เป็น(ไม่ปล่อยให้คนกินมันหมุนเงินผมต่อไปแน่)
ตอนแรกมี กฏหมายออกมาก็ดีใจนะว่าจะลาออก แต่เมื่อคิดใหม่แล้ว ถ้าเราจะคุ้มทุนก็ต้องอยู่ให้ถึงอายุ 70 ปี ซึ่งประเมินแล้วไม่น่าถึง ข้อเสียที่พบก็คือเราขาดเงินออม ถ้าลาออกตอนนี้ได้ไม่เกิน 4 แสน ถ้าไม่มาหมุนต่อก็คงหมดภายในเวลาไม่นาน และเงินออมที่เคยออมทุกเดือนก็จะหายไป ยกเว้นว่าจะต้องมาศึกษาหาวิธีการออมใหม่ด้วยตัวเองและดอกผลการออมต้องชนะเงินเฟ้อด้วย สิ่งที่เสียดายอีกอย่างคือรายได้แอบแฝงที่มาจากการลดหย่อนภาษีก็จะหายไปด้วย ก็เลยคิดว่าไม่ออกดีกว่า รอเอาเงินก้อนเพื่อมาใช้จ่ายหรือมาบริหารหลังจากเกษียณ ค่อนข้างอุ่นใจมีเงินก้อนมากอดไว้ก่อน ดีกว่าถูกเฉลี่ยให้รับเป็นเดือน ๆ ไป เป้าหมายของเงินก้อนนี้คือ ไว้ท่องเที่ยวยามเกษียณ เป็นเงินก้อนสำรองยามเหตุการณ์ฉุกเฉิน อย่างน้อยขอเอาเงินล่วงหน้าออกมาก่อนแล้วกัน ดีกว่ามารับเฉลี่ยรายเดือน ถ้าอายุสั้นต้องขาดทุนแน่ ๆ