โปรแกรมเอ็กเซลคำนวณบำเหน็จบำนาญกบข.นี้ เป็นโปรแกรมที่คำนวณบำเหน็จบำนาญทั้งแบบปกติและแบบ กบข. พร้อมทั้งนำมาเปรียบทียบกันด้วย โดยการรับบำนาญแบบ กบข. จะมาวิเคราะห์ตัวเลขจุดคุ้มทุนว่าข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.สมควรที่จะมีอายุยืนยาวที่เท่าไรเมื่อนำบำนาญแบบปกติมาเทียบเคียง ซึ่งท่านต้องกรอกข้อมูลที่เป็นตัวเลขที่ท่านคาดการณ์ว่าท่านจะได้รับเงินเดือนตอนเกษียณเท่าใดและจะมีเงินประเภทต่างๆเป็นจำนวนเท่าไร ทั้งนี้ในโปรแกรมยังได้เตรียมช่องกรอกข้อมูลที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายการคิดบำเหน็จบำนาญจากเงินเดือนสุดท้ายเฉลี่ยน้อยลงเป็น 2-4 ปี (อาจเปลี่ยนเป็น 48 เดือน) และการคิดอัตราส่วนเกินของบำนาญไม่เกินร้อยละ 80-90 (อาจเปลี่ยนเป็นร้อยละ 80) 

อ่านข้อมูลองค์กรเครือข่ายสมาชิก กบข. แห่งประเทศไทย  1) แถลงการณ์ 19 มี.ค. 2555, แถลงการณ์ 9 มี.ค. 2556,  2) นัดชุมนุม 26 มี.ค. 2556 คลังเมินรื้อสูตรบำนาญ กบข., 3) รายงานการเคลื่อนไหวในการชุมนุม 26 มี.ค. 2556, 4) ดร.วิศร์ อัครสันตติกุล ประธานองค์กร แถลงข่าวผลการชุมนุม 29 มี.ค. 2556, 5) ข่าว กบข.จัดประชุมใหญ่ผู้แทนสมาชิก ประจำปี 2556  

ท่านสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมเอ็กเซลได้ที่นี่ไฟล์รุ่น 2003 คลิกที่นี่ 2003, ไฟล์รุ่น 2007 คลิกที่นี่ 2007

สำหรับคำถามสำคัญของมวลหมู่สมาชิก กบข. ก็คือ สมาชิกที่ได้รับเงินผลประโยชน์ต่างๆ รวมกับเงินบำนาญที่ลดลงจะคุ้มค่ากันหรือไม่กับการสละรับบำนาญแบบปกติ โปรแกรมนี้ช่วยท่านคำนวณได้ แต่ช่วยแก้ไขปัญหาให้ท่านไม่ได้ ท่านต้องใช้พลังของมวลหมู่สมาชิกจำนวนมากในการแก้ไขระเบียบต่างๆในการดำเนินการ โดยขอสรุปประเด็นสำคัญที่สมาชิกควรได้รับทราบอย่างตรงไปตรงมาจากกองทุน กบข. แต่ไม่ค่อยได้รับทราบ ดังนี้

1.จากปรัชญาบำเหน็จบำนาญ ที่จัดเป็นสวัสดิการของข้าราชการ ที่ควรเป็นขวัญกำลังใจหรือบำเหน็จความดีของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่กองทุน กบข.ที่ควรจดจำและระลึกถึงอยู่อย่างเสมอ

2.การปรับเปลี่ยนเงินต้นและผลประโยชน์ต่างๆของสมาชิกเป็นหน่วยลงทุนนั้น สมาชิกท่านทราบหรือไม่ว่า การคำนวณหน่วยลงทุนที่สมาชิกได้รับนั้น จะต้องหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่างๆก่อนแล้วทุกปี (คำนวณเป็นวัน ก็มีการประมาณการค่าใช้จ่ายก่อน)

3.กองทุน กบข.มีจำนวนมากมายมหาศาลขึ้นเรื่อยๆตามกฎหมาย ย่อมทำให้ยอดการลงทุนเสี่ยงภัยในหุ้นมากมายมหาศาลตามไปด้วย ถึงแม้ว่าจะกำหนดอัตราการลงทุนประเภทเสี่ยงภัยไว้ที่ร้อยละ 40 (ตามทัศนะของผม ยอดเงินและการเสี่ยงภัยขนาดนี้เป็นอัตราที่มากเกินไป) ถึงแม้ว่าจะมีคณะกรรมการควบคุมและคณะกรรมการบริหารชั้นเยี่ยมก็ตาม ทั้งยังไม่สามารถให้คณะกรรมการบริหารรับผิดชอบได้ในกรณีการขาดทุนที่หน่วยลงทุนลดลง ดังเช่นกรณีปี พ.ศ.2551 เพราะการอ้างเหตุผลที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ซึ่งถ้าเป็นมืออาชีพแล้ว จะไม่มีการกล่าวอ้างเช่นนี้ เพราะเป็นปัจจัยที่เราควบคุมเองไม่ได้ แต่เราสามารถที่จะคาดการณ์หรือพยากรณ์ล่วงหน้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ (ถ้าเป็นมืออาชีพจริง มันท้าทายดี และถ้าเป็นอย่างนี้ให้ใครที่เล่นหุ้นเป็น ก็บริหารได้) การไม่มีผู้รับผิดชอบเช่นนี้ ต่อไปในอนาคต กลัวว่าจะเป็นแบบอย่างให้ดำเนินการอย่างขาดความรอบคอบหรืออาจมีการช่วยเหลือกันได้ ซ้ำคดีความต่างๆหลายร้อยคดี สมาชิก กบข.แพ้อยู่เรื่อย

4.ในกรณีที่ในปีใดมีการขาดทุน หน่วยลงทุนลดลง ที่เป็นการลดลงในกระดาษมูลค่าหุ้นเท่านั้น แต่ถ้าสมาชิกเกษียณและอยากได้เงินในปีนั้นพอดี ก็จะได้รับเงินตามมูลค่าที่ลดลงนั้นด้วย จะเห็นว่าเงินลงทุนของสมาชิกส่วนใหญ่ก็ยังมีการลงทุนอยู่ต่อไป ดังนั้นจึงเห็นได้ว่ามวลหมู่ในกลุ่มสมาชิกไม่สามารถช่วยเหลือกันได้เลย เพราะตัวใครตัวมัน หน่วยลงทุนก็เป็นของใครของมัน ขาดหลักธรรมเมตตาสามัคคีกันในขณะที่สามารถทำได้ ถ้าการขาดทุนนั้นทำให้สมาชิกได้รับเงินผลประโยชน์ที่ต่ำกว่าเงินต้น+อัตราของเงินเฟ้อในแต่ละปีแบบสะสมตั้งแต่เริ่มเข้ามาเป็นสมาชิก เพราะเงินบำเหน็จบำนาญที่คิดให้ก็ต่ำกว่าแบบปกติแล้วยังไม่เพียงพออีกหรือยังต้องขาดทุนเงินผลประโยชน์ที่ได้อีก แต่จะมีคำถามจากกองทุน กบข.ว่าจะช่วยอย่างไร ผมว่าไม่ยากหรอก อาจจะรู้แล้วแต่ไม่ทำก็ได้ ก็ให้กองทุนท่านสร้างระเบียบเพื่อสร้างหลักประกันให้แก่สมาชิกในกรณีนี้ โดยหักรวมกับค่าใช้จ่ายก่อนคำนวณเป็นหน่วยลงทุนเท่านั้นเอง

5.จึงมีคำถามจากสมาชิก กบข.อีกมากมายว่าทำไมเราต้องเข้ามาเล่นหุ้นด้วยหรือ ทำไมเราต้องมาเสี่ยงภัยด้วยหรือ เราไม่ชอบ เราไม่อยากเสี่ยง เราไม่อยากได้เงินมากมายหรอก เราอยากได้ในสิทธิที่เราควรได้เหมือนแต่ก่อน เราต้องการเพียงหลักประกันความมั่นคงในชีวิตเราเมื่อเกษียณอายุแล้วเท่านั้น แต่เราทำอะไรไม่ได้เลย แล้วก็เราก็ก้มหน้ารับกรรมนี้ต่อไป ในสังคมไทยๆเช่นนี้

6.มีคำถามที่พบเห็นอยู่บ่อยๆคือถ้าเราได้เป็นสมาชิก กบข.อย่างไม่ตั้งใจ หรือเป็นสมาชิกเพราะในตอนที่มีการรณรงค์ครั้งแรกปี 2540 มีโปรแกรมคำนวณทดลองให้ดู แต่ปัจจุบันไม่อยากเป็นสมาชิกแล้ว หรือเงินได้ที่คำนวณนั้นน้อยกว่าเมื่อตอนรณรงค์ เช่นนี้จะทำอย่างไรดี จะออกก็ไม่ได้เพราะกฎหมายบังคับให้ได้รับเงินได้ลดลงเป็นจำนวนมาก อย่างนี้แล้วจะทำอย่างไรดี ช่วยกันคิดดังๆทีครับ (หรือเปลี่ยนกฎหมายเป็นเงินเดือนเฉลี่ย 2 ปีก็พอแล้ว และเงินบำนาญก็ไม่เกินร้อยละ 90 ดีไหมครับ)

 ตัวอย่างรูปโปรแกรมเดิมนี้