สึนามิทางการเมือง

เรื่องราวที่นำมาเล่าสู่กันฟังนี้ อาจจะดูเป็นเรื่องเก่าหน่อยนะครับ แต่มันรู้สึกค้างคาใจผมมานาน ตั้งแต่ได้อ่านมา (อ่านจากมติชนออนไลน์)

เป็นเรื่องราวทางการเมือง คือยุ่งๆ ของฝ่ายรัฐบาล+ฝ่ายสนับสนุน กับ ซีกฝ่ายแค้น+ฝ่ายค้าน

ตัวละครถูกเล่าผ่านมาจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่อยู่แวดวงของการเมืองเรื่องยุ่งๆ ตั้งแต่ ปี 2548 ขออนุญาตนำมาจากมติชนออนไลน์ พอประมวลได้ว่า........

1.ในปี 2551 หลังจากนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ถูกปลดโดยตุลาการภิวัตน์ในข้อหาออกทีวีสอนทำกับข้าว แต่พรรคพลังประชาชนไม่ยอมแพ้ได้ตั้งนายกฯ ใหม่คือ นายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รับไม้ต่อ กลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลืองก็ปิดล้อมสภาจนมีการปะทะกัน ตอนนั้นมีคนคิดว่าถ้าจะโค่นรัฐบาลคงต้องทำรัฐประหารอีกครั้งแต่ก็มีคนคัด ค้านไว้เพราะเป็นเรื่องเสียชื่อเสียงในระดับโลกจะทำให้ไม่มีคนยอมรับรัฐบาล ชุดใหม่


2. แผนตุลาการภิวัตน์ครั้งที่ 2 จึงถูกคิดขึ้น จากจดหมายของคุณชุติมาเราจึงได้รู้ว่าแผนนี้ถูกกำหนดขึ้นกลางเดือนตุลาคม 2551 และนำไปแจ้งให้กับฝ่ายทหารเพื่อจะได้ไม่ต้องทำการปฏิวัติอีกครั้งหนึ่ง ให้รับรู้ประมาณวันที่ 16 ตุลาคม (ซึ่งเป็นวันที่ ผบ.สส.+ผบ. 3 เหล่าทัพ+ผบ.ตำรวจ ได้ออกโทรทัศน์กดดันรัฐบาลนายกฯ สมชายให้ยุบสภาหรือลาออก แต่นายกฯ สมชายก็ไม่ยอม)


เข้าใจว่าตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม ในหมู่แกนนำของผู้ยึดอำนาจก็รู้กันหมดแล้วว่าจะมีการยุบพรรคพลังประชาชน, มัชฌิมาธิปไตย และพรรคชาติไทย

3. การนัดพบกันในร้านอาหารแถวสถานีรถไฟสามเสนระหว่างนักการเมืองหนุ่ม 2 คน ที่มีความรู้ทางกฎหมายกับเจ้าหน้าที่จากศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นการพิสูจน์ว่า การวางแผนชิงอำนาจโดยอาศัยตุลาการภิวัตน์ มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าเป็นเวลาแรมเดือน มีผู้รู้เห็นและร่วมปฏิบัติการหลายฝ่ายทั้งเสื้อเขียว เสื้อฟ้า เสื้อดำ แต่อย่างน้อยวันนี้เราก็ได้รู้แล้วว่าเพื่อให้ได้อำนาจ เพื่อให้มีตำแหน่งคนเราจะยอมทำทุกอย่าง ไม่สนใจเรื่องถูกผิด ไม่สนใจหลักการ ไม่จดจำคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ ไม่ว่าคนหนุ่มหรือคนแก่หัวหงอกหัวดำก็สามารถสุมหัวกัน วางแผนและปฏิบัติการเรื่องเลวร้ายได้เสมอ


4. ระหว่างมีการวิ่งเต้นตกลงเพื่อดึงพรรคร่วมรัฐบาลให้ย้ายข้าง และปฏิบัติการแยกกลุ่มงูเห่าออกจากพรรคพลังประชาชน กลุ่มพันธมิตรเสื้อเหลืองก็มีหน้าที่ชุมนุมเพื่อบีบรัฐบาลและเร่งสถานการณ์ ไม่ว่าจะมีระเบิด M 79 ถูกยิงเข้าใส่กี่ลูกก็ตาม พวกเขาก็ยังชุมนุมต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ในวันนั้นคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าพวกเขาชุมนุมเพื่อรออะไร เพราะหลายคนคิดว่าทหารไม่น่ารัฐประหารซ้ำอีกครั้ง
5. เรื่องที่ยังคิดไม่ออกก็คือ ทำไมกลุ่มพันธมิตรฯ ต้องเข้าไปยึดสนามบินดอนเมืองในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2551 และยึดสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 เพราะตอนนั้นหลายคนก็พอรู้อยู่แล้วว่าเมื่อ 3 พรรคถูกยุบนายกฯ ก็ต้องถูกปลด ต่อให้พันธมิตรฯ ชุมนุมร้องเพลงอยู่หน้าทำเนียบ นายกรัฐมนตรีสมชายก็ต้องถูกปลดอยู่ดี

มีผู้วิเคราะห์ว่า เป็นไปได้ที่พันธมิตรฯ จะยังไม่รู้ว่าเขาจะยุบพรรคกันในอีก 3-4 วันข้างหน้า และมีคนยุในเปิดเกมแรงเพื่อเป็นการเผด็จศึกซึ่งที่จริงแล้วเป็นการถูกหลอก เพราะการยึดสนามบินเป็นการทำลายชื่อเสียงและความนิยมที่สะสมมายาวนานให้ ย่อยยับไปเกือบหมดภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ เป็นการทำลายถึงราก

ยังดีที่แกนนำยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้จึงรู้ว่าเขี้ยวใครยาวกว่ากัน ใครถูกใช้ให้เป็นหมาล่าเนื้อ

กลับมาที่เหตุการณ์การเมืองปัจจุบัน

ปัญหา ของกลุ่มพันธมิตรฯ กลุ่มพันธมิตรฯ เสื้อเหลืองและคนไทยหัวใจรักชาติ ยังปักหลักชุมนุมอย่างยึดเยื้อ แม้ถึงเวลานี้ก็ไม่มีคนคิดออกว่าการชุมนุมจะยุติลงได้อย่างไร อะไรจะเป็นทางออก

แต่ถ้าย้อนดูประวัติการต่อสู้ในปี 2548 - 2551 จะเห็นว่าพวกเขาลงทุนไปอย่างมากมายแต่ได้ผลตอบแทนเพียงน้อยนิดผู้ได้รับ ประโยชน์ไปเต็มๆ คือพรรคประชาธิปัตย์ นายทหารบางกลุ่มและพรรคภูมิใจไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้จึงมีผู้คาดเดาว่า ต้องการล้มรัฐบาลและแก้แค้น แต่จะทำอย่างไร

ปัญหา ของพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากมีข่าวว่าจะมีคนเข้ามาเป็นนายกฯ แบบพิเศษ เพราะนายกฯ อภิสิทธิ์ไม่มีความสามารถในการบริหาร ดีแต่พูดจึงมีหลายฝ่ายคิดอยากจะเปลี่ยนตัว แต่นักวิเคราะห์คิดว่าการจะใช้แผนตุลาการภิวัตน์แบบเดิมกับ ปชป. คงทำไม่ได้ ปชป. ไม่หมูอย่างที่คิด

หลายคนก็เลยวิเคราะห์ว่าถ้าอย่างนั้นก็ เหลือโอกาสเดียวคือการรัฐประหารจึงมีคนวิเคราะห์ว่าการเดินหมากตาแรก คือให้ประกัน 7 แกนนำเสื้อแดงและผู้ที่มามอบตัวเพื่อยืมมือคนเสื้อแดงมาต้านการรัฐประหาร นั่นเอง

นายกฯ อภิสิทธิ์ก็เดินหมากตาที่สองโดยประกาศเดินหน้าเลือกตั้งสุดแรง กำหนดการยุบสภาล่วงหน้า 2 เดือน แบบที่ไม่มีนายกฯ คนไหนทำมาก่อน ตอนนี้ทำตัวเหมือนพรีเซ็นเตอร์ของ กกต.

วันนี้ผู้ที่เป็นแกนนำใน รัฐบาลชุดปัจจุบันหลายคนซึ่งได้รู้ถึงแผนการและปฏิบัติการชิงอำนาจในปี 2551 เริ่มรู้สึกไม่ไว้วางใจผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ที่มีโอกาสใช้แผนใดๆ ก็ตามเพื่อโค่นรัฐบาลชุดปัจจุบัน

การชิงประกาศว่าจะยุบสภาอีก 2 เดือนข้างหน้าจึงเป็นเพียงแผนป้องกันตนเอง แต่ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันที่แน่นอนว่าจะไม่มีการรัฐประหาร เพราะการรัฐประหารในปี 2549 กำหนดวันเลือกตั้งแล้วด้วยซ้ำนายกฯ ทักษิณยังถูกยึดอำนาจได้

ดังนั้น การจะต้านการรัฐประหารจึงต้องมีกำลังที่เข้มแข็งของฝ่ายประชาธิปไตยซึ่งมี จุดมุ่งหมายร่วมกันที่ต้องการจะเลือกตั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าซึ่งก็คือ กลุ่มคนเสื้อแดง, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ

แต่ ปัญหาต่างๆ ก็ยังดำรงอยู่เพราะทุกกลุ่มยังต้องแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ การโจมตีกันในทางการเมืองจึงเกิดขึ้นตลอดเวลาและที่กำลังเกิดขึ้นคือพรรค เพื่อไทยกำลังอภิปรายไม่ไว้วางในรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ โดยมีเป้าหมายโจมตีพรรค ปชป. และพรรคภูมิใจไทย

ปัญหาของคนเสื้อแดง กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งเป็นกำลังหลักในการตั้งรัฐประหารก็ต้องเคลื่อนไหวเพื่อ ความยุติธรรมในคดี 91 ศพ และคดีก่อการร้าย ซึ่งคู่กรณีคือ ปชป. และทหาร ขณะเดียวกันก็ต้องแก้ปัญหาความคิดระหว่างกลุ่มแดง นปช. กับ กลุ่มแดงปฏิวัติ เพราะวันนี้หลังจากแกนนำได้รับการประกันตัวก็มีเสียงวิจารณ์จากพวกแดง ปฏิวัติว่า พวก นปช. เป็นพวกชอบแสดงบนเวที เป็นนักพูด เป็นนักร้อง เป็นพวกไร้เดียงสา ทางการเมือง......

ก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่นำเสนอมาเป็นเรื่องจริง มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน

แต่มันน่ากลัวตรงที่ว่า...

ถ้าเป็นเรื่องจริง หรือมีเค้าลางของความจริง มันสะท้อนถึงความล้มเหลวของทุกระบบของการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อย่างรุนแรงที่สุด

ในทางกลับกันถ้าเป็นเรื่องปั้นน้ำเป็นตัว ป้ายสีกันในทางการเมือง ก็เป็นเรื่องที่น่าละอายยิ่งสำหรับสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เราเรียกว่า"สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร" ที่เล่นการเมือง จนไม่คำนึงถึงอะไรเลย เว้นแต่ผลประโยชน์ซึ่งตนเองและกลุ่มพรรคพวก

แต่ไม่ว่าจะออกมาในรูปใดก็ตาม

ช่างเป็นเรื่องน่ากลัวยิ่ง สำหรับการเมืองไทย ร้ายยิ่งกว่า"สึนามิ" เสียอีก

หรือคุณคิดว่าไม่น่ากลัว.....