ระหว่างติดไฟแดง ในตัวจังหวัดนครนายก
ผมอยู่ในรถตู้... มองออกนอกหน้าต่างรถ
เห็นรถกะบะติดหลังคา  ฝาท้ายเปิดออก
เห็นคุณยายร่างผอมบางนอนห่มผ้าหันศีรษะมาทางผม
ด้านขวามือเป็นผู้หญิงวัยกลางคนค่อนไปวัยสูงอายุ
ด้านซ้ายมือเป็นผู้ชายวัยกลางคนค่อนไปวัยสูงอายุ
แล้วก็มีชายวัยรุ่นอายุน่าจะไม่ถึง 20 ปี
มองไปมองมา ก็คงจะเป็นครอบครัวธรรมดา...
ที่มีทั้งคุณยาย คุณพ่อ คุณแม่ และลูกชาย
และคงไปเที่ยว และไปธุระสักอย่าง
 
แต่เมื่อผมมองอย่างเพ่งพินิจ
ผมเห็นลูกชายกำลังร้องไห้โฮ และน้ำตาพรั่งพรู
และมีคุณแม่กำลังยืนทิชชูให้  และคุณพ่อคอยปลอบประโลม
และผมมองอีกครั้ง ผมพบว่า ข้าง ๆ คุณยายมีดอกไม้  ธูปเทียน
คุณยายคงเสียชีวิต
และลูก ๆ และหลาน คงรับท่านกลับบ้าน 
 
 ‘แสงเทียน’ แห่งชีวิตอันริบหรี่ของคุณยายได้ดับลงอย่างเหงาหงอยและเศร้าโศก
เราทุกคนต้องเดินทางสายนี้ทั้งนั้น… ความตายได้พลัดพรากมนุษย์ไปจากกันอย่างสิ้นเชิงโดยไม่มีเงื่อนไขอันใด
ผมพึมพำในใจ ขอให้คุณยายสู่สุคติ ...
ถึงแม้ผมจะไม่รู้จักคุณยายเลยก็ตาม
 
 
แต่ชีวิตของคุณยาย และเรื่องราวความตายบนท้องถนน
ทำให้ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้น
และคิดว่า ชีวิตเราแสนสั้นนัก...ถ้าคิดทำดีต้องไม่รีรอ
และชีวิตของผมคงไม่รอเวลาที่จะพบความตายเท่านั้น
เพราะชีวิตของผมมีอะไรทำให้คนอื่นมากมาย....