เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาฉันได้ไปตรวจสุขภาพ  เพื่อนำเอกสารไปแสดงหลักฐานอันเป็นประโยชน์บางอย่าง  มีผลการตรวจซึ่งนายแพทย์ผู้ตรวจบอกว่า "ผมขอแสดงความดีใจด้วยนะครับ  ที่สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี"  อันความจริงฉันไม่เคยประมาทต่อการรักษาสุขภาพและดูแลตนเองสม่ำเสมอ 

 

          เดือนนี้นอกจากเป็นเดือนคล้ายวันเกิดแล้ว  ยังเป็นเดือนที่ฉันจะต้องตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลประจำอีกด้วย  วันนี้ฉันต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปโรงพยาบาลตามนัด  เวลา ๗.๐๐ น.  ก็มีเรื่องเล่าแบบสนุกปนขำขัน ปนเกือบกังวลบ้างเล็กน้อย 

 

          คุณพยาบาลถามเรื่องการวัดความดันโลหิต  ฉันตอบว่า "วัดตั้งแต่วันที่มานัดแล้วค่ะ"  พยาบาลหลายท่านยิ้มกับความเห่ยของฉันและบอกว่า "ต้องวัดใหม่ค่ะ วัดวันนี้อีกนะคะ"  แล้วก็ได้รับตัวเลขของผลการวัดความดันโลหิตมา ๓  จำนวน  คราวนี้ก็ถามเพื่อความเข้าใจอีกครั้งว่า  "ตัวเลขเหล่านี้หมายถึงอะไรบ้าง"  และก็เข้าใจอีกครั้งว่าความดันโลหิตเป็นปกติดี  

 

         ต่อมาต้องไปตรวจปัสสาวะและเจาะเลือดเพื่อตรวจน้ำตาลในเลือดหาเบาหวาน  ความสมบูรณ์ของกลุ่มเลือด  ไขมันในเลือด  การทำงานของตับ การทำงานของไต  การตรวจหาไวรัสตับอักเสบบี  มะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่นี่เจ้าหน้าที่คงเป็นบุรุษพยาบาลที่เจาะเลือดบอกว่า "เจ็บหน่อยนะครับ เพราะคราวนี้ต้องการเลือดเยอะ"  ฉันมองหน้าเขานิดหนึ่ง  ท่าทางเป็นคนใจดีหน้าตายิ้มเล็กน้อยแต่สดชื่น  จึงหายสงสัยว่าเขาจะไม่ใจร้ายเอาเลือดไปทำอย่างอื่น 

        คุณพยาบาลหญิงคนสวยยิ้มอ่อนหวาน  มายืนรอและรับฉันไปยังตรวจคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้า  ใช้เวลาเพียงไม่นาน  และพาฉันไปส่งห้องเอกซเรย์ปอด  หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ให้ดื่มน้ำ ๑ ขวด  เข้าไปนั่งรอตรวจ ultrasound ช่องท้อง   คุณหมอผู้ตรวจพบว่าก้อนเนื้อที่ถุงน้ำดี ๒ มม. พบมานานแล้วหลายปีก็ยังเป็นปกติ  จึงไม่ถือว่าเป็นเนื้อร้าย  ส่วนอื่น ๆ ปกติดีทุกอย่าง  จึงไปทานข้าวและไปรอผลตรวจ

 

        ตอนแรกพยาบาลให้นั่งรอหน้าห้องวินิจฉัยโรคหมายเลข ๒  เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา  และมาแจ้งให้ทราบบ่อย ๆ ว่าต้องรอผลเลือดก่อน  ฉันมีพ๊อคเก็ตบุคติดตัวไปเล่มหนึ่ง  อ่านจนเพลิน อากาศเย็นสบายก็ไม่รีบร้อนอะไร  และแล้วพยาบาลคนเดิมมาบอกว่า "คุณนพวรรณ  เชิญห้องเบอร์ ๑๒  เพื่อรอคุณหมอเฉพาะทางนะคะ"

 

         ฉันจึงตามคุณพยาบาลคนเดิมไปนั่งคอยที่หน้าห้องดังกล่าว  เริ่มอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องแล้ว  ดีดนิ้วทบทวนความดีความเลวและการสัมผัสโลกในความเป็นคนมาเท่าไรแล้ว  "คิม นพวรรณที่ใครว่าหัวใจแข็งแกร่งเหมือนเหล็กที่ยังไม่ไหล  ก็เกือบหวั่นไหว สั่นคลอน  นั่งรอประมาณ ๒๐ นาทีก็ทำท่าสงบลงได้  จากการฝึกสติที่เคยฝึกปฏิบัติมาจากที่พระอาจารย์สั่งสอนและฝึกบ่อย ๆ" จึงควบคุมตนเองได้เป็นปกติ  และเตือนสติว่า "เป็นอะไรก็ต้องรักษา  แต่ไม่ชอบคำว่า อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด" เพราะดูเหมือนชีวิตไม่มีทางสู้เลย  สำหรับฉันมั่นใจว่าชีวิตนี้ยังมีทางเลือกอีกเยอะเลย

 

        คุณหมอห้องแรกนี้วินิจฉัยว่า "ผลการตรวจเลือดมะเร็งตับไม่มี  แต่พบว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่ผิดปกติ  แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่  เพราะเป็นผลค้างเคียงเพียงเล็กน้อย  จะต้องมาตรวจอีกครั้งใน ๓ เดือนข้างหน้า"  ความรู้สึกก็ไม่หวั่นไหวอะไร  ไม่เหมือนตอนมารอหน้าห้องตรวจทีแรก

 

         กลับไปที่ห้องหมายเลข ๒ ตามเดิมคุณหมอพูดคุยกับฉันแบบเป็นกันเอง  คุยไปเรื่อย ๆ ทีละโรคทีละรายการ "แปลกจากที่เคยตรวจมาแล้ว"  ทำให้คิดไปเองว่า "เจออะไรอีกไหมหนอ  ทำไมคุณหมอชวนคุยไปเรื่อย ๆ แบบนี้  น่าจะบอกว่าผลการตรวจเป็นอะไรบ้าง"  ฉันนั่งฟังและคุยกับคุณหมอไปจนจบรายการ  พบผลตรวจในครั้งนี้  "ทุกอย่างเป็นปกติดียกเว้นไขมันในเลือดมีเล็กน้อย"และคุณหมอเพียงแต่พูดว่า "รู้ใช่ไหมว่าการลดไขมันนั้นทำอย่างไร"  รวมตรวจวันนี้ ๑๕ รายการ

 

         คุณหมอได้ย้อนกลับไปดูผลตรวจเลือดของมะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่  และชวนคุยเหมือนเดิมเกี่ยวกับพฤติกรรมด้านสุขนิสัยและการใช้ชีวิตประจำวัน  และคุณหมอบอกว่า "ไม่น่าจะใช่  อาจเป็นผลค้างเคียงอย่างใดอย่างหนึ่ง  อีกอย่างน้ำหนักขึ้นตั้ง ๕ กก.เลยนะ" 

 

        ขับรถกลับและได้โทรศัพท์ไปเล่าให้คุณเอกฟังประมาณอยากจะบอกว่า  "เล่าให้ฟังเฉย ๆ ไม่ตื่นเต้นกังวลอะไรหรอก"  เข้าร้านหนังสือ  ดูหนัง  ทานอะไรเย็น ๆ ที่ไม่ใช่เย็นตาโฟ  และซื้ออุปกรณ์ไปสร้างบรรยากาศผสมผสานธรรมชาติบำบัดที่บ้าน 

 

       กลับถึงบ้านจึงไม่ได้ไปออกกำลังกาย  แต่จัดสวน  ตั้งโต๊ะกระจกไฟเบอร์และเก้าอี้แบบทนน้ำทนแดดทนฝนทั้งชุด  เก็บได้มาจากโฮมโปรเพราะเห็นวางเกลื่อนกลาดอยู่  นำมันมารกที่บ้านเราบ้าง วางมันไว้ใกล้อ่างบัวและเคลื่อนย้ายต้นไม้กระถางให้ดูดีเข้าที่เข้าทาง  เอาไว้นั่งดื่มกาแฟ  อ่านหนังสือ และวางโน้ตบุ๊ค รับลมเย็น ๆ และดูนกบินโฉบเฉี่ยวไปมา  เพราะเป็นธรรมชาติแห่งเดียวที่มีอยู่มุมหนึ่งของบ้าน 

 

        ความรู้สึกถึงเวลานี้ไม่เป็นกังวลแต่อย่างใด  เพื่อเป็นการเตือนใจผู้อ่านว่าอย่าประมาทในการปล่อยเวลาผ่านไปโดยหลงลืมไปตรวจสุขภาพ  ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับเราเป็นผู้จัดการและควบคุมตนเอง  ขอขอบคุณคุณเอกและกัลยาณมิตรหลายท่านที่ได้อ่าน "หน้าอนุทิน" แล้วโทรศัพท์ไปให้กำลังใจค่ะ