บทบาทของครูในการทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้
- ตำแหน่งที่ครูยืน ครูจะยืนอยู่กระดานเพื่อให้เด็กทุกคนเห็นกระดานได้ชัดที่สุด และเมื่อมีเด็กแสดงความคิดเห็น ครูจึงจะเดินเข้าไปเขียนกระดานด้วยท่าทีที่สุภาพ
- ในการเดินไปเขียนกระดานแต่ละครั้งของครูจะมีความชัดเจนอย่างยิ่ง หากครูไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจวิธีที่เด็กอธิบายได้ถูกต้อง ครูจะเดินไปดูที่สมุดงานของเด็ก และกลับมาเขียนที่กระดาน
- วิธีการเขียนกระดานของครู สิ่งที่ครูเขียนจะไม่ล้ำหน้าความคิดของเด็ก ครูจะรอให้เด็กพูดความเข้าใจของตนออกมา และเขียนตามคำพูดของเด็กอย่างเคารพในความคิดเห็นของผู้พูด และยังทวนถามอีกว่า “ที่ครูเขียนนั้นถูกไหม” เมื่อครูจะเขียนอะไรที่เป็นแนวคิดที่เด็กบอกมา แล้วจำเป็นต้องเปลี่ยนภาษาในการเขียน ครูจะขออนุญาตเด็กก่อนที่จะมีการปรับคำทุกครั้ง
- ขณะที่เขียนกระดานก็จะมองหน้าเด็กที่เสนอวิธีคิดด้วยความสนใจ สลับกับการมองกระดาน และเขียนอย่างตั้งใจทุกคำ กระดานจึงมีการใช้พื้นที่อย่างสวยงาม เป็นระเบียบ และมีการใช้ชอล์กสีต่างๆ เมื่อต้องการเน้นข้อความสำคัญ หรือต้องการแจงตัวเลขที่เด็กใช้ในการบวกออกมาให้เห็นว่าตัวเลขนี้ได้มาจากไหน
ครูปาด ห้องเรียนญี่ปุ่นไปได้ไกลกว่าแนวคิดของสิงคโปร์อย่างไร
คำตอบของกลุ่ม คือ ญี่ปุ่นมีการให้คุณค่ากับคน มีการเคารพความแตกต่างทางความคิด และที่สำคัญกระบวนการ (Process) ของญี่ปุ่นจะเป็นการเรียนรู้ร่วมกันของกลุ่ม (Collective Learning) ที่นอกจากจะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจการเรียนรู้ของตนเอง (Meta cognition) แล้วยังทำให้เขาเข้าใจการเรียนรู้ของเพื่อน ด้วยการนำเรียนรู้ของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน (ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของเพลินพัฒนาที่ว่า “พัฒนาศักยภาพสูงสุดของตนเองร่วมกัน”)
เมื่อร่วมแลกเปลี่ยน ร่วมเรียนรู้กันได้สักพักใหญ่ ก็หันกลับมาดูห้องเรียนเพลินพัฒนาแล้วพบว่า เวลาสำหรับการแลกเปลี่ยนกันจริงๆ ในห้องเรียนของเรายังมีน้อย และยังมีอีกหลายอย่างที่ครูต้องเรียนรู้ ครูต้อยจึงทิ้งประเด็นไว้ว่า ครูต้องฟังเด็กก่อน เปิดใจยอมรับตัวตนของเด็กๆ อย่างแท้จริง และหยั่งให้เห็นถึงการเรียนรู้ของเด็ก (Formative Assessment)
จบวงแลกเปลี่ยนนี้แล้ว ฉันจึงต้องกลับมาทบทวนแล้วถามตัวเองว่า เรารับฟังเสียงของเด็กๆ และเปิดใจยอมรับตัวตนของเด็กๆ อย่างแท้จริงหรือไม่
ครูเล็ก - ณัฐทิพย์ วิทยาภรณ์ บันทึก
๒๕ ม.ค. ๕๔
จากบันทึกของครูเล็ก ทำให้เราได้เห็นว่า Lesson Study เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทรงพลัง และสามารถสร้างให้กลุ่มเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ด้วยกระบวนการที่เป็น Collective Active Learning และก่อให้เกิดการรวมตัวกันเรียนรู้ (Collective Learning หรือ Team Learning)
การรวมตัวกันเรียนรู้นี้เองเป็นรากฐานสำคัญของการก่อเกิด “ชุมชนแห่งการเรียนรู้” ที่มีเป้าหมายร่วมกัน มีฐานความเชื่อ และค่านิยมในการพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สอดคล้องกัน เรียนรู้ร่วมกัน และมีการส่งเสริมให้ทุกคนได้บรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเองร่วมกัน มีกระบวนการคิดที่เป็นเหตุเป็นผล และก่อเกิดผลการเรียนรู้ร่วมกัน ที่ในที่สุดแล้วจะไม่มีใคร “เก่งเดี่ยว”
ทัศนคติที่เกิดขึ้นกับการเรียนรู้ในลักษณะนี้จึงเป็นทัศนคติที่สอนให้เด็กเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ร่วมกัน เติบโตไปด้วยกัน และบรรลุเป้าหมายที่ต้องการร่วมกัน เกิดระบบคุณค่าใหม่ของการอยู่ร่วมกัน เกิดคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนเก่งได้โดยไม่ต้องแข่งขัน แต่ยึดเอาการเรียนรู้จากกันและกันเป็นหนทาง