ความงามและความหมาย นิยามใหม่ของงานคุณภาพ

ในการประชุม SHA conference& Contest ที่ผ่านมา นอกจากการเรียนรู้ในห้องประชุม ทั้ง 6 ห้องแล้ว เรายังมีบรรยากาศ การเรียนรู้แบบสบายๆ สไตล์ลั้ลลา สำหรับคนเฮฮาแบบมีสาระศาสตร์ ในเวทีเล็กๆ หัวใจยิ่งใหญ่ “mini stage”  ที่ถูกจัดขึ้นเสริมเนื้อหาเป็นการเรียนรู้ศาสตร์อ่อน ด้านสุนทรียศาสตร์ ศิลปะ ดนตรี เพื่อทำให้เวทีวิชาการไม่เครียดจนเกินไป เริ่มจาก ระบำแววพัชนี จากน้องมะปราง ดญ.ณัฐมน พรมจำปาและเพื่อน ดญ.ทิพยาภา นาคราช แสดงความอ่อนช้อยงดงามให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ชมกันก่อนเป็นการเปิดเวที หลังจากเรียกคนได้มากพอควรแล้ว เราก็เริ่มประเดิมเวทีด้วยคาราโอเกะจากสี่ภาค ขอบอกว่าแต่ละคนน้ำเสียงสุดยอดมากๆ ราวกับมืออาชีพ ก็ไม่ปาน ก็แจกรางวัลจาก gotoknow และสรพ.กันไป อิอิ เวทีนี้ได้รับเกียรติจากสาวสวยหนุ่มหล่อมาช่วยพอลล่าดำเนินรายการค่ะ พี่แหม่ม รพ.พระยืน อ.นพ.อุดม จากรพ.สมิติเวช น้องอภิญญา จากรพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม หนุกหนานมากๆ

มาเข้าเนื้อหาวิชาการ เรื่องเล่าจากรพ.กันบ้าง เราคัดเลือกมา 10 เรื่องจาก เกือบ 2000 เรื่องเพื่อนำมาแลกเปลี่ยนในเวทีการประชุม SHA แห่งนี้ ใครเข้ามาได้นับว่าสะดุดหู สะดุดตากรรมการจริงๆ นะคะ เรื่องแต่ละเรื่องก็มีจุดเด่นไปคนละแบบ น่าสนใจและได้เรียนรู้ทั้งเรื่องมาตรฐานและแนวคิดที่แฝงอยู่ในเรื่องนั้น บางเรื่องราว คนเล่าไม่สามารถมาเล่าได้ เนื่องจากป่วย ก็ส่งผู้แทนมาเล่า ซึ่งเล่าได้ยอดเยี่ยมเหมือนเป็นผู้เขียนเรื่องเองเลย ที่มีมากกว่าคือเพิ่มความรู้สึกต่อเจ้าของเรื่องจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ผู้ฟังเงียบกริบ ส่งใจไปให้หายไวๆ ค่ะ

Session ที่ตื่นตาตื่นใจ สำหรับบุคลากรสาธารณสุข อย่างมากมายคือ Origami ของพี่ชิว ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ที่มีผู้สนใจมามุงดูเทคนิคการพับกระดาษของพี่ชิวกันอย่างล้นหลาม งานเข้าแล้วละพี่ อิอิ ... เราทดลองพับกันเลย ณ เวทีนั้น พอลล่าก็พับรูปปาก และดอกกุหลาบได้ด้วย แต่กว่าจะได้ พี่ชิว คงปวดหมองน่าดูเลยอ่ะ แต่ดูแล้ว พี่ชิวมีความสุขมากมายกับการถ่ายทอดสิ่งที่ตนเองชื่นชอบหลงไหลมาตั้งแต่วัย 11 ขวบ พลังส่งผ่านออกมาอย่างมากมายจนเลยเวลา ห้องอื่นเขากลับบ้านหมดแล้ว เวทีพอลล่ายังอยู่ อิอิ  รพ.หลายแห่งบอกว่าสามารถนำไปใช้ทำกิจกรรมกลุ่มกับคนไข้ เป็นการฝึกสมาธิได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่ากระดาษแผ่นเดียวจะสร้างอะไรได้มากมายจริงๆค่ะ Amazing หลังจากนั้นเราก็มีแฟนคลับที่ mini stage เพียบ

เวทีในวันที่สองเข้มข้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวันแรก วันนี้เราได้พบพระเอก นางเอก จากเรื่องเล่าจำนวน 3 คนที่มาถ่ายทอด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องเล่าในการทำงาน จากคนที่ไม่เคยเขียนมาก่อน สามารถเขียนได้ดีมากๆด้วยค่ะ เราได้รับเกียรติจากน้องอ่อม รพ.บรบือ คุณหมออ้น ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูและพี่ตู่ จากรพ.ปง สามเรื่อง สามไสตล์ ตื่นเต้นไม่แพ้กันเลยค่ะ ต่อจากนั้นเราก็มาทำเก้าอี้เพื่อน้องกัน สร้างความฮือฮาให้กับผู้สนใจมากขึ้น มากขึ้น จนล้นเวทีค่ะ พอลล่าได้เรียนรู้ว่ากิจกรรมที่คนฟังมีส่วนร่วมมักจะได้รับความสนใจมากกว่า

วันนี้มีเรื่องเล่าจาก สี่รพ.แต่ละเรื่องยอดเยี่ยมอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฟันจากคุณหมอฟัน รูปหล่อ ทพ.อิศรานุวัฒน์ ที่ทำงานมาสองปีแต่ผลงานราวกับยี่สิบปี ฟังไปก็ได้ความรู้เรื่องของการแปรงฟันไปด้วยค่ะ แปรงฟันแต่ละครั้งต้องมากกว่าสองนาทีขึ้นไป เกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์ของฟลูโอไรด์นั่นเองและไม่ต้องบ้วนน้ำจนเกลี้ยงปล่อยให้เหลือฟลูโอไรด์ไว้บ้าง ...บรรยายสนุกและได้สาระมากๆในการทำงานสร้างเสริมสุขภาพกับผู้สูงอายุ ที่คุณหมอเข้าใจผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดีเยี่ยม ได้เรียนรู้ว่า ณ เวทีใด้มีผู้สูงอายุ จะต้องมีรางวัลเป็นของล่อใจ...อิอิ...ผลงานของคุณหมอฟันจากรพ.วัดเพลง จ.ราชบุรีสามารถทำให้มีผู้สูงอายุที่อายุ80 แล้วมีฟันมากกว่า 20 ซี่ได้ค่ะ

เรื่องต่อมา ตื่นเต้นตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้วค่ะ “ชีวิตที่เหลือแต่หัว” โดยอ.มาเรียม จากรพ.นพรัตน์ราชธานี ก่อนบรรยายเราได้ทำสมาธิและอ.มาเรียมได้พูดว่าพวกเราโชคดีกว่าทุกคนที่ได้เรียนรู้ ณเวทีแห่งนี้ เรื่องราวต่อไปนี้อีกสองพันคนไม่มีโอกาสได้รับฟังเป็นการคิดบวกได้อย่างยอดเยี่ยมค่ะ พอลล่ารู้สึกดีขึ้นมากมายค่ะ เรื่องราวของอ.มาเรียมเป็นเรื่องเกี่ยวกับการได้เปลี่ยนให้คนที่มีความรู้สึกแค่ท่อนหัวกลับมามีคุณค่าได้ นักศึกษาอาชีวะที่ถูกทำร้ายจนไร้วามรู้สึกตั้งแต่คอลงมาช่วยตัวเองไม่ได้ ได้แต่ร้องเรียก จุ๊ๆ เรียกพยาบาลให้มาอยู่เป็นเพื่อน เพราะเขากลัว เหงา..พยาบาลสามารถเยียวยาจนเป็นแบบอย่างให้คนอื่นได้ เป็นตัวอย่างให้นร.คนอื่นรักแม่และเชื่อฟังพ่อแม่ ความหมายของความเป็นมนุษย์สามารถสร้างได้ในทุกวาระของชีวิต หากเราเข้าใจ รับฟังและมองบวก ถ่ายทอดพลังบวกจากเราไปสู่เขาเพื่อให้เขาปรับเปลี่ยนความคิด เห็นคุณค่าของเขาที่ยังมีอยู่ได้ นั่งฟังไปด้วยความใจจดจ่อต่อเทคนิคการเล่าที่ไม่เหมือนใคร สมกับเป็นนักจิตวิทยาเสียจริงค่ะ ปรบมือให้ดังๆ ๆๆๆๆๆๆๆ

Session สำคัญอีก session หนึ่งในวันนี้คือการพบปะเพื่อสร้างการเรียนรู้และจัดการความรู้ทาง social network โดยบล็อกเกอร์ชื่อดัง ดร.ขจิต ฝอยทอง อ.หมอ JJ อ.หนานเกียรติ ป้าแดง พี่ชู พี่จ๊ะ พี่หนึ่ง พี่เจี๊ยบ ฯลฯ มากมายค่ะ  สร้างกระแสของการเรียนรู้แลกเปลี่ยนทางออนไลน์ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

วันทีสาม วันสุดท้ายของเวทีของเรา ได้รับเกียรติจากพิธีกรสาวสวยจากรพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม เริ่มจากคาราโอเกะ และการบอกเล่า Poster ในดวงใจ รับรางวัลกันไป

High light ของวันนี้ คงอยู่ที่นพ.นาธาน จากรพ.บ้านลาด ทันทีที่เห็นเธอเดินมา พี่นวพรรษ แนะนำว่า นีไงนพ.นาธาน ..พอลล่าคิดในใจว่า งานนี้มีฮาแน่ๆ แล้วก็เป็นดังคาด ก่อนนำเสนอเธอก็ร้องเพลง สัญญาต้องเป็นสัญญา เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้ชมได้มากมายจนต้องถูกเตือนมาจากเบื้องบนว่าให้เบาๆ เสียงหน่อย ...เฮ่อ...เสียงไมค์เบาได้แต่เสียงกรี๊ดนี่ยากต่อการเบานะคะ ..อิอิ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากนพ.นาธานคือจุดเปลี่ยนของแพทย์จบใหม่คนหนึ่งที่อยู่เวร ได้รับรายงานจากพยาบาลห้องฉุกเฉินในกรณีที่อาการยังไม่ชัดเจน จนทำให้ผู้ป่วยต้อง pump หัวใจและส่งต่อไปยังรพ.จังหวัด คุณหมอนาธานได้ไปเยี่ยมดูแล ทั้งคนไข้และญาติอย่างใกล้ชิด จนผุ้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนคือคำขอบคุณจากญาติที่ไม่โกรธ ไม่ฟ้องคุณหมอ ในเวลาที่หมอเศร้า เสียใจและคิดว่าตัวเองไม่น่าจะเป็นแพทย์อีกต่อไปกลับได้กำลังใจจากญาติผู้ป่วย ทำให้คุณหมอปรับวิธีการอยู่เวร โดยลงมาดูคนไข้เองทุกราย ทักทายยิ้มแย้มใส่ใจคนไข้ทุกคน ศึกษาแนวทางการประเมินผู้ป่วยที่รพ.ได้วางไว้ จนเป็นที่รักของเจ้าหน้าที่ คนไข้ในรพ. และยังได้รับรางวัลจากท่านผอ.รพ.เป็นบุคคลดีเด่นของรพ.บ้านลาด แต่เมื่อมารู้ชีวิตของคุณหมอแล้ว นับว่าเป็นบุคคลที่น่ายกย่องในการเป็นลูกกตัญญู คุณหมอได้ดูแลคุณแม่ กราบเท้าและล้างเท้าคุณแม่ทุกวัน ขอชื่นชมคุณหมอนาธานด้วยใจจริงคะ ขอให้สิ่งที่คุณหมอมุ่งหวังจงเป็นไปตามหวังค่ะ

หลังจากที่คุณหมอนาธานเล่าเสร็จแล้วมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจต่อการเรียนรู้อีกสองเรื่องด้วยกัน หลังจากนั้นเราจึงปิดเวทีเรียนรู้เล็กๆ ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ ขอบคุณทุกๆสิ่งที่ทำให้เกิดเวทีนี้ ขอบคุณที่ให้โอกาสพอลล่าได้มารับผิดชอบเวทีนี้ ขอบันทึกไว้ในห้วงของความจำ