คนที่ทำให้เราโกรธ และคนที่เราทำให้เขาโกรธ อย่าว่าแต่จะสวัสดีเลย แค่เห็นหน้าก็อยากตะบันหน้าสักฉาด

   ที่จริงผู้เขียนไม่มีความสามารถในเรื่องการเจรจาต่อรองกับเจ้าเวรของใครเลย แต่มีความคิดอยากจะเขียนเรื่องเหล่านี้ เพราะถ้าการเกิดขึ้นของสรรพสัตว์ในจักรวาลนี้ ย่อมอยู่ในกฎธรรมชาติ ดังนั้นการใช้ธรรมชาติบำบัดแค้น ก็น่าจะช่วยได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

   เมื่อคู่เวรมาพบกันในชาติใดชาติหนึ่ง และสถานการณ์ที่เหมาะสม ตามแรงกรรม ก็ให้เกิดความคับข้องอึดอัดขึ้นมาทันที เสมือนทั้งคู่จะอยู่ท่ามกลาง วงล้อมของไฟร้อน ดูสับสนปนความสะใจ คั่งแค้น เหมือนเราเจอคนที่ทำให้เราโกรธ และคนที่เราทำให้เขาโกรธ อย่าว่าแต่จะสวัสดีเลย แค่เห็นหน้าก็อยากตะบันหน้าสักฉาด ให้รู้ตัวไว้ว่า เมื่อใดที่รู้สึกเป็นรอง นั่นแปลว่า เราเคยทำคู่กรณีไว้สาหัส แล้วบัดนี้ เขามาทวงแล้ว หลายครั้ง ที่มีกรรมการ(ผู้เขียนหมายถึงคนที่อยู่ต่างภพด้วย แล้วมีคนกลางมาขอเจรจาต่อรองให้) มาช่วยเจรจา แลัวสอบถามความต้องการของฝ่ายหนึ่งที่เป็นเจ้าเวร ถ้าสภาพนั้นเขาก็ย่ำแย่เต็มที(จิตที่อาฆาต มักข้นแค้น ตกต่ำไปด้วย) เจ้าเวรของเราก็อาจยอมอโหสิกับ เครื่องบรรณาการต่างๆ หรืออุทิศบุญเพียงครั้ง

สองครั้ง ก็ยอมความ

 

 

 ให้รู้ว่าเราโชคดีแล้ว ที่เจอเจ้าเวรประเภทนี้ ให้ตั้งอกตั้งใจ ทำให้เขาอย่างปราณีตเต็มใจ และน้อมใจขอโทษด้วยใจจริง

 แต่ถ้าเจอประเภท บุญเก่าของเขาก็พอสมควร แล้วมาถูกเราตัดรอนข่มเหง คิดดูว่าเขาจะยอมรับอะไรที่ว่ามาง่ายๆหรือ? ล่วงเกินกันแล้ว ก็พลัดกันไปหลายชาติ คนถูกกระทำ และมีแรงแค้น ย่อมไม่ลืมง่ายๆ แต่คนที่ล่วงเกินเขา อาจได้รับความสมใจไปแล้ว ไม่ช้าก็หลงลืม ยิ่งเนิ่นนาน ก็ยิ่งชะล่าใจ ลืมสนิท แล้ววัฏฏะก็พาให้วนเวียนมาพบกันอีกจนได้ พบแบบอีกคนจำ อีกคนลืม คราวนี้แหละ กรรมการก็อาจเจรจาไม่สำเร็จ

  แล้วจะทำอย่างไรดี  ขอกลับไปคิดก่อนนะคะ บันทึกหน้าอาจพบวิธีก็ได้ค่ะ