อังกอร์วัด มหัศจรรย์แห่งเทพ ด้านหน้านครวัด ภาพแกะสลักนูนต่ำ "ถึงตายก็ไม่เสียดาย หากได้เห็นนครวัด" ประโยคอมตะที่นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ "อาร์โนลด์ ทอยน์บี"กล่าวไว้ จนผู้คนมากมายนำไปอ้างอิง เป็นเช่นนี้จริงๆ เมื่อได้มาเยือนนครวัด หรือ อังกอร์วัด มหัศจรรย์แห่งเทพ บ่ายสามโมงเย็นอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน เมื่ออาทิตย์เริ่มลดความร้อนแรงลง บรรดานักใฝ่ฝันทั้งหลายต่างเบนเข็มเดินทางเข้าสู่ วิมานแห่งเทพเจ้า เทวสถานในศาสนาฮินดูที่ถูกสร้างอยู่บนเนื้อที่ 1,250 ไร่ เมื่อ 800 กว่าปีก่อน ในยุคสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เพียงประตูเข้าสู่ปราสาทที่สองข้างทางสร้างเป็นลำตัวพญานาค ยาวเหยียดจนถึงเวิ้งน้ำด้านหน้าระเบียงคต ก็ชวนให้ตะลึงพรึงเพริด ภายในระเบียงคตที่ยาวเหยียดกว่า 285 เมตร ผนังที่สูงราว 2เมตร แกะสลักภาพนูนต่ำ ทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์เขมร ภาพมหาภารตะ ภาพสวรรค์ 37 ชั้น ภาพนรก 32 ขุม ส่วนภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ภาพการกวนเกษียรสมุทร ที่แกะยาวถึง 49 เมตร และภาพที่คนไทยเยือนชมมากสุดคือ ขบวนทัพเสียมกุก แลที่สะดุดตา ชวนแก่การเมียงมองตามหาอยู่ตลอดคือ นางอัปสรา กว่า 1,000 องค์ที่แกะสลักกระจัดกระจายไปทั่ว ทุกองค์งดงามด้วยทรวดทรงองค์เอวคล้ายคลึง มีแต่เพียงใบหน้าที่แตกต่างกันออกไป พรรณนาไม่ถูกว่า แกะได้วิจิตรพิสดารและมหัศจรรย์เพียงใด บอกได้คำเดียวว่า ฝีมือเช่นนี้นี่เองที่ทำให้ อังกอร์วัด คือหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ใจกลางที่ระเบียงคตล้อมรอบนั้น คือปราสาทห้ายอด ที่เปรียบดังเขาพระสุเมรุ คือวิมานศักดิ์สิทธิ์ ที่แต่ละคนกว่าจะปีนป่ายถึงยอดได้นั้น ต้องใช้ความพยายามกันมากพอควร เพลินตาเพลินใจ กว่าจะพ้นจากยอดปราสาทลงสู่เบื้องล่าง ลัดเลาะผ่านระเบียงคตออกสู่สนามภายนอก อาทิตย์ก็เริ่มฉายแสงโรยอ่อนจางลงสู่แสงสุดท้าย ภายใต้การนั่งบนพื้นหญ้าอำลานครวัดไปในเย็นย่ำของวันนั้น โอ อังกอร์วัด มหัศจรรย์แห่งเทพและนางอัปสรา
สวัสดีครับครูหยุย
อ่านตาม..รับรู้ความมหัศจจรย์ของสิ่งมหัสจรรย์ผ่านการถ่ายทอดอารมณ์ภาษาของครู
พลอยตื่นเต้น...ตามไปด้วย
ขอบคุณ ครูหยุย นะครับ
ดีใจครับที่แสงแห่งความดีเข้ามาเยือนนครวัด
ดีใจครับที่ แสงแห่งความดี เข้ามาเยือนนครวัด
สุริยวรมันที่สองครับ
เมื่อพบว่ามีการทักท้วง ผมรีบตรวจสอบประวัติศาสตร์ ใช่ครับ ต้องสุริยวรมันที่ 2 แก้ไขให้แล้วครับ ขอบคุณ อย่างนี้ซิครับเรียกว่ารักกันจริง ถึงได้ตามมาบอก
สวัสดีค่ะคุณครู
*** "ถึงตายก็ไม่เสียดาย หากได้เห็นนครวัด"
*** จะต้องหาโอกาสไปให้ได้....ขอบคุณค่ะ
"ถึงตายก็ไม่เสียดาย หากได้เห็นนครวัด"
ถึงตายก็ไม่เสียดาย ที่ได้เข้ามาอ่านบันทึกนี้ของอาจารย์
สบายดีนะครับ
กิติยา ครับ ประโยคนี้เป็นอมตะไปแล้วครับ ไปให้ได้นะครับ คุ้มค่าสำหรับชีวิตจริงๆ
ทิมดาบครับ ขอบคุณมากครับที่เข้ามาติดตาม ผมสบายดีครับ ทิมดาบสบายดีเช่นกันนะครับ
....สุดยอดเลยค่ะพี่หยุย...อ่านทั้งหมดแล้ว อยากย้อนเวลากลับไปเดินตามรอยประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้งค่ะ
เล็ก พี่กำลังจะหาทางไปอีกรอบนะ หาจังหวะอยู่ หากสนใจเก็บสตางค์รอไว้เลย คราวนี้ไปทางด่านสุรินทร์หรือสระแก้ว
สวัสดีค่ะ
ครูคิมครับ หวังว่าจะได้ไปเร็วๆ นะครับ ชักชวนเพื่อนๆ ชาว g2k ไปด้วย น่าจะดีนะครับ
สวัสดีค่ะ คุณครูหยุย
อลังการงานสร้าง กับปราสาทนครวัด อยากไปเที่ยวชมมาก ๆ คุณครูลงภาพให้ชมน้อยจัง
ครูปอสองครับ ตอนต่อไปจะเป็นเฉพาะรูปภาพครับ คอยตามนะครับ แอนแอ้น.....
สวัสดีค่ะครูหยุย
อยากไปเยือนนครวัดมากเลยค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสสักที
เพราะฉะนั้นเลยยังไม่อยากตาย ต้องขอไปเห็นนครวัดก่อน 555
เคยมีคนบอกว่า จะรู้ว่านางอัปสราองค์ไหนสวยที่สุด ดูได้จากความมัน (เพราะว่าคนไปลูบๆ คลำๆ บ่อย อิอิ) ไม่รู้จริงหรือเปล่านะคะ
ขอบคุณค่ะ
blue star ครับ ไม่ไกล อยู่ใกล้ชายแดนไทยแค่นี้เอง ได้ไปแน่นอนครับ ส่วนนางอัปสรานั้น จริงครับ พากันไปจับทั้งชายและหญิง ไทย จีน ญี่ปุ่น ลาว แขก เขมร ฝรั่ง จับกันหมดจนเป็นมัน บางองค์ก็ยืนยิ้มเห็นฟัน แปลกดีมีองค์เดียว
เป็นการท่องเที่ยวเชิงโบราณคดี เชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม น่าสนใจมาก อยากได้คำแนะนำการเดินทางครับ
กราบขอบพระคุณท่านนาย วัลลภ ตังคณานุรักษ์ (ครูหยุย) ที่ให้เกียรติไปเยี่ยมเยียนทักทาย ขอให้ท่านและครอบครัวมีความสุข สมปรารถนาครับ
อ.ประจักษ์ครับ ผมไปกับทัวส์ครับ มีมากมาย ค้นจากกูเกิ้ลก็ได้ครับ ราคาแบบประหยัดไปทางรถออกทางด่านศรีสะเกษ หรือสุรินทร์หรือสระแก้ว ได้ทั้งนั้น 3 วัน 2 คืน คือ 6,500 บาท/คน ใช้เวลาจากทุกด่านถึงเสียมเรียบราว 1 ชั่วโมง 45 นาที เท่านั้น ถนนดี รถดีติดแอร์สบาย โรงแรมก็ระดับสี่ดาว คนไปเที่ยวมากครับ มากสุดคือเกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งแล้วก็ไทย