การเกษตรในยุคผลผลิตสูงสุด กำไรสูงสุด คนปลูกตาย คนขายรวย ซวยที่คนกินรักดินต้องปรับปรุง รักท้องทุ่งต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์

        ผู้เขียนทำน้ำหมักชีวภาพใช้มา 5 ปี ปัจจุบันก็ยังทำอยู่ ที่สวนหลังบ้านใช้ปุ๋ยอินทรีย์มาตลอด ทั้งที่ทำเองและซื้อจาก กลุ่มเกษตรกรด้วยกัน มีของหมอดินอาสา ของวิทยาลัยเกษตรในพื้นที่และของบริษัทห้างร้าน 

       การใช้ปุ๋ยอินทรียร่วมกับน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์บางบริษัทบอกว่า ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีไม่ได้ จะทำให้จุลินทรีย์ตาย

       บ้างก็บอกว่าใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ไม่ต้องถากถางโคนต้น (อันนี้ชอบไม่เหนื่อย)

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พย. 2553 ได้ไปประชุมกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรภาคใต้ ที่สุราษฎร์ มีบริษัทปุ๋ยอินทรีย์มาแนะนำการใช้ปุ๋ย ว่าการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ต้องใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี เขาบอกว่าต้องใช้"อินทรีย์นำ ชีวภาพมาเอง เคมีช่วยเสริม"

      แล้วยังแนะนำให้เลิกใช้สารพิษ 3 ตัว

> คือยาฆ่าหญ้า

 >ยาฆ่าแมลง

 >และยาฆ่าเชื้อรา

 การเกษตรในยุคที่ "ผลผลิตสูงสุด กำไรสูงสุด"คนปลูกตาย คนขายรวย ซวยที่คนกิน  รักดินต้องปรับปรุง รักท้องทุ่งต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การเลือกซื้อเลือกใช้ปุ๋ยอินทรีย์มีหลักสังเกตุง่ายดังต่อไปนี้

 1. จุดไฟเผา ถ้าเป็นปุ๋ยอินทรีย์จะแตกผง ถ้าไม่แตกเม็ดยังแข็งเป็นอิฐแสดงว่าเป็นดิน

2. เอามาละลายน้ำ ถ้าเป็นปุ๋ยจะละลายน้ำภายใน 6 ชั่วโมง ถ้าละลายน้ำทันทีคือดิน

 3. ดูด้วยสายตา ถ้าเป็นปุ๋ยถุงจะฟูถ้าเป็นดินถุงจะแน่น

4. ตากแดด ถ้าเป็นปุ๋ยจะเบา ถ้าเป็นดินจะหนัก  ง่ายๆไม่ต้องซื้อดินขนดินไปใส่ต้นไม้ได้ปุ๋ยปลอมดินลำบากใจ  และต้องดูข้างกระสอบว่าปุ๋ยอินทรีย์นั้นได้ผ่านการขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตรมาแล้ว หวนคำนึงถึงความอุดมสมบูรณ์ของดินในอดีต ที่ร้องเป็นเพลงว่า "

 

เมืองไทยใหญ่อุดม

ดินดีสมเป็นนาสวน

เพื่อนรักเราชักชวน

ร่วมช่วยกันมุ่งหมั่นทำ

              วิชาต้องหาไว้

เป็นหลักได้ใช้ช่วยนำ

ให้รู้ลู่ทางจำ

ค้นคว้าไปให้มากมี

              ช่วยกันอย่างขันแข็ง

ด้วยลำแข้งและแรงกาย

ทำไปไม่เสียดาย

แม้อาบเหงื่อเมื่อทำงาน

               ดั่งนี้มั่งมีแท้

ร่มเย็นแน่หาไหนปาน

โลกเขาคงเล่าขาน

ถิ่นไทยนี้ดีงามเอย.

ปุ๋ย คือวัสดุให้อาหารพืช  มาช่วยกันพลิกทุ่ง สร้างทุน คืนไท ด้วยการใช้ปุ๋ยอินทรย์ที่มีมาตรฐานผ่านการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรจะได้ไม่ถูกหลอกซื้อปุ๋ยปลอมมาใส่พืช