ขอบคุณ Bipolar Friend Club ในสมาคมสายใยครอบครัว ที่แนะนำให้ผมมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "กิจกรรมบำบัดจิตสังคม" ในสองชั่วโมงกับผู้ร่วมฝึกปฏิบัติการจำนวน 30 ท่าน คือครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว
ผมชื่นชมกับกลุ่มที่ช่วยเหลือระหว่างเพื่อน-ครอบครัว-จิตอาสา ที่ต่างป่วยเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว และควบคุมอาการทางจิตได้ด้วยการรักษาทางยา พร้อมฝึกฝนให้มีความรู้ในการจัดการอาการทางจิต มีการนัดหมายทำกิจกรรมต่างๆ ทุกเดือน โดยขาดแคลนบุคลากรนักวิชาชีพทางการแพทย์ที่มีจิตอาสามาฝึกทักษะชีวิตให้กับเพื่อนสมาชิกฯ
ผมมาที่นี่เป็นครั้งที่สอง และยังตื่นเต้นกับประสบการณ์ที่จะได้รับและเรียนรู้ว่า "ความรัก ความอบอุ่น และความสามัคคี ในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วนั้นต้องใช้เวลาและความดีงามในการสร้างสรรค์กิจกรรมชีวิตที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง" ซึ่งจริงๆ คือเป้าหมายหลักทางกิจกรรมบำบัดสากล แต่นักกิจกรรมบำบัดน้อยคนนักที่จะเข้ามาเป็นจิตอาสาและนำพาคุณภาพชีวิตแบบครอบครัวดังสมาชิกเหล่านี้
พี่น้อง G2K คงสงสัยว่า "ผมจะนำกลุ่มกิจกรรมบำบัดอย่างไรในครั้งนี้" ซึ่งครั้งแรกผมได้แนะนำ "กระบวนการจัดการความล้าทางจิต" ให้กับผู้ปกครองที่สนใจฝึกทักษะให้กับตนเองเพื่อให้มีความแข็งแรงในจิตใจที่จะเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ ในการดูแลลูกหลานโรคอารมณ์สองขั้ว
วันนี้ผมนำกลุ่มในหัวข้อ "กิจกรรมบำบัดกับการพัฒนาภาวะผู้นำชีวิตของตนเองให้มีความสุขความสามารถ แม้ว่าจะมีโรคอารมณ์สองขั้ว" ซึ่งผมได้ถ่ายทอดความรู้แบบให้ฝึกคิดและผ่อนคลายสลับกัน ทำให้มีสมาชิกหลายคนเข้ามาซักถามและที่น่าประทับใจมากคือ สมาชิกพูดคุยโดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความสามารถของตนเองในทักษะต่างๆ "
ทักษะที่ผมแนะนำ คือ การปรับสมดุลของทักษะคู่ขนานระหว่างสมองสองซีก เช่น ทักษะการตัดสินใจ-ทักษะการแก้ไขปัญหา ทักษะการคิดวิเคราะห์-ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทักษะการสื่อสาร-ทักษะการสร้างสัมพันธภาพ ทักษะการจัดการอารมณ์-ทักษะการจัดการความเครียด ทักษะการตระหนักรู้ในตนเอง-ทักษะการเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
ทั้งนี้ผมเน้นให้เปิดใจ-ใส่ใจ-ไว้ใจ "ตนเอง" เพื่อสร้างจิตและสมองที่ดี ในการตั้งคำถามว่า รู้สึกอย่างไรเมื่อรับรู้ข้อมูล คิดอย่างไรเมื่อรับรู้ข้อมูล และเลือกข้อมูลด้วยเหตุผลอย่างไร เพื่อนำมาสร้างความสุขความสามารถในชีวิต พร้อมทั้งระบุความมั่นใจในการเป็นผู้นำชีวิตตนเองจาก 0-10 คะแนน หลายคนได้ลองฝึกทักษะต่างๆ และมีความมั่นใจมากขึ้น แม้ว่าบางคนจะไม่แน่ใจ แต่รู้สึกได้ยิ้มและพูดคุยแบบกัลยาณมิตรอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลด้วยการรู้สึกก่อนคิดและเขียนเงียบๆ บนกระดาษของแต่ละบุคคลหลังจากดูคลิปภาพยนต์โฆษณาชีวิต
ต่อจากนั้นผมแนะนำให้ฝึกผ่อนคลายจากการลดความไวของประสาทการได้ยิน (ร้องอืมดังๆ ในคอและฟังเสียง) การรับรส (ลิ้นนับฟันล่างบน) การสัมผัสเคลื่อนไหว (ขยับหมุนมือทีละข้าง-ถูมืออังตาหน้า) การหายใจ-ค้าง-เป่าปาก การฝึกสมาธิ และการสื่อสารในใจและสร้างความหวังก่อนลืมตาขึ้นในที่มืดพร้อมเสียงระฆัง จากนั้นทำกลุ่มวาดรูปความสุขของตนเองในกระดาษแผ่นใหญ่ร่วมกับเพื่อนสมาชิกในหลายๆ กลุ่มอย่างสนุกสนานและอบอุ่น
นี่คือ ประสบการณ์ของการสร้างพลังกลุ่มแบบพลวัติด้วยอารมณ์ร่วมใจถึงวุฒิภาวะของผู้นำชีวิตที่มีคุณค่ากลุ่มหนึ่งครับผม
ต่อจากนั้นผมแนะนำให้ฝึกผ่อนคลายจากการลดความไวของประสาทการได้ยิน (ร้องอืมดังๆ ในคอและฟังเสียง) การรับรส (ลิ้นนับฟันล่างบน) การสัมผัสเคลื่อนไหว (ขยับหมุนมือทีละข้าง-ถูมืออังตาหน้า) การหายใจ-ค้าง-เป่าปาก การฝึกสมาธิ และการสื่อสารในใจและสร้างความหวังก่อนลืมตาขึ้นในที่มืดพร้อมเสียงระฆัง จากนั้นทำกลุ่มวาดรูปความสุขของตนเองในกระดาษแผ่นใหญ่ร่วมกับเพื่อนสมาชิกในหลายๆ กลุ่มอย่างสนุกสนานและอบอุ่น
ขอบคุณมากๆๆครับ
ขอบคุณมากครับพี่ อ.ดร.ขจิต และขอให้สนุกสนานกับการฝึกหายใจเข้าๆ ออกๆ อย่ากลั้นนานเกินไปนะครับผม
กิจกรรมน่าสนใจมากๆ ครับ เสียดายผมไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมสักที
อย่างไรฝากประชาสัมพันธ์ Facebook page สำหรับเชื่อมโยงชาวไบโพลาร์ด้วยครับ
http://facebook.com/bipolarfc
ขอบคุณมากครับสำหรับ FB
น้องชายของดิฉันเป็นโรคอารมณ์2ขั้วค่ะเค้ามีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อคนในครอบครัวจะหนีจะเดินออกวิ่งตลอดเวลาตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา จะมีทางใดบ้างที่จะช่วยให้น้องกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติกลับมาเรียนหนังสือได้ปกติื จึงขอความกรุณาดิฉันและครอบครัวด้วย
แนะนำคุณวราภรณ์ให้คุณหมอที่ รพ.ศรีธัญญา ส่งฝึกทักษะการควบคุมอารมณ์และทักษะการเรียนรู้ในกิจกรรมการดำเนินชีวิต ณ หน่วยกิจกรรมบำบัด รพ.ศรีธัญญา พร้อมๆ กับการเข้าอบรมกับชมรมเพื่อนโรคอารมณ์ 2 ขั้ว ที่สมาคมสายใยครอบครัว ชั้น 2 ตึกกายภาพบำบัด รพ.ศรีธัญญา ขอให้น้องชายให้หายดีขึ้นในปีใหม่นี้ครับผม