เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวบริสุทธิ์ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใหญ่จะเติมแต้มสีอะไรลงผืนผ้าเล็กๆ ผืนนี้ เด็กนักเรียนกับความคาดหวังของคุณครูแต่ละท่านก็ย่อมแตกต่างกัน ครูแต่ละท่านจะแต่งเติมสีสันอะไรก็ย่อมส่งผลต่ออนาคตของเด็กนักเรียนด้วย เช่นกันครับ..
ผมมีโอกาสได้เข้าฟังบรรยายจากกูรูด้านการศึกษาท่านหนึ่ง ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชั้นเรียนของคุณครูท่านหนึ่งในชั่วโมงสอน ไว้ดีมากเลยครับ..
วันหนึ่งในห้องเรียนเด็กชั้นประถมปีที่ 4 มีครูพิเศษมาช่วยสอนหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ แทนครูประจำชั้นซึ่งติดธุระด่วน จึงมีโน้ตเขียนบอกไว้ว่าเด็กคนไหนเป็นเด็กน่ารัก ตั้งใจเรียนอย่างสม่ำเสมอ และเด็กคนไหนเป็นตัวปัญหาในห้องเรียนบ้าง..

ครูพิเศษท่านนี้จึงเกิดความเชื่อ เกิดความคาดหวังในตัวนักเรียนแต่ละคนแตกต่างกันออกไปโดยปริยายครับ..
หากเด็กนักเรียนที่ถูกจำกัดว่าเป็นเด็กไม่ดี
ไม่เคยตั้งใจเรียนมาก่อน ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย แค่ยกมือถามครูว่า..
“ทำไม 8
X 8 = 64 ล่ะครับคุณครู”
ครูพิเศษอาจจะย้อนถามกลับไปว่า.. “นี่เธอ!
ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนหรือยังไง!!”
เนื่องจากครูพิเศษคาดหวังไว้ก่อนแล้วว่า เด็กคนนั้นเป็นเด็กดื้อ เด็กเกเร เด็กที่ไม่สนใจเวลาครูสอน การตั้งคำถามของเขาจึงเป็นการแสดงว่า.. “เขาไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนเลย”
แต่ถ้าเป็นอีกกรณีครับ...
หากเป็นเด็กนักเรียนที่ครูประจำชั้นเขียนโน้ตไว้ว่าเรียนดี
สนใจเรียนอย่างสม่ำเสมอเวลาคุณครูสอน
ตั้งคำถามด้วยประโยคเดียวกันเลยครับ ครูพิเศษคนคนนั้นอาจจะอธิบายดีๆ
เพราะครูพิเศษคิดไว้ก่อนแล้วว่า.. “นักเรียนคนนี้เป็นเด็กดี
เขาคงจะสงสัยจริงๆ จึงถามครู”
ที่มา: http://krunongkala.blogspot.com/2010/06/blog-post.html
เพิ่มเติมครับ..
บล๊อกครูนอกกะลา : http://krunongkala.blogspot.com/
บล๊อกเล่าเรื่อง..คณิตศาสตร์ LPMP : http://khrufonlpmp.blogspot.com/
บล๊อกโรงเรียนนอกกะลา : http://lamplaimatpattanaschool.blogspot.com/
เว็บโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา : http://www.lpmp.org/

สวัสดีครูราชิต อ่านข้อความแล้วน่าคิดมากเลยครับ
การเรียนการสอนของครูแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป
เพราะฉะนั้นการรับรู้และการเรียนรู้ของเด็กก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย
การที่ครูพิเศษเชื่อมั่นในโน๊ตที่ครูประจำชั้นบอกไว้....เป็นการคาดเดาที่ผิดอย่างมาก
เป็นการปิดกั้นเด็กทั้งยังไม่เปิดโอกาสให้แก่เด็กเลย..น่าจะทบทวนใหม่นะพี่ว่า
สวัสดีค่ะ...คุณราชิต...
ตอบ
ณรงเดช
"ถ้านักเรียนคนนั้นถูกตีตราว่าเป็นนักเรียนที่โง่มากที่สุด แล้วคิดว่าเขาจะอยากพัฒนาตนเองมาให้เก่งไหม? .."
ขอบคุณนะครับ...
อาการเดียวกัน กับ บุคคลต่างกัน
ปฎิกิริยาตอบสนอง..อาจไม่เหมือนกัน
จริงๆนะคะ เข้าใจดีเชียวล่ะ..อิอิ
ตอบ
krugui Chutima
"เด็กหลายคนที่วุฒิภาวะของเขายังไม่พร้อมจริงๆ ในขณะช่วงอายุนั้น แต่ครูคาดหวังกับเขาว่าเขาไม่ตั้งใจเรียน เป็นเด็กที่เรียนโง่มาก วันนั้นเองครูจะเป็นผู้ทะลายสิ่งๆ ดีๆ ที่เขากำลังจะพร้อมเรียนรู้ลงไปได้ โดยที่ครูอาจจะไม่รู้ตัว.."
ขอบคุณนะครับ...
สวัสดีค่ะ
ตอบ
บุษยมาศ
"ผมเชื่อว่าเด็กๆ ทุกคนย่อมมีพลังความดี ความเอื้ออาทรต่อสรรพสิ่งทุกๆ คน ตนบางคนมองข้ามไปในความดีเล็กๆ น้อยๆ แต่กลับยกย่องเชิดชูคนมีทรัพสินมากมาย ครูเป็นตัวแปรสำคัญอย่างยิ่งที่เป็นคนกำหนดอนาคตของเด็กๆ แต่ละคนครับ ถ้าครูเสริมพลังความรักในด้านบวกให้กับเขา เขาก็จะรับพลังความรักจากครู.."
ขอบคุณนะครับ...
ตอบ
ครู ป.1
"อารการตอบสนอง เป็นคล้ายๆ กับกฏข้อที่ 3 ของนิวตันเลยนะครับพี่ครู ป.1 เด็กๆ ไม่มีเด็กคนไหนที่อยากได้ยินว่าเป็นคนโง่จากปากครูหรอกครับ.."
ขอบคุณนะครับ...
"เพราะความหวัง ตั้งธง ไว้ข้างหน้า
สองมาตรฐาน ตามมา ตามธงคิด
แม้นความจริง สิ่งที่หวัง อาจจะผิด
จึงต้องคิด พิจารณา ค้นหาเหตุ"...........
ตอบ
คุณยาย
"กำลังใจดีๆ ที่มีจากพี่ๆ สมาชิก G2K เป็นกำลังใจที่งดงามมากครับ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงทุกเมื่อนะครับ.."
ขอบคุณนะครับ...
ตอบ
ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
"ผมก็เคยโดนอาจารย์ผู้สอนคาดหวังในตัวผมผิดในขณะยังเด็กๆ ไม่ว่าผมจะทำให้ให้เห็นขนาดไหนคุณครูก็จะตีตราว่าผมเป็นนักเรียนที่โง่และเกเรที่สุดในห้อง จนทำให้ผมรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างยิ่งครับ.."
ขอบคุณนะครับ...
..สังคมไทยส่วนหนึ่งก็มองครูไปในทางลบค่ะ ครูที่ดี เข้าใจเด็ก และตั้งใจเรียนรู้ร่วมกับเด็กยังมีอีกมากนะคะ....
ชื่นชมมุมมองและความคิดที่สะท้อนมาค่ะ
สวัสดีครับ
ตอบ
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
"ไพเราะมากครับพี่วอญ่า ถึงจะแนวๆ การเมืองก็ตาม ครูก็ไม่ควรใช้กฎ 2 มาตรฐานกับเด็กนักเรียนอย่างที่ท่านว่านะครับ.."
ขอบคุณนะครับ...
ขอบคุณนะครับ...
สวัสดีคะคุณราชิต สุพร ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมพี่ประจำเลยกดตามมาคะ เรื่องความคาดหวัง ทุกคนทำอะไรก็มีความคาดหวัง และเป้าหมายทั้งสิ้น แต่บางครั้งสิ่งที่คาดหวัง หรือเป้าหมาย อาจจะมีหัวใจติดลบในบางครั้ง เลยแบ่งออกเป็น 2 มาตรฐาน คือเด็กสนใจกับไม่สนใจ พี่สุว่า ว่าเด็กไม่ได้หรอกนะคะ มันอยู่ที่ครูผู้สอน ทำอย่างไร มีวิธีสอนอย่างไร ที่จะกระตุ้นให้เด็ก ได้รับรู้ และสนใจเท่ากัน เสมอภาคกัน บางครั้งเด็กที่ไม่เก่งวิชานี้ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะปึก หรือไม่เก่งทุกวิชา เด็กบางคนความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดก็มี เด็กมีพรสวรรค์และความสามารถต่างๆๆกัน ครูต้องเรียนรู้นิสัยเด็กแล้วประคับประคองไป ไม่ใช่เหมารวมทุกวิชา ว่าเด็กคนนี้เกเร ไม่ค่อยสนใจวิชานี้ ต้องค้นหาความสามารถของเขาให้พบ แล้วก็ให้โอกาสเขาบ้าง อย่าว่าแต่เขาไม่สนใจ ว่าแต่เขาไม่เอาถ่าน มันต้องมีสิ่งลึกลับซ่อนอยู่ภายใน ว่าทำไมเด็กคนนี้ ถึงเป็นแบบนี้ ถ้าเขาเกเร ลองเรียกเขาให้ทำโน่นทำนี่ เหมือนกะให้ความสำคัญเขา เขาจะรู้คุณค่าของตนเอง แล้วอาจจะเปลี่ยนนิสัยก็ได้ ฉะนั้นครูทุกคนก่อนสอน ก็ต้องทำการบ้านมาก่อนเช่นกัน
-ฉะนั้น ครูช่วยสอนแต่ละคน ก็ต้องมีเทคนิค ต่างกันออกไป และให้ความสำคัญเท่ากันหมด และควรจะดีใจถ้ามีเด็กซักคนยกมือขึ้นมาถาม นั่นแสดงว่าเขาอาจสนใจจริงๆๆ และข้องใจ อาจจะไม่ใช่ลองของครู ถ้าเขาจะลอง ครูก็อย่าถือสาเขาเลย ก็ตอบเขาไป และควรชมเชยเขา ที่เขากล้าแสดงออก จริงไหมคะ เขาจะได้หาคำถามมาถามครูมากๆๆขึ้น และถามเป็นบ้าง
-พี่สุอยากรู้จริงๆๆสมัยนี้เวลาเด็กถามครู มีครูคิดว่าเด็กลองของหรือเปล่าน้า...
-เอาเถอะคะ มีหน้าที่แต่งแต้มสีสัน บนผ้าขาว ใครจะแต้มสีไหน ก็แต้มไปคะ เพื่อให้ผ้าสีขาว ได้มีประกาย สดใส มั่นใจ และมั่นคง ในสีดีดีที่ได้รับคะ
ตอบ คุณปัทมา
"ในเสียก็ย่อมมีดี ในดีก็ย่อมมีเสียเช่นกันครับผม.."
ขอบคุณนะครับ...