อัมพวาเมืองเล็กๆ ที่สงบ เงียบเหงา และมีเสน่ห์อย่างประหลาดนี่คือความรู้สึกแรกเริ่มที่ฉันได้สัมผัส เมื่อเริ่มมารับราชการที่รพ.อัมพวา ในราวปี พ.ศ.๒๕๓๒ ตอนนั้นถนนหนทางยังเป็นลูกรัง การสัญจรยังใช้ ทางน้ำเป็นหลักเมืองที่ฉันคิดว่า ไม่น่าจะมีอนาคตอะไรมาก ที่พักพิง ของผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการปลีกตัวจากสังคมที่วุ่นวาย แต่แค่ ๑๘ ปีให้หลัง เมืองเล็กๆที่เงียบสงบนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเมืองที่ต้อนรับแขกบ้านบ้านแขกเมืองมากมาย หลายหลายคำที่กล่าวขานถึงอัมพวาล้วนแต่ชื่นชมทั้งระบบนิเวศ ลำคลองที่สวยงาม สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ชนิดที่พวกเขาไม่สามารถหาได้จากเมืองที่เจริญแล้วเพียงแค่เวลาไม่ถึง ๑๕ นาที จากท่ารถเมืองแม่กลอง พวกเขาจะได้พบกับธรรมชาติที่สมบูรณ์ จากปากต่อปาก จากภาพต่อภาพที่นำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ทำให้อัมพวาพลุกพล่านมากขึ้น หลายคนที่มามีความสุขกับการจับจ่ายใช้สอย ทั้งอาหารและสิ่งของแปลกตา

              อัมพวาวันนี้ เป็นอัมพวาที่ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิงเศรษฐกิจที่ดีขึ้น นักท่องเที่ยวที่มากขึ้น จนอาจถือได้ว่าเพิ่มในอัตราส่วนที่สูงสุดของประเทศก็ว่าได้ มันทำให้ฉันรู้สึกหวั่นใจว่าฉันจะสูญเสียอัมพวา ที่ฉันหลงรักไปในไม่ช้า ฉันรู้ดีว่ายังมีอะไรมากมายที่จะเข้ามาหาเธอ ทั้งคำเยินยอ ธุรกิจ และผู้คนแต่เธอ อัมพวา เธอต้องเข้มแข็งและยืนหยัดต่อสิ่งที่จะถาโถมเข้ามา เธออาจดูไม่โฉบเฉี่ยว และเจิดจ้าเหมือนเมืองอีกหลายแห่งที่คลาดคล่ำไปด้วยแสง สี เสียงแต่มันจะทำให้เธอรู้จักตัวเธอเอง และจะยังมีคุณค่าในสายตาของผู้คนอีกมากมาย เธอก็จะได้ต้อนรับเพื่อนต่างถิ่นที่จะเข้ามาเยี่ยมชม มาศึกษามาทำความรู้จักแบบลึกซึ้ง มากกว่าที่จะมาแวะเวียน พบพาแบบชั่วครู่ชั่วยาม และฉันก็จะเป็นคนๆ หนึ่งในอีกหลายๆ คนที่จะเอาใจช่วยเธอ...อัมพวา

 

                                                                                    แม่กลองดี ไกด์ บุ๊ค.