ลมหนาวเริ่มพัดมา บ่งบอกว่าเหมันตฤดูกำลังเริ่มมาเยือน สัปดาห์ที่ผ่านมา...รับรู้ได้ถึงลมหนาว ท้องฟ้าเริ่มมีสีฟ้าสดใส บางครั้งในช่วงเช้าอากาศเย็นจนต้องหยิบเสื้อไหมพรมตัวบางๆ มาคลุมกันหนาว(แต่ตอนกลางวันยังร้อนเหมือนเดิม 555) 
วันนี้เป็นวันพักผ่อน ข้าพเจ้าได้ฤกษ์มาสะสางดินที่พอกหางเอาไว้ สิ่งหนึ่งก็คือการเขียนบันทึก

 

 

 

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วข้าพเจ้าและน้องสาวมีนัดไปเที่ยววังพญาไทด้วยกัน เคยแต่นั่งรถเมล์ผ่านเห็นผ่านหน้าต่างรถเมล์ว่าอยู่ข้าง รพ.พระมงกุฎ ไม่เคยได้มีโอกาสได้ไปเยือน เยี่ยมชมเลยสักครั้ง วันนั้นนับวันดี ที่อากาศดี อารมณ์ดี...เราเลยพากันไปชมสถานที่ดีๆ อิอิ

 

บรรยากาศภายในพระราชวังพญาไทมีนักท่องเที่ยวไปถ่ายรูปตามมุมต่างๆ ซึ่งก็ถือว่ามีนักท่องเที่ยวมากพอสมควร เหมือนเค้าจะเปิดเป็นกึ่งพิพิธภัณฑ์ แต่ยังไม่เต็มรูปแบบเท่าไหร่นัก ยังมีอาคารบางส่วนอยู่ในระหว่างการบูรณะปรับปรุง...ตามข้าพเจ้ามาชมส่วนต่างๆ ของพระราชวังกันดีกว่า...

 

 

ด้านหน้า เป็นอาคารเทียบรถพระที่นั่ง และ waiting hall สำหรับราชอาคันตุกะ ปัจจุบันปรับเป็นร้านกาแฟ...ไปเที่ยวชมที่อื่นก่อน เดี๋ยวค่อยย้อนกลับมาลิ้มลองกาแฟ อิอิ

 

 

 

 

ถัดมาด้านข้างเป็นอาคารหลังคากลม ทรงแปลกตา..."พระที่นั่งเทวราชสภารมย์" เป็นอาคารศิลปะแบบไบแซนไทน์ ภายในเป็นห้องโถงสีสันฉูดฉาด ใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับงานต่างๆ ตอนข้าพเจ้าและน้องสาวเดินเข้าไปนั้น ชวนให้จินตนาการถึงงานเฉลิมฉลอง มีการเต้นรำ...คงดูหรูหรามากทีเดียว

 

 

   

 

ถึงแม้จะไม่ได้มีงานเฉลิมฉลอง ไม่ได้เปิดไฟสีสันหลากสี พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ก็ยังคงความงดงาม

 

 

 

  นายแบบเจ้าถิ่น นอนอาบแดดสบายอารมณ์ ไม่แยแสต่อนักท่องเที่ยว ^-^

 

 

เดินอ้อมมาทางด้านหลัง... จะพบกับ "พระที่นั่งพิมานจักรี" ซึ่งมองเห็นยอดโดมสีแดงเด่นมาแต่ไกล เหมือนๆ กับพระราชวังในเทพนิยายเลย สมัยก่อน ยอดโดมนี้ใช้เอาไว้สำหรับชักธงมหาราช เวลาที่พระมหากษัตริย์เสด็จมาประทับ

 

    

 

ชั้นล่างของพระที่นั่งพิมานจักรี มีการจัดแสดงนิทรรศการแสดงความเป็นมาของพระราชวังพญาไทตามระเบียงทางเดิน

 

 

 

 

เข้าไปชมภายในพระราชวังกัน....
ก่อนจะขึ้นบันได มีห้องสมุดพุทธศาสน์ด้วย น่าเสียดายล็อคกุญแจ...ข้าพเจ้าเลยอดเข้าไปดูว่าข้างในเป็นอย่างไร

 

 

    

 

 

แหงนหน้าขึ้นมองฝาผนังและเพดาน จะพบกับภาพเขียนลายดอกไม้ที่มีความละเอียดอ่อนงดงาม... แถมความเก่าของภาพเขียนและโคมไฟ เพิ่มความขลังให้กับบรรยากาศ (ถ้ามาถ่ายหนังผี คงน่ากลัวดีเหมือนกัน)

 

 

 

เดินชมห้องต่างๆ ที่มีการประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง...ศิลปะแบบตะวันตก เมื่อนำมาผสมผสานกับศิลปะแบบไทยๆ ก็มีความเป็นเอกลักษณ์แบบไทยๆ ละเอียดอ่อน งดงาม

 

 

 

 

  

 

และเนื่องด้วยข้าพเจ้าออกจะเป็นคนหยิ่งอยู่สักหน่อย ชอบเชิดหน้ามองที่สูง สายตาเลยไปพบเข้ากับการประดับเพดานห้องด้วยอะไรสักอย่างคล้ายๆ คัมภีร์ใบลาน มีรูปพระพุทธรูปด้วย แปลกมาก...อยากรู้ว่าเค้าจารึกว่าอะไร แต่ก็อ่านไม่ออก 555
 

 

     

 

ภาพเขียนต่างๆ มีแทบทุกห้อง ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ คิดๆ ไป...เค้าก็มีความพยายามในการปีนขึ้นไปวาดแฮะ

 

 

      

 

เก้าอี้มุมหน้าต่างนี้ข้าพเจ้าชอบมาก มองลงไปจะเห็นสวนสีเขียว สบายตา ลมพัดแผ่วๆ เข้ามาทางหน้าต่าง...น่าจะมีโต๊ะเล็ก ตั้งชาหรือกาแฟไว้จิบขณะอ่านหนังสือ อิอิ

 

เดินชมห้องต่างๆ บนพระที่นั่งได้พักใหญ่ ได้เวลาที่เค้าใกล้จะปิดแล้ว เลยพากันมาชมบริเวณด้านล่างบ้าง

 

 

 

ด้านหลังเป็นสวนโรมัน มีแมกไม้เขียวชะอุ่ม ดูสบายตา

 

 

   

 

 

ต้นเสาทรงโรมันที่มีไม่มีหลังคา เป็นแบบ open-air สมัยก่อนคงเอาไว้เวลามีงานกลางแจ้ง...บันไดหินอ่อน และรูปปั้นประดับสวนได้อย่างลงตัวมากๆ บริเวณด้านหน้ามีสระน้ำและน้ำพุ...น้องสาวข้าพเจ้าชอบมากถึงกับโทรไปบอกคุณแม่ว่า...บ้านเราควรต้องขุดสระน้ำบ้าง เพิ่มความร่มรื่นให้กับบ้าน คุณแม่ตอบกลับมาว่า"ได้... แต่ลูกต้องหาเงินมาให้แม่ทำ!! " 555

 

 

 

เหนื่อยแล้ว เลยขอนั่งพักซะหน่อย (กำลังพยายามฝึกทำท่าแอ๊บแบ๊ว...ทำได้แค่ระดับมือสมัครเล่น 555) มองท้องฟ้าสีฟ้าสดใส...สัญลักษณ์ของความมีอิสระเสรี ความรู้สึกช่างตัดกับเสาโรมัน กรอบที่ปิดกันความอิสระ....
เดินกันซะเหนื่อย เริ่มคอแห้ง...ได้เวลากลับไปยังที่ที่เราสองพี่น้องหมายตาตั้งแต่ครั้งแรก นั่นคือร้านกาแฟนั่นเอง

 

     

 

 

 

แล้วเราสองพี่น้องก็ปิดท้ายวันดีๆ ด้วยกาแฟมอคค่าและซูเฟล่เลมอนแสนอร่อย...ถึงอ้วนก็ยอม ^O^