เกษตรกรควรคิดกำไร ขาดทุนและหักค่าใช้จ่ายตัวเองก่อนจึงคิดกำไรสุทธิ

          ปลาดุก....ผู้เขียนเป็นประธานกลุ่มเกษตรเลี้ยงสัตว์ ของอำเภอ จึงมีกิจการกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตรหลายอย่าง อย่างละเล็กน้อย เลี้ยงเพื่อการทดลอง เพื่อการศึกษา เพื่อการแนะนำให้สมาชิกได้มีความรู้

        รวมไปถึงการจัดทำบัญชีรับจ่ายในการเลี้ยงสัตว์ มีบ่อปลาดุกอยู่ สามบ่อ บ่อแรกจับปลาไปเมื่อกลางเดือนตุลาคม เป็นบ่อดิน ขนาด

4 คูณ  9 เมตร ลงปลาดุก ตารางเมตรละ 40 ตัว ลงไป 1500ตัว  อัตราการตายเฉลี่ร้อยละ ยี่สิบตัวระยะเวลาเลี้ยง 120 วัน

บ่อขนาด 4คูณ 9 เมตร

ใช้ทุนทั้งค่าพันธ์ปลาและค่าอาหารไป  6320 บาท

 ได้ปลาขนาด 3-4 และ 4-5  ตัวต่อกิโลกรัม 

ขายไปยกบ่อได้ กิโลละ 38 บาท ได้กำไร 5080 บาท ยังไม่หักค่าใช้จ่ายของตัวเอง

 

ยังเหลืออยู่ 2บ่อ ขนาด  คคูณ 10 เมตร

 และ 7 คูณ  20  เมตรตามลำดับ  กำหนดจับปลากลางเดือน พฤศจิกายน  แต่พอวันที่  1  พฤศจิกายน  ก็ต้องปล่อยปลาลงทะเลสาบไปสู่ธรรมชาติ จากภัยธรรมชาติจาก วาตภัย และอุทกภัย

 

เลี้ยง สี่เดือนโตขนาด สามสี่ตัวต่อกิโล

 

การเลี้ยงปลาดุก ถ้าหากสามารถหาอาหารที่เป็นใส้ไก่ หรือ ปลาไก่ปลาเป็ด ก็จะมีกำไรเกินทุน  ผู้เขียนลองมาแล้วหลายวิธิ

1.ทั้งหุงข้าวให้กิน

2 .ให้ปลาเป็ด (ลูกเคย)

3. เลี้ยงด้วยใส้ไก่

4. และเลี้ยงด้วยอาหารล้วนๆ หากใช้อาหารเม็ดอย่างเดียว จะขาดทุนแรงงาน  เกษตรกร ควรคิดกำไรขาดทุนและหักค่าใช้จ่ายตัวเอง ถึงจะเป็นกำไรสุทธิ  บัญชี รับ -จ่าย บอกได้ว่าจะจัดการอย่างไรกับอาชีพของเรา

 

บ่อนี้จับปลาไปแล้ว ทั้งเงาะและทุเรียน ล้มลงทับบ่อ

 

บ่อนี้ต้นลองกองล้มทับ น้ำล้นปากบ่อ ปลาดุก 4000ตัวเป็นอิสระ

 

บ่อนี้ 5000ตัวตามบ่อก่อนไป คืนชีวิตสู่ธรรมชาติ