การเปลี่ยนแปลงที่งดงาม ราวกับแสงเทียนเปล่งแสงแวววิบวับ ไล่เรียงทะยอยกันเพิ่มแสงสว่างทีละน้อย

ในค่ำคืนนั้น เรานั่งล้อมวงกันในห้องประชุมอย่างสบายๆ เพื่อร่วมทบทวนกิจกรรมที่เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมาแล้วทั้งวัน จากการอบรมหลักสูตร SHA FA  เป็นการทำ after action review   การเรียนรู้ของกลุ่ม

       บรรยากาศตอนเริ่มแรกค่อนข้างเกร็ง สัมผัสได้ถึงความไม่ผ่อนคลายสักเท่าไหร่ ผู้เข้าร่วมอบรมคงไม่ทราบว่าในตอนต่อไปลักษณะการแลกเปลี่ยนจะเป็นเช่นไร?

       จึงต้องเริ่มต้นจากความผ่อนคลาย ความเป็นกันเอง แม่ต้อยจึงชวนให้FA ประจำกลุ่มคุยแบบสบายๆๆกันก่อน พี่เสาะ พี่เลี้ยงประจำกลุ่ม เริ่มต้นด้วยลีลาและน้ำเสียงที่ชวนสนุกสนาน ทำให้การเรียนรู้เริ่มผ่อนคลายและทุกคนอย่ากร่วมในการแลกเปลี่ยน

       ด้วยบรรยากาศเช่นนี้จึงทำให้น้องๆทุกคนกล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด นับได้ว่าเป็นการเปิดใจที่ดีทีเดียว

       “ เมื่อตอน อาจารย์ ดวงสมร บรรยายนั้นไม่เข้าใจเลย

 ( ฮ่า..ๆๆ )

และพออาจารย์ เรวดีมาพูดซ้ำอีกครั้ง ก็ยังไม่เข้าใจอีก

 (  โห...เอาไงเนี่ย  )”

       “ แต่พอมาแลก เปลี่ยนกันในกลุ่ม ฟังเรื่องราวจากที่เพื่อนเล่า จึงได้รู้ว่าอ๋อ มันคืออันนี้นี่เอง”  น้องอธิบายเป็นฉากๆ ชวนให้จินตนาการไปถึงไหนต่อไหน....

 

ความคิดบางอย่างจะตกผลึกเมื่อเราค่อยๆได้ไตรตรองและฟังอย่างเข้าใจและลึกซึ้ง และบางครั้งตัวแนวคิดล้วนๆไม่สามารถสื่อความหมาย หรืออธิบายความหมายได้อย่างชัดเจน

 

การเรียนรู้ที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกันจากงานที่ทำจริง เห็นของจริง  ได้เรียนรู้  ความคิด วิธีคิดของเพื่อนๆ และเมื่อนำมาเชื่อมโยงกับแนวคิด หรือ หลักการแล้วเราจะเข้าใจได้อย่างชัดเจน และความเข้าใจนี้จะฝังอยู่ในใจต่อไปอย่างนานแสนนานเลยทีเดียว

คล้ายๆกับเป็นความรู้ที่ค้นพบได้ด้วยตนเอง เกิดความภาคภูมิใจ ในความรู้อันนี้

 

ในคืนนั้นแม่ต้อยจึงดีใจมากๆ ไม่เสียใจสักนิดที่น้องกล้าแลกเปลี่ยนเช่นนี้  แสดงว่ากลุ่มมีพลังมากจริงๆ

 

คุณหมอ จากรพ.โกสุมพิสัย ก็แลกเปลี่ยนความรู้สึกที่ดีมากๆในตอนหนึ่ง

แต่ก่อนผมไม่เข้าใจ ไม่ได้ทำเรื่องคุณภาพเลยครับ  วันๆก็ตรวจคนไข้ ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวอะไรเลย และไม่เข้าใจด้วยว่าเป็นอย่างไร? 

“ วันนี้ครับ ผมคิดว่าผมเข้าใจมากขึ้น และคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการทำงานของพวกเรา  ผมสัญญาว่าผมจะมาช่วยทำเรื่องคุณภาพให้กับโรงพยาบาลครับ”

 นี่แม่ต้อย  แอบดีใจ  แอบภาคภูมิใจแทนรพ. เสียจริงๆ

คืนนั้นเราจึงแยกย้ายกันเข้าที่พักอย่างมีความสุขถ้วนหน้า

       ทุกๆกิจกรรมจะค่อยๆเปลี่ยนแปลง ความรู้สึก  ค่อยเปลี่ยนแปลง ความรู้ และค่อยๆเปลี่ยนใจคนทำงานให้เห็นคุณค่าของงานที่ทำ  มีความภูมิใจในงานที่รับผิดชอบอย่างเต็มเปี่ยม

 

       ในวันสุดท้ายก่อนจากกัน จึงได้เห็นภาพของเพื่อนๆที่ร่ำลากันด้วยความอาลัย แม่ต้อยเชิญผู้แทนออกมากล่าวจากใจถึงเพื่อนๆ

 

เพื่อนๆที่มาในครั้งนี้ครับ ถึงแม้ว่าบางคนจะมาเพราะถูกเลือกให้มา หรือบางคนก็มาเพราะความเต็มใจ   อย่างไรก็ตาม ผมเพียงขอให้รับรู้ว่า นี่เป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุดของเรา ที่ได้มาร่วมกันเรียนรู้ในครั้งนี้  เราจะกลายเป็นผู้ที่มีคุณค่าในการพัฒนาคุณภาพสำหรับองค์กรของเราต่อไป..”

 “ มาครั้งนี้ เป็นการมาด้วยความตั้งใจมากๆ และยังได้ชวนเพื่อนหมอด้วยกันมาอีก และคิดว่าไม่ผิดหวังในการเรียนรู้ครั้งนี้”

 

แต่ที่แม่ต้อยถึงกับอึ้งก็คงจะเป็นเจ้าของคำพูดนี้.....จากคุณหมอคนหนึ่ง   และแม่ต้อยยังจำได้ก้องในหัวใจจนทุกวันนี้

 

“ อาจารย์ ครับ ผมอยากจะขอพูดประโยคนี้ครับ”

 

คนพูดหยุดสักครู่หนึ่ง ก่อนจะพุดต่อไป  คล้ายๆเรียบเรียงคำพูดที่อยากจะเอ่ยออกมาให้ดีที่สุด

 

“ เมื่อก่อนที่จะเข้ามาเรียนรู้ ผมคิดว่า ผมเป็นเพียงแค่ คนที่รักษาคนไข้ครับ”

 

การเรียนรู้ครั้งนี้ทำให้ผมคิดว่า  หลังจากวันนี้ไป ผมจะเป็น

 “ หมอ”  ที่ดีครับ

 

 ไม่มีคำพูดใดใด ที่หลุดรอดจากปากได้ สิ่งที่ทำได้ในตอนนั้นเพียงแค่  โอบกอดคุณหมอ และบอกว่า  

“ จะขอเป็น กำลังใจให้ ตลอดไป “

แม่ต้อยจึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่งดงาม  ราวกับแสงเทียนเปล่งแสงแวววิบวับ ไล่เรียงทะยอยกันเพิ่มแสงสว่างทีละน้อยๆ  และค่อยๆกลายเป็นแสงสว่างอันงดงาม และมีความหวัง  เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากปัจเจก ค่อยๆ กลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่  งดงามอยุ่ในที่ต่างๆของบ้านเมืองที่เราแสนรักนี้

 

ขอให้สิ่งที่ดีดี ได้เกิดขึ้นกับชีวิตของผู้ตั้งใจทำดีทุกๆคนด้วยเทอญ

สวัสดีคะ