เมื่อวาน วันอังคารที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ ผมได้ทราบข่าวคราวจากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆจากหนองบัว รวมทั้งผ่านเว๊บล๊อกเวทีคนหนองบัวว่าคุณครูเก่าแก่ของคนหนองบัวหลายรุ่น คือ คุณครูอุดม โต๊ะปรีชา ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้วเมื่อเช้าวานนี้
คุณครูอุดม โต๊ะปรีชาเป็นคุณครูเก่าแก่ดั้งเดิมที่สุดท่านหนึ่งของโรงเรียนหนองคอกหรือโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเมื่อก่อนนั้น หนองบัวเป็นชุมชนที่ห่างไกลความเจริญ อยู่บ้านนาป่าดง ครูขาดแคลนทั้งในระดับประถมและมัธยม คุณครูหนึ่งคนจึงต้องสอนและทำหน้าที่หลายอย่างทั้งเพื่อเด็ก โรงเรียน รวมทั้งงานชุมชนและหน่วยงานสาธารณะต่างๆที่อยู่ในอำเภอ คุณครูอุดม โต๊ะปรีชาของหนองคอกและครูของคนหนองบัวก็เช่นกัน คุณครูต้องสอนทั้งอาหารและคหกรรม ศิลปะและวาดเขียน วิชาลูกเสือ และบางครั้งก็ดูแลกิจกรรมวิชาเกษตร สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ คุณครูนับว่าเป็นครูที่ส่งเสริมกิจกรรมของสาธารณะ ทั้งของโรงเรียนและของอำเภอมากที่สุดท่านหนึ่ง ท่านเป็นมือถ่ายรูปกิจกรรมต่างๆ ทั้งของโรงเรียนและของอำเภอหนองบัว นับแต่ยุคที่คนหนองบัวส่วนใหญ่ไม่เคยถ่ายรูป คุณครูมีกล้องแบบ Single Lens Reflex กับจักรยานคู่ชีพ ไปทุกหนแห่งจนผู้คนเห็นจนเจนตาว่าในอำเภอหนองบัวมีอยู่คนเดียว ก่อนที่ต่อมาจะมี คุณครูทิม บุญประสม เล่นกล้องถ่ายรูปและทำห้องอัดขยายรูปขาว-ดำในบ้านพักครูของตนเอง กับ ร้านถ่ายรูปแสงสุริยา ในตลาดหนองบัวซึ่งมาในยุคหลังคุณครูหลายปี
เมื่อครั้งที่คุณครูสุนทร สันคามิน เป็นคนดูแลกิจกรรมลูกเสือและเนตรนารี รวมทั้งการทำวงดุริยางค์และการซ้อมเดินสวนสนามในโอกาสต่างๆ และคุณครูทิม บุญประสมกับคุณครูปรีชา (ยังนึกนามสกุลท่านไม่ออก) บุกเบิกการตั้งวงดนตรีและปรับปรุงวงดุริยางค์ของโรงเรียน ทว่า ขาดงบประมาณและขาดเครื่องดนตรีหลายอย่าง คุณครูก็เป็นท่านหนึ่งที่ช่วยสมทบทุนและเสริมแรงสารพัดที่ท่านจะทำได้ กระทั่งไปตะพานหินและควักสตางค์ของตนเองซื้อทรัมเป็ตทองเหลืองอย่างดีตัวหนึ่งมาให้ใช้เล่นไปก่อนแล้วค่อยหาเงินมาจ่ายคืนคุณครูในภายหลังในราคาต่ำกว่าที่ท่านได้ซื้อมา
หลายคนมีความทรงจำดีๆต่อคุณครูอุดม โต๊ะปรีชาของเรามากมาย รวมทั้งผม โดยเฉพาะการลงโทษด้วยการบิดพุงเด็กๆผู้ชายแทนการตีด้วยไม้เรียว ซึ่งมีอยู่คนเดียว และอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องเล่าผจญภัย ถีบจักรยานยกกล้องในมือทำท่าเหมือนปืนขู่โจร ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ ยิ่งแก่ตัวและมองย้อนกลับไปก็ยิ่งนึกขำ
วิธีบิดพุงนั้นมันน่าจะจั๊กจี้ ทว่า ใครที่โดนต่างก็ออกปากเหมือนกันว่าเจ็บและจุก ส่วนการขี่จักรยานแล้วยกกล้องในมือขู่จนโจรหนีกระเจิงนั้น มานึกๆดูแล้ว น่าจะเป็นคุณครูเล่าให้เป็นเรื่องตื่นเต้นอำพวกเราให้มีนิทานฟังกันสนุกๆเสียมากกว่า เพราะคุณครูท่านเป็นคนถีบจักรยานช้า รอบคอบ รัดกุม และไม่น่ากลัวอย่างสิ้นเชิง แววตานิ่งเฉยทว่าเหมือนมีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา กับบุคลิกดังกล่าวของท่านนั้น แม้นถือปืนจริงๆขู่ก็เชื่อว่าโจรผู้ร้ายก็จะไม่กลัว อีกทั้งพวกเราต่างก็ทราบโดยทั่วกันเป็นอย่างดีว่า คุณครูไม่ใช่คนที่จะทำสิ่งที่เป็นความเสี่ยงใดๆอย่างแน่นอน เพราะฉนั้น ก็คงจะเป็นเรื่องอำและเล่าให้ตื่นเต้นประสาโรงเรียนบ้านนอกในยุคนั้นของพวกเรา
ผมยังนึกถึงภาพคุณครูออก เวลาพูดถึงตอนปล่อยมุขเด็ดว่าผู้ร้ายพอเห็นคุณครูยกกล้องในมือใส่ ความที่ไม่เคยเห็นกล้องถ่ายรูปและท่าทางนักเลง ก็ผงะและวิ่งหนีกระเจิง....คุณครูพูดถึงตรงนี้ก็จะทำเป็นหรี่ตา กระหยิ่มแบบมาดพระเอก...รอให้พวกเรารอฟัง พอได้จังหวะก็จะเล่าต่อ พวกเราก็ชอบ และยิ่งกลับไปนึกถึงก็ยิ่งรักคุณครูมากจริงๆ
เมื่อวานที่ผมได้ทราบข่าวนั้น คุณครูสืบศักดิ์ ปฏิสนธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัว ซึ่งเป็นศิษย์หนองคอกของคุณครูรุ่นเดียวกับผม นอกจากแจ้งข่าวให้ทราบแล้วก็ได้คุยกันซึ่งทำให้ผมเพิ่งได้ทราบอีกหลายอย่างที่คุณครูได้ทำให้กับคนหนองบัว โดยเฉพาะกองทุนมูลนิธิหนองบัว
คุณครูสืบศักดิ์ เล่าให้ฟังว่าหลังจากเกษียณแล้ว คุณครูอุดม โต๊ะปรีชาก็มักทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้กับเด็กหนองคอกและคนหนองบัวอยู่เสมอ ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือท่านได้ทั้งกองทุนมูลนิธิหนองบัว ด้วยเงินทุนส่วนตัว ๔๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นกองทุนนำเอาดอกเบี้ยและรายได้ที่เกิดจากการทำกิจกรรม ไปส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาและสังคมของคนหนองบัว ปีหนึ่งๆกองทุนจากมูลนิธิดังกล่าวจะมีดอกเบี้ย ๑ หมื่นกว่าบาท มูลนิธิที่คุณครูก่อตั้งขึ้นก็จะนำไปเป็นทุนการศึกษาของเด็กๆรวมทั้งให้การช่วยเหลือฉุกเฉินแก่คนทุกข์ยากและประสบภัยในโอกาสต่างๆ
นอกจากนี้ คุณครูได้ซื้อที่ดินและอุทิศให้เป็นของมูลนิธิไว้ ๑ แปลง ขนาด ๙๙ ตารางวา คุณครูได้ขอให้คนหลายฝ่ายในหนองบัวซึ่งโดยมากก็เป็นลูกศิษย์เก่าแก่หลายรุ่นของคุณครูมาร่วมกันเป็นกรรมการและดำเนินกิจกรรมต่างๆตามแนวทางที่คุณครูและกรรมการร่วมกันพิจารณา
คุณครูสืบศักดิ์เล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังก็เนื่องจากก่อนที่ท่านจะสิ้นลมนั้น คุณครูท่านขอให้ลูกหลานนำเอาเสื้อของมูลนิธิหนองบัวไปใส่ให้ แล้วก็บอกฝากให้ช่วยกันดูแลต่อไปด้วย ท่านให้คุณครูสืบศักดิ์ช่วยเป็นประธานมูลนิธิและให้อยู่ในความดูแลของกรรมการที่จะช่วยกันดำเนินการต่อไป ผมได้ฟังแล้วก็ตื้นตันใจและตระหนักได้อยู่เสมอว่าท่านก็ปฏิบัติในความเป็นผู้ให้แก่ลูกศิษย์และคนหนองบัวมาอย่างนี้ตลอดชีวิตการเป็นครู
ลูกหลานและลูกศิษย์ลูกหาได้เตรียมการบำเพ็ญกุศลศพของท่าน คุณครูอุดม โต๊ะปรีชา ที่วัดหนองกลับตั้งแต่เมื่อวานนี้ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ กำหนดการต่างๆและการฌาปนกิจ ญาติพี่น้องและลูกศิษย์ลูกหาที่หนองบัวกำลังช่วยกันปรึกษาหารือในรายละเอียด ซึ่งก็คงจะมีคนนำมาบอกกล่าวให้ทราบในวันสองวันนี้
ขอกราบคารวะดวงวิญญาณของคุณครู และขอชวนเชิญทุกท่านที่เป็นลูกศิษย์ เพื่อนครู คนหนองบัว พ่อค้า ข้าราชการ ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองและบริหารจัดการท้องถิ่น ตลอดจนผู้เคารพนับถือของท่าน ได้กล่าวอาลัยหรือเขียนสิ่งต่างๆให้กับคุณครู ทั้งเพื่อเก็บไว้ในบันทึกนี้และนำเอาไปไว้เผยแพร่แสดงความเคารพคุณครูต่อไปในโอกาสต่างๆเมื่อช่วยกันทำกิจกรรมดำเนินงานมูลนิธิหนองบัว รวมทั้งขอเชิญทุกท่านใช้บันทึกนี้เป็นสื่อ บอกกล่าวและปรึกษาหารือเตรียมการต่างๆเพื่อเป็นโอกาสหนึ่งในการแปรความอาลัยต่อคุณครูอย่างยิ่งของทุกท่านในครั้งนี้ ไปสู่การได้ร่วมกันสืบสานปณิธานคุณครูอุดม โต๊ะปรีชา ตามพลวัตรปัจจัยสบายๆของทุกท่านครับ.
.....................................................................................................................................................................
ขอชวนเชิญ
ได้ทราบอีกอย่างหนึ่งว่า คุณครูอุดม โต๊ะปรีชา นอกจากตั้งกองทุนมูลนิธิหนองบัว ด้วยทุนตั้งต้นจากเงินส่วนตัวของท่าน ๔๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ท่านได้รวบรวมเงินซื้อที่ดินแปลงหนึ่งขนาด ๙๙ ตารางวาและยกให้กับมูลนิธิด้วย ผมได้หารือกับคุณครูสืบศักดิ์ว่า หากรวบรวมวัสดุสิ่งของไปสร้างเป็นที่พบปะและทำกิจกรรมทั้งของมูลนิธิ รวมทั้งเป็นที่พบปะของศิษย์เก่าและคนหนองบัวก็คงจะเหมาะสมดี โดยยังไม่ต้องทำให้สิ้นเปลืองมาก ทำตามกำลังทรัพย์และสิ่งของ เอาแค่เทพื้น ตั้งเสามุงหลังคาคุ้มแดดฝน แล้วก็ทำห้องพอได้เก็บวัสดุ-สิ่งของเครื่องใช้ ที่เหลือก็ซื้อเก้าอี้เอาไว้นั่งประชุมกัน โต๊ะ บอร์ด สำหรับใช้เป็นเวทีชุมชนง่ายๆ
เลยบอกกล่าวไปด้วยครับ เผื่อจะมีใครที่ไปร่วมงานจะถือเป็นโอกาสได้ทำอย่างอื่นไปด้วย สิ่งหนึ่งที่อาจนึกถึงได้ก็คืออาจจะหิ้วสิ่งของ ปูน หิน ไปแทนหรีด นำไปรวมๆกันสะสมทีละเล็กละน้อยไว้ก็ได้นะครับ เมื่อถึงตอนงานงิ้ว และหลายคนกลับบ้าน ก็จะสามารถตั้งกองผ้าป่าได้อีกนะครับ พอได้สิ่งของพอสมควรแล้วก็สร้างกันเลย ก็น่าจะดีนะครับ.
เข้ามาอ่านบันทึก และน้อมระลึกถึงความงดงามที่คุณครูอุดม ท่านทำเป็นต้นแบบไว้ค่ะ......ขอบพระคุณนะคะสำหรับบันทึกที่งดงาม
ขอคารวะต่อคารวะธรรมของคุณใบไม้ร้องเพลงเช่นกันครับ งดงามดีครับ
คุณฉิก คุณเสวก ได้ไปไหม หากได้มีโอกาสกลับบ้าน ก็ขอฝากถ่ายรูปเก็บไว้เยอะๆได้ไหมครับเนี่ย เชื่อว่าจะเป็นงานหนึ่งที่มีคนเก่าแก่ทุกสาขาของหนองบัวอยู่ในงานทุกวันเลย หาโอกาสรวบรวมไว้อย่างนี้ได้ไม่บ่อยนัก
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับกับการจากไปของ คุณครูอุดม โต๊ะปรีชา เห็นด้วยกับรายการเชิญชวนของอาจารย์ ต่อไปจะได้มีรายการจัดกิจกรรมที่มูลนิธิได้ครับ
ว่ากันว่า Old teacher never die
กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแลครับ
ขอร่วมไว้อาลัยแด่คนดีที่จากไปแต่กาย..ผู้อยู่เบื้องหลังรำลึกถึงมากมายนะคะ
ในนามลูกศิษย์คุณครูและคนหนองบัว ต้องขอขอบพระคุณน้ำใจคุณพี่นงนาทด้วยอย่างยิ่งครับ
กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแลครับ
กราบนมัสการพระอาจารย์มหาแล และสวัสดีพี่วิรัตน์ และทุกๆท่าน
สวัสดีครับฉิกครับ
กำหนดการฌาปนกิจศพคุณครูอุดม โต๊ะปรีชา วันอาทิตย์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๕.๐๐น. ณ.วัดหนองกลับ
สวัสดีทุก ๆ ท่านครับ
ตามมาเพื่อขอคารวะ ดวงวิญญาณของท่านอาจารย์อุดม......
ครูผู้ใหญ่ของลูกศิษฺย์ชาวโรงเรียนหนองบัวของเราครับ
เรียนพี่อาจารย์...ในเว็บhttp://www.watchari.com/board/index.php?topic=2234.msg10841;topicseen#msg10841 เขาก็แจ้งมาว่า
santi suwannapuek
สมาชิก
กระทู้: 0
(ไม่มีหัวข้อ)
« ส่งให้: ♪♪Webmaster♪♪ เมื่อ: 06,ตุลาคม,2010, 10:12:18 PM » อ้างถึง ตอบ ลบทิ้ง
--------------------------------------------------------------------------------
ส่งข่าวอาจารย์ธรรมวิทย์ สุวรรณพฤกษ์ เสียชิวิตเเล้ว ศพ ตั้งที่ ศาลา 1 วัดชลประทานฯ เเคลาย ปากเกร็ด ศพ จะเผาเสาร์ ที่ 9 นี้เเล้ว ลูกศิษย์ เพื่อน ญาติ พี่น้อง โปรดเเจ้ง ทางญาติไม่ได้ประกาศให้ทราบ