ความรู้เป็นการเติบโตภายในตัวของผู้เรียนเอง

ความเข้าใจผิดขนานหนึ่งที่ส่งผลรุนแรงต่อการจัดการเรียนการสอน

ก็คือ "ความรู้นั้นถ่ายทอด...ได้"

นั่นก็หมายความว่า อัน "ความรู้" นั้น "ถ่ายทอดไม่ได้"

อ่ะ....อ๊าว....ท้าทาย....ช่างเป็นเรื่องท้าทาย...ยิ่ง

แต่ก็เป็นเรื่องที่ได้รับการสนุบสนุนทั้งทางทฤษฎีและการทดลองมากมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านจิตวิทยาการศึกษา

ผมขอเริ่มจาก..รากฐานของการ"ศึกษา"ก่อน...

ตรงที่คำว่า "ศึกษา" นี่แหล่ะ คำว่าศึกษานั้นเป็นภาษาสันสกฤต

ตรงกับคำบาลีว่า "สิกขา" มาจากสองคำ คือ

"สะ" แปลว่า ตัวเอง

และ "อิกขะ" แปลว่า "เห็น"

เมื่อนำมารวมกันก็จะได้ความหมายว่า "เห็นด้วยตนเอง"....

แม้หากเราพิจารณาแนวคิดของ กานเย่ ก็จะพบว่าเขา

ได้ให้ความสำคัญกับการ"สร้าง"ความรู้บนฐานความรู้เดิมที่มีอยู่

แต่ผม ไม่สนฝรั่งสักเท่าไหร่

ท่านพุทธทาสได้กล่าวในการบรรยายธรรมเรื่องพุทธศาสนาในฐานะรากฐานของวิทยาศาสตร์ โดยความตอนหนึ่งกล่าวถึง บทสวดพระธรรมคุณ อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า เมื่อเราต้องการเข้าใจหรือพิสูจน์ทราบความรู้ (ธรรม) เรื่องได้

เราก็ต้องรับคำแนะนำหรือการท้าทายจากสถานการณ์หรือบุคคลอื่นก่อนว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายต่อเราและเรานี้ต้องทดสอบให้ได้ (เอหิปัสสิโก)....อาจหมายรวมไปถึงว่าเมื่อเราเข้าใจแล้ว ก็อยากให้คนอื่นมาเข้าใจเรื่องนี้ด้วย.... (แต่....พระพุทธเจ้าท่านทรงทราบว่า ความรู้ถ่ายทอดไม่ได้...จงทรงเน้นให้มาพิสูจน์)

เมื่อเราทำการทดสอบ ทดลอง จนกระทั่งว่าภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดนั้น ไม่ว่าจะทำการทดลองกี่ครั้งผลที่ได้ก็ไม่เปลี่ยนแปลง (อะกาลิโก) การทดลองหรือการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องนั้น ก็ทำให้บุคคลนั้นเกิดความเข้าใจในบริบทของตน (สันทิฏฐิโก) และความเข้าใจนั้นก็ขึ้นกับรากฐานความรู้ (ประสบการณ์) ของแต่ละคน (ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ)

และเมื่อใช้ความรู้นั้นจนเกิดประโยชน์แก่ตน หรือเห็นประโยชน์สำคัญ ก็จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามความรู้นั้น (โอปะนะยิโก) เช่น ผู้เห็นพิษร้ายของยาเสพติด เมื่อทดลองโดยการสังเกตผู้เสพติด หรือศึกษาวรรณกรรมเกี่ยวยาเสพติด (การทดลองนี่..ไม่จำเป็นต้องไปทำเองนะครับ....) จนเห็นว่าการเสพยาเสพติดนั้นมีโทษแต่สถานเดียว จึงทำให้เป็นผู้ห่างไกลยาเสพติด... 

สุดท้ายเมื่อทุกอย่างแจ่มแจ้ง....ก็เป็น...สวากขาโต....เป็นเรื่องที่แจ่มแจ้งดีแล้ว....

เมื่อความรู้ได้รับการสร้าง...จนเหมาะสม

จนเห็นได้ว่า "เมื่อสร้างความรู้ได้ ก็ปล่อยวางความรู้ได้"

โดย "ไม่ยึดถือ" ก็ จะ สบายตัว ครับ

ดังนั้น....ต่อไปนี้ มีการอบรมครั้งใด.....

โปรดอย่ากล่าวว่า.......

"ท่านวิทยากรกรุณาถ่ายทอดมาเต็มที่เลยนะค่ะ

พวกดิฉันจะรับเท่าที่รับได้........."

เพราะถ้าคิดแบบนี้.... ก็ บ่ได้หยัง...เด้อ