หนุ่มๆสาวๆ มักนิยมสื่อสารกันทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าสะดวกสบายเพราะสามารถคุยกันได้ทุกที่ทุกเวลา หรือแม้กระทั่งการเดินคุยโทรศัพท์ที่หลายคนปฏิเสธ  ไม่ได้เลยว่าเคยกระทำกันอยู่บ่อยๆ   หากคุยไม่นานและไม่ประจำก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร   แต่สำหรับใครที่คุยนานๆ  และกระทำบ่อยๆระวังให้ดี   อาจจะมีอาการปวดหลังได้ง่าย และมีผลในระยะยาว คือ กล้ามเนื้อเสื่อมนั่นเอง

 

                      

 

         นพ.ดร.โอ๊ต บูรณสมบัติ นายกสมาคมการแพทย์ โคโรแพรคติก แห่งประเทศไทย ให้ความรู้ว่า ปกติร่างกายของเราระบบการทำงานของกล้ามเนื้อ  และการหายใจทำงานร่วมกัน และมีความสัมพันธ์กันอย่างสมดุล  ยกตัวอย่าง... การเล่นกีฬา เช่น ....รำมวยจีน โยคะ มีการใช้ระบบหายใจเข้ามามีส่วนร่วม  คือใช้การหายใจเข้า-ออก ในการเคลื่อนไหวบางท่วงท่า  เพื่อให้เหมาะสมกัน สำหรับในชีวิตประจำวันก็เช่นกัน   ถ้าเราสังเกต  จะพบว่าเรายกเท้าหรือก้าวเท้าขึ้น.....จะหายใจเข้า   ในขณะเดียวกัน  ถ้าเราเหยียบเท้าลง....จะหายใจออก

    

         โดยเวลาเราหายใจเข้า-ออกจะมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อรวมถึงโครงสร้างของกระดูกสันหลัง  เช่น กระดูกกะโหลกศีรษะ กระดูกก้นกบ  ในการงอตัวหรือพับตัวจะมีการเกี่ยวข้องในการเคลื่อนไหวของร่างกายด้วย   ฉะนั้นในเวลาที่เราต้องทำอะไรหลายอย่างในเวลาพร้อมๆกัน เช่น ยืนคุยโทรศัพท์ หรือเดินหรือเดินแบบรีบๆไปด้วย ระบบการหายใจจะไม่ปรกติ คือ จะสั้นลงและถี่ขี้น  การทำงานของกล้ามเนื้อ  หรือการคลายตัวของกล้ามเนื้อจะทำได้ไม่เต็มที่ส่งผลให้เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อมากขึ้น  และทำงานไม่สัมพันธ์กันระหว่างการทำงานของกล้ามเนื้อ  และระบบโครงสร้าง จึงทำให้การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อผิดปรกติ

                   

 

           เมื่อการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อผิดปรกติจะมีการดึงให้กระดูกสันหลังหรือกระดูกเชิงกรานเคลื่อนผิดตำแหน่งไปทำให้เกร็งที่กล้ามเนื้อช่วงบ่า คอ และ มีอาการปวดหลัง และคอและศีรษะได้ หรือถ้ายืนคุยโทรศัพท์นานๆ  จะทำให้ปวดข้อมือ  และข้อศอกเพิ่มด้วย เพราะแขนอยู่ในท่างอและพับนาน

 

                     

      วิธีป้องกัน  ที่ต้องระวังอันดับแรกคือ การใช้โทรศัพท์ ถ้าหากเราคุยประมาณ 2-3 นาทีก็ไม่เป็นไร    แต่ถ้าจำเป็นที่ต้องคุยระยะนานกว่านั้น   ควรหาที่นั่งที่สะดวก  หรือพิงพนักเก้าอี้เพื่อให้หลังมีการถ่ายเท น้ำหนักและมีการรับน้ำหนักอย่างถูกต้อง   รวมทั้งทำให้มีสมาธิในการคุยโทรศัพท์ด้วย  เพราะบางครั้งหากเดินคุยโทรศัพท์ อาจทำให้เสียสมาธิและประสพอุบัติเหตุได้ เช่น สะดุดหกล้ม หรือถูกรถชน แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ   ที่ต้องเดินคุยโทรศัพท์   เราอาจจะใช้สมอลล์ทอล์ก หรือบลูทูธ ก็ได้   

       อย่างไรก็ตามบางที่ ถ้าเรายืนคุยโทรศัพท์นานๆ  อยู่ในท่าเดิมๆ อาจทำให้  กล้ามเนื้อเกร็งตัวมากเกินไป และคลายตัวไม่ได้ทำให้ค้าง    เราเรียกว่า อาการ Muscle Spasm    ซึ่งต้องใช้ยาทาหรือทำกายภาพบำบัด   ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการ หรือถ้าเจ็บมากไม่ควรฝืน   ให้พยายามค่อยๆยึดกล้ามเนื้อออกมาแล้วค้างไว้  30 วินาที จากนั้นใช้น้ำร้อนประคบแล้วใช้ยาทา

     ใครที่ยังมีพฤติกรรมเช่นนี้ อยู่อาจมีผลกระทบในระยะยาว กลายเป็นการบาดเจ็บจากพฤติกรรมซ้ำซ้อน   โดยการที่เรายืนหรือเดินทุกวัน   ถือเป็นบุคลิกภาพที่ไม่ถูกต้อง     อาจก่อให้เกิดความเสื่อมสภาพเร็วกว่าปรกติของกระดูก หรือ มีอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อซ้ำซ้อน  จนเกิดเป็นพังพืด   ไปยึดตามบริเวณ ของข้อ ทำให้เคลื่อนไหว หรือขยับตัวยากขึ้น ส่งผลต่อสุขภาพชีวิตที่ไม่มีความสุขในอนาคต

                      

                    

 

      ขอบคุณข้อมูลจาก

      หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ คอลัมม์ เคล็ดลับสุขภาพ ทีมวาไรตี้

       และขอบคุณภาพโทรศัพท์ จากอินเตอร์เน็ต

 

                         

******คำเตือนที่ ควรระวังไว้บ้างก็ดีนะคะ สำหรับคุณผู้ชาย......

         เคยอ่านหนังสือ พบทั้ง 2 เรื่องที่จะบอกนี้นะคะว่า

      - โทรศัพท์มือถือ ที่ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง

       ใส่ไว้ทุกวันๆละนานๆ อาจทำให้เป็นหมันได้ 

   -  โน๊ตบุ๊ค ที่นั่งแล้วนำไปวางไว้บนตัก ก็อาจทำให้เป็นหมันได้

      จริงหรือไม่จริง แต่มีการเตือนในหนังสือ

      ก็ควรระวังไว้บ้างนะคะโดยเฉพาะ ลูกหลานผู้ชาย เด็กๆหนุ่มๆ  ฯ