การรู้คุณค่าของเงิน ทำให้ใช้เงินอย่างคุ้มค่า

            จากการที่ผู้เขียนไปสุ่มตรวจสอบคุณภาพร้านอาหารเมื่อตอนที่แล้ว  ได้ลงพื้นที่ในเขตอำเภอเก้าเลี้ยว  นครสวรรค์   ซึ่งเป็นพื้นที่ๆมีการปลูกดอกมะลิ    ขณะทำการตรวจร้านอยู่นั้นได้สังเกตเห็น  มีคนนั่งจับกลุ่มร้อยดอกมะลิอยู่ในร้านอาหารหลาย ๆ ร้าน  ในยามที่ไม่มีลูกค้า 

             สอบถาม  ได้ความว่า  ยามว่างจะรับจ้างร้อยดอกมะลิ  โดยใช้เข็มร้อยมาลัย   ร้อย 1 เข็มได้ค่าจ้าง 1 บาท  โดยจะมีผู้จ้างนำดอกมะลิมาส่งและมาตามเก็บในตอนเย็น 

                        

                        

ใน 1 เข็ม  ต้องร้อยให้ได้ขนาดของดอก 20 แถว   ต้องคัดดอกให้ได้ขนาดด้วยค่ะ  ร้อยเสร็จแล้วต้องใส่เชือกฟางผูกเป็นพวงให้เรียบร้อยจึงจะได้ 1 บาท 

                          

                   ถ้าเป็นวัยรุ่นหรือสาวๆ หน่อย มีเรี่ยวมีแรง จะร้อยได้วันละ 100 กว่าบาท  ส่วนวัยสูงอายุ  สายตาไม่ค่อยดี  เรี่ยวแรงก็น้อย  ร้อยก็ช้า  ทำเต็มที่ได้วันละ 50-60 บาท  แต่ได้เงินเท่านี้ป้าก็พอใช้

                       

               ตอนแรกผู้เขียนก็สงสัยว่า  ทำไมผู้สูงอายุทั้งสองนั่งร้อยกันเงียบ ๆ ไม่คุยกันเลย   คำตอบคือต้องมีสมาธิ  ขณะร้อยต้องนับแถว  ถ้ามัวคุยเดี๋ยวแต่ละแถวดอกอาจไม่ครบ  แถวไม่ตรง  จะไม่สวย 

               เห็นดังนี้  รู้สึกถึงค่าของเงิน 1 บาท  มันมากมาย  กว่าจะได้มาต้องอดทน

             และจากการไปตรวจตลาดบ่อยๆ ช่วงนี้  เห็นพืชผักราคาแพงมาก   เวลาจะใช้จ่ายเงิน  ทำให้ผู้เขียนนึกถึงการร้อยมะลิ   จึงฝึกตัวเองให้ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น

             เกือบลืมบอก  มะลิพวกนี้ดมไม่ได้ค่ะ  เห็นฉีดยาฆ่าแมลงทั้งนั้น   บางที่ฉีดตอนเย็นเก็บดอกตอนเช้า

......................