การอยู่ร่วมกันในสังคม แต่ละชุมชนจะต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวหรือศูนย์รวมจิตใจ และเคารพต่อกฏกติกา ไม่ประพฤตินอกรีตนอกรอยต่อประเพณีวัฒนธรรมที่กลุ่มคนและสังคมได้ปฏิบัติ ดังเช่นการถือปฏิบัติของสังคมชาวลาหู่ที่บ้านห้วยปลาหลด
ชาวลาหู่ ที่บ้านห้วยปลาหลดจะให้ความเคารพและนับถือ ลานจะคึมากเป็นพิเศษ เพราะถือว่าเป็นลานอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีเนินดินอยู่ใจกลางของลาน ห้ามใครเข้ามาทำในสิ่งไม่ดีไม่งาม นอกจากใช้ประกอบพิธีการต่าง ๆ ห้ามสัตว์ทุกชนิดเข้าไป และมีรั้วล้อมรอบอย่างแน่นหนา และห้ามเข้าไปโดยพลการ
ลานจะคึ ที่บ้านห้วยปลาหลดมี ๖ แห่งคือลานคึกลาง หรือลานจะคึใหญ่อันเป็นที่ทำพิธีกรรมสำคัญหรือพิธีกรรมประจำปีของหมู่บ้าน และมีลานจะคึประจำแต่ละป็อกอีก ๕ แห่งสำหรับทำพิธีโดยทั่วไปของคนในกลุ่มย่อย ที่ลานจะคึทุกแห่งมี ”ผีลานจะคึ” สถิตอยู่ ในบรรดาผีต่าง ๆ ที่ชาวมูเซอนับถือกลัวเกรงมากคือ “ผีลานจะคึ” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผีที่มีความศักดิ์สิทธิ์สูงมาก และยังเชื่อกันว่าหากแผ่นดินไหวหรือมีสงครามให้ไปรวมตัวกันที่ลานจะคึจะทำให้อยู่รอดปลอดภัย ส่วนน้ำตาเทียนจากการบูชาต้องนำมารวมกันถึง ๗ ลานและผ่านเวทย์มนต์จากปู่จารย์ ๗ คนจะเป็นเครื่องลางของขลังที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง
ลาหู่ เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอ มีความเชื่อว่าการอาศัยอยู่บนที่สูงจะมีความปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ และการอาศัยอยู่แหล่งต้นน้ำจะได้ใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต คนกลุ่มนี้มีความเชื่อและศรัทธาในเรื่องผีเจ้าป่า ผีเจ้าเขา และเทพเจ้า ”หวื่อซา”หรือพระยาอินทร์ การประกอบพิธีกรรมจะอัญเชิญเทพเจ้ามาในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ใน “ลานจะคึ” ทุกครั้ง ชาวลาหู่ที่นี่ชอบสีน้ำเงิน-ฟ้าและเรียกตนเองว่าเป็น “มูเซอดำ” นับถือศาสนาพุทธทั้งหมด เป็นชนเผ่าที่ยึดถือสัจจะ กตัญญู ซื่อสัตย์ จริงใจ มีความเชื่อมั่นในความจริง ความดีและความงามในจิตใจ
ระหว่างการ “เต้นจะคึ” นั้นเทพเจ้า ”หวื่อซา”จะสถิตย์อยู่ในลานจะคึ เพื่อส่งบุญบารมีให้แก่ชาวลาหู่ทุกคน ที่เข้าร่วมพิธีให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ทำสวน ทำไร่ ทำนา ให้ได้ผลผลิตมาก ๆ นับเป็นความเชื่อและความศรัทธาของชนชาวลาหู่ที่สืบต่อกันมา
ค่ำคืนวันนั้น ทราบว่าจะมีการเต้นจะคึเพราะมีประเพณี “หวื่อซากูว” หรือการเลี้ยงผีบ้านเพื่อให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ที่บ้านใกล้ ๆโฮมสเตย์ จึงได้มีโอกาสเห็นพิธีอย่างใกล้ชิด และได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพได้อีก
หลังอาหารเย็นและมีฝนปรอย ๆ จำปา สหายรุ่นน้องของหนานเกียรตินำฉันขึ้นไปที่บ้านหลังเล็ก ๆ มี ๑ ห้อง กลางห้องมีเตาไฟ "คัดเตอว"อยู่กลาง และมีห้องผี “บ่อปาแหย่ “ อยู่ตรงมุมห้องและเปิดประตู ปู่จารย์นั่งอยู่พร้อมกับตะกร้าเครื่องเซ่น”จาโป๊กคอลอ” ทุกคนแสดงความมีไมตรีรับไหว้และขยับที่นั่งให้ฉันอย่างยิ้มแย้ม ส่วนที่หน้าเตาไฟมีหมอแคนและผู้ชายอยู่ ๓ คน และมีผู้หญิงอีก ๖ คนพร้อมกับลูกน้อยอีกคนหนึ่ง ฉันอยู่ร่วมพิธีอย่างสงบ
ปู่จารย์เสร็จพิธีกรรม"หวื่อซากูว"อันหมายถึงการเลี้ยงผีบ้านเพื่อให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุขแล้ว เสียงแคนก็ดังขึ้นจาก ๑ ใน ๓ ชายที่นั่งรออยู่ตรงเตาไฟ ปู่จารย์ได้ลุกขึ้นและนำจาโป๊กคอลอเดินลงจากบ้านไป โดยไม่พูดและไม่เหลียวหลัง ทุกคนเดินตามไปที่ลานจะคึประจำป็อก ปู่จารย์ได้วางจาโป๊กคอลอลงที่บนลานดินเป็นการให้อาหารผี “นีอ่อถือ” ทันทีได้มีเสียงดังกึกก้องให้ผู้คนมาเต้นจะคึว่า “โลวจะคึโลว...วววว “
ผู้ชายที่ติดตามาชุดแรกได้พากันเต้นจะคึ หนานเกียรติ ลงไปเต้นด้วย เสียงสองเท้ากระแทกพื้นดังลั่นจน ไม่นานนักมีผู้หญิงลงไปเต้น ฉันได้ลงไปเต้นด้วยตอนแรกก็ดูจะยากต่อจังหวะบ้าง เมื่อได้รับการฝึกจากนะคายหญิงสาวชาวลาหู่นะคายคล้องแขนและกระซิบบอกฉันให้”กระทืบแรง ๆ” ภายหลังจึงทราบว่าใครที่ยิ่งเต้นจะคึแรง เขาถือว่ายิ่งได้บุญมาก คณะของพวกเราได้เต้นจะคึกันอย่างสนุกสนานหลากหลายจังหวะ
ตามประเพณีนิยม ผู้หญิงจะเต้นอยู่วงในส่วนผู้ชายจะเต้นอยู่วงนอก สลับและเปลี่ยนท่ากันไปเรื่อย ๆ สังเกตว่าขณะที่เต้นจะคึจะไม่มีเสียงอึกทึก นอกจากเสียงแคนและเสียงกระทืบเท้าพร้อมกันเป็นจังหวะ ๆ ซึ่งไม่พบเห็นผู้ฝ่าฝืนกฏระเบียบแต่อย่างใดจากการสอบถามทำให้ได้คำตอบเช่นเดียวกัน...อันคือความงดงามต่อการจัดระเบียบสังคมชาวลาหู่ที่ฉันประทับใจกับพิธีกรรม"หวื่อซากูว" คือ "การเลี้ยงผีบ้าน"เพื่อให้อยู่ร่มเย็นและเป็นสิริมงคลของผู้ปฏิบัติดี



ทางเข้า ออกลานจะคึเป็นทางเดียวกัน
เด็กในภาพคือน้องออโต้ ไม่ใช่เด็กลาหู่
แหม เดี๋ยวนี้พี่คิมเรา ก้าวไกลไปเรียนภาษาต่างด้าวเลย ชอบๆ ค่ะ เพิ่งไปแซวในบันทึกท่านหนานฯ เลยค่ะ ... ชอบ ลานจะคึ ปูว่า ที่นี่แหละ คือมนต์เสน่ห์ และจุดเริ่มต้นแห่งการสานสัมพันธ์ผู้คน ลานจะคึ ชอบๆ ฝันดีค่ะพี่
สวัสดีค่ะคุณครูคิม
* มาเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวลาหู่ พยายามมองหา หนานเกียรติ ที่ว่าลงไปเต้นด้วยค่ะ
* ครูคิมสบายดีคะนะ ครูใจดีมาขอบคุณที่ครูคิมไปเยี่ยมและถามไถ่อาการเจ็บป่วยค่ะ
* อาการไม่สบายของครูใจดี ดีขึ้นบ้างแล้ว เพราะคุณหมอประจำตัว ท่านกลับมาจากต่างประเทศแล้ว ได้รับการตรวจรักษาจากท่าน แต่ก็ยังไม่เห็นเป็นปกติเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นจะนั่งหน้าจอนานๆ เหมือนก่อนไม่ได้ จะปวดหัวมากๆ เลย... ขอบคุณในความห่วงใย และน้ำใจที่ครูคิมมีให้ค่ะ
* คิดถึงเสมอค่ะ
สวัสดีครับพี่คิม
ไม่ได้เข้ามาพักใหญ่
บันทึกพี่คิมโผล่พรวดเพียบเลย ต้อง save เข้าเครื่องไว้แล้วค่อย ๆ ละเมียดอ่าน
อ่านไปบ้างแล้วสนุกมาก ๆ เลยครับ
รวมเล่มหนังสือห้วยปลาหลดคราวนี้ชาวบ้านคงดีใจมาก ๆ ครับ
ผมกำลังลงมือเขียนเรื่องปีใหม่อยู่ครับ ข้อมูลที่ได้มากระท่อนกระแท่นเต็มที ต้องกลับไปอีกหลาย ๆ รอบ
พี่คิมทำไมไม่ถ่ายรูปตอนคล้องแขนเต้นกระทืบเท้าแรงๆมาให้ดูบ้าง
ดูท่าทางจะสนุก เพราะ krugui เคยสัมผัสกับลานสาวกอดของชนเผ่า อีก้อ มาแล้ว
รวมทั้งเลี้ยงปีใหม่ของชนเผ่า เย้า สนุกและได้บรรยากาศมากๆ
รออ่านบันทึกต่อไปนะคะ...
มาอ่านเรื่องเล่าที่ไม่เคยรู้
รักษาสุขภาพด้วยช่วงนี้ฝนตกบ่อยค่ะ
สวัสดีค่ะ
ครูคิม ผมเคยไปหมู่บ้านชาวเขากับ ครูแดง เตือนใจดีเทศก์ บ่อยๆ มีโอกาสได้เต้น "จะคึ"หลายครั้งในพิธีกรรมต่างๆ น่าสนใจมาก ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เผยแพร่ครับ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม
มาชมประเพณีวัฒนธรรมการถือปฏิบัติของสังคมชาวลาหู่ที่บ้านห้วยปลาหลดค่ะ สุดยอดมากๆค่ะพี่สาวเรา
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม มาบอกว่าเมื่อกี้ได้รับเสื้อแล้วค่ะ อิอิ สงสัยอยู่บ้านทำไม ก็เพราะ ไปประชุมในเมืองเลิกแล้วค่ะ เสื้อสวยค่ะขอขอบคุณพี่มาก...สงสัยน้ำหนักเสื้อตัวเดียวนั้นคงจะไซส์ใหญ่มากๆจึงหนักกว่า สองตัว อิอิ อ้อแล้วพี่ครูคิมพูดได้หลายภาษาแล้วนะคะ ก็คงจะได้ภาษาขมุอีกแน่ๆถ้าไปเปียงซ้อ อิอิ
พี่คิมคะ
สั่งเสื้อเพิ่มค่ะ
เสื้อ สตรีเบอร์12 1 ตัว
เสื้อ สตรีเบอร์ 8 1 ตัว
ขอบคุณค่ะ
มาชมประเพณีท้องถิ่นที่สะท้อนจริยธรรมอันน่ายกย่องมากค่ะ...
เย้.....ได้รับเสื้อแล้วค่ะ
คงเดินทางมาพร้อมกับของน้องมะตูม
ใส่ได้พอดีเป๊ะ แสดงว่าคำนวณเก่ง อิ อิ
ใส่ออกมาแล้วสวยยยยยยยยยยยย..ไปหมด
สวัสดีค่ะน้องมหาเหรียญชัย เหรียญชัย มาวงษ์
สวัสดีค่ะน้องpoo
สวัสดีค่ะน้องครูใจดี
สวัสดีค่ะน้องหนานเกียรติ
สวัสดีค่ะkrugui Chutima