เรื่องเล่า
เรื่องเล่า ความภุมิใจ เป็นอีกหนึ่งกลไก การสื่อสารของ
หัวหน้าพยาบาลกับพยาบาลระดับปฏิบัติการ ของรพ.หนองจิก 
ในการที่จะเห็นความเหมือนบนความต่างของทีมงาน
การปฏิบัติงานผลัดบ่าย และดึก  กับการปฏิบัติงาน เวรส่งต่อ
และเวรเรียกเฉุกเฉินกรณีเกิดเหตุในพื้นที่ สีแดง 
ยังคงเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา ในพื้นที่ของเรา
วันนี้ก็คงเหมือนหลายวันที่ผ่านมา กับการปฏิบัติงานผลัดบ่ายและดึก 
ของทีมปฏิบัติการพยาบาล โรงพยาบาลหนองจิก
 

เรื่องเล่าความภูมิใจของพุมมาลี

    

3-4 วันที่ผ่านมา หลังจากที่ขึ้นเวรติดต่อกันมาหลายเวร

ข้าพเจ้ารู้สึกเหนื่อยล้า 

เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ เบื่องานและรู้สึกท้ออย่างบอกไม่ถูก

     

วันนี้คงเหมือนวันวาน  กับการขึ้นเวรปฎิบัติงาน ON call ใน เวรบ่าย 

ถูกเรียกไปส่งคนไข้ห้องคลอด

หลังจากออกจากรพ.ปัตตานี

ถึงหอนาฬิกาก้อมีโทรศัพท์จากเพื่อนเวรบ่าย

" สาว มา ERด่วน คนไข้ถูกยิง 2 ราย

"จ๊ะสาวเพิ่งออกจากรพ.ปัตตานีมาส่งคนไข้"

" บอกพี่คนขับรถด้วย ว่า มีคนไข้ถูกยิง  2 ราย อาการสาหัส 

  รีบขับรถเปิดไซด์เรน กลับมาช่วยกันหน่อย

ข้าพเจ้า นั่งใจตึกๆ  กลัวรถจะชน  มาถึง ER ก้อเห็นภาพวุ่นวาย

ต่างคน ต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือ ข้าพเจ้าถามหมอ จะon ICD มั้ยคะ

ตกลง เตรียม ICD เลย  พี่สาว

 แพทย์ ใจเย็นมากทำให้รู้สึกทำงานด้วยแล้ว ไม่รู้สึกเครียดเลย

ผู้ป่วย เพียง 2 คน อาจดูไม่มาก สำหรับอัตรากำลังแพทย์ และพยาบาลในขณะนี้

หากแต่ว่า มันไม่ใช่  ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

เป็นความวุ่นวายที่เกิดจากความพยายามที่จะยื้อชีวิต ผุ้ป่วยทั้งสอง

ซึ่งดูเหมือนจะมีไม่มากนัก

คนไข้ 2 รายนี้เป็นสามีภรรยากัน

ผู้ชายเคยเป็นคนขับรถเก่า รพ.ปัตตานี ส่วนผู้หญิงเป็นแม่บ้าน 

ผู้ป่วยซึ่งเป็นภรรยา เสียเลือดมากเพราะถูกยิงหลายที่   

 เลือดจากการเจาะปอด ออกมาค่อนข้างเยอะมาก

เสียงความวุ่นวาย ดูเบาบางลง

หลังจากที่ความพยายามที่จะยื้อชีวิตของผู้เป็นภรรยา

ได้สิ้นสุดลง  ความพยาบามที่เหลือจึงถูกทุมเทมาที่ผู้ป่วยที่เป็นสามี

ทีม CPR  ยังช่วยกัน อย่างเต็มที่  กับความหวังที่เหลือเพียงน้อยนิด

ความเงียบที่ดูเหมือนเริ่มจะเข้ามาเป็นคำตอบอีกครั้งเริ่มเข้ามาเยือน

แพทย์ หันหน้ามามองข้าพเจ้าและพยักหน้ากันอย่างเข้าใจในความหมาย  

และแววตาที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดของทุกหัวใจ

การ CPR หยุดไปกว่า 30 นาที 

แพทย์จึงเริ่มชันสูตรศพของผู้ที่เป็นภรรยา

ผู้ป่วยมีแผลที่ถูกยิงไปทั้งตัว

ข้าพเจ้าไป Off อุปกรณ์ต่างๆ Tube ICD, IV 

และถามญาติในการที่จะให้เย็บแผล

ซึ่งความจริงข้าพเจ้า รู้แล้วซึ่งคำตอบ 

 แต่ คงต้องถามด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ

ด้วยวัฒนธรรมและความเชื้อของ ชาวไทยมุสลิมในพื้นที่

จะไม่ยินยอมให้ใส่สิ่งแปลกปลอมใดๆกับศพ 

ข้าพเจ้าทำความสะอาดแผลจนเสร็จ หันไปเห็นตาของผู้ป่วยยังคงเปิดอยู่

ก็ขออนุญาตผู้ป่วยในการปิดตาให้ อย่างรู้สึกสลดใจอย่างบอกไม่ถูก

2 สามีภรรยาคู่นี้ต้องเสียชีวิต พร้อมกันทั้งคู่

แล้วลูกๆของเค้าละจะมีใครเป็นที่พึ่ง......

ข้าพเจ้าแต่งศพผู้ป่วยชายเสร็จ  พร้อมๆกับที่เพื่อนแต่งศพผู้ป่วยหญิงเสร็จเช่นกัน

นึกในใจขอขมาศพที่ได้ล่วงเกิน

จากนั้นก็ช่วยเก็บของ Set และของขยะต่างๆ

กำลังก้มๆเงยก็เห็นท่านอำเภอกวักมือเรียก 

ตอนแรกก้อคิดว่าท่านเรียกลูกน้องท่าน

หันไปหันมาก้อไม่เห็นใคร ท่านกวักมือเรียกอีกครั้ง

คราวนี้ข้าพเจ้าลองชี้มาที่ตัวข้าพเจ้า ท่านก็พยักหน้า 

ข้าพเจ้าก็เลยออกไปหาท่าน  ซึ่งอยู่ บริเวณหน้า ER ด้านนอก

เห็นท่านยีนคุยอยู่กับท่านรองผู้ว่า ฯ

ท่านเรียกหนูเหรอคะ มีอะไรจะให้หนูช่วยหรือคะ

"  เจอเค้ากับเพื่อนคนนี้ ทุกที   ที่ผมมาติดตามผู้ป่วยเหตุการณ์ " 

เป็นคำบอกเล่าของท่านนายอำเภอที่บอกกล่าวกับผู้ว่า ฯ

มีโควต้า ศอบต.มา 32 คน ไปจดชื่อมา  จะให้ 2 ขั้น

ข้าพเจ้าก้องงๆ  . อ้อไม่เป็นไรคะหนูเคยได้แล้ว

ไปจดชื่อมา ไป ทั้ง 2 คน นะแหล๊ะ  เสียงดุๆ แต่ดูใจดี 

ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก

ข้าพเจ้าไม่ได้ดีใจที่จะได้ 2 ขั้นตามที่ท่านบอก

แล้วจะได้หรือไม่ข้าพเจ้าไม่ได้หวังอะไร

แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าประทับใจและรู้สึกมีแรงที่จะทำงานอย่างมีกำลังใจ

หลังจากที่รู้สึกเหนื่อยล้า  เบื่อและท้อแท้มา 3-4 วัน

วันนี้  ยังมีผู้คนที่ มองลงมาเห็นพวกเรา  

ซึ่งเป็นถึงท่านรองผู้ว่าฯและนายอำเภอ

ได้เห็นถึงความเหน็ดเหนื่อย 

และความเป็นเรา พยาบาลวิชาชีพ

หนึ่งในวิชาชีพ ที่ต้องทำงานท่ามกลางความเจ็บปวดของทุกชีวิต

ตราบทุกลมหายใจ