การทำอะไรก็แล้วแต่ที่ซ้ำซากจำเจก็น่าเบื่อหน่าย  ยิ่งเรื่องที่ทำไปแล้วผลออกมาก็ยังเหมือนเดิมไม่มีการพัฒนาทำให้เสียเวลา  ไม่มีความหมายต่อชีวิต  การทำงานก็เช่นกันควรกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบและนำมาทดลอง  ผลจะเป็นอย่างไรก็ย่อมกล้าที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำ สุดท้าย..."ความล้มเหลวในครั้งนี้อาจเป็นบทเรียนของความสำเร็จในคราวต่อไป"

         ฉันมีหน้าที่เป็นครูวิชาการโรงเรียน นอกจากรับหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนางานวิชาการทั้งหมดแล้ว   ยังมีหน้าที่รับผิดชอบงานเกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอีกด้วย   ในวันที่  ๒๓  กรกฏาคม ๒๕๕๓  นี้จะต้องรับผิดชอบดำเนินกิจกรรมตามนโยบายคือ "การประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน"

        ที่แล้วมา "ต้องค้นหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ปกครองมาประชุมให้มากที่สุด" เช่น  ๓ บันทึกนี้ ๑๒๘ ผู้ปกครองกับการดูแล ๓๘๔.ใบสั่งทางโทรศัพท์จาก..คุณเอกและ ๓๘๖.นักเรียน ผู้ปกครอง และครู คราวนี้หากจะทำแบบเดียวกันก็คงน่าเบื่อ และไม่อาจจูงใจให้ผู้ปกครองมาอีก  เพราะผู้ปกครองอาจจะคิดว่า  "ประชุมทุกทีก็ไม่เห็นมีอะไร เป็นเรื่องเดิม ๆ ทั้งนั้น"

        นอกจากนั้น  คณะครูในโรงเรียนก็จะไม่รับผิดชอบเท่าที่ควรถือว่าไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบ   เพราะมีทั้งครูประจำชั้นและไม่ประจำชั้น  ทำให้บางคนขาดสัมพันธภาพกับผู้ปกครอง  ครั้งนี้ครูทุกคนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกัน

        วันนี้คิดแล้วว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "ครอบครัวสัมพันธ์" ของเก่าของโรงเรียบนอื่นแต่ใหม่สำหรับที่โรงเรียนนี้  มีกำหนดการต่อไปนี้

เวลา ๘.๐๐ น.   ผู้ปกครองลงทะเบียน

เวลา ๘.๓๐ น.   กล่าวรายงานและเปิดงาน  โดยประธานคณะกรรมการสถานศึกษา

เวลา ๘.๔๐ น.   ผู้อำนวยการกล่าวความสำคัญของการดูแลบุตรหลานด้วยวินัยเชิงบวก

เวลา ๘.๕๕ น.   กิจกรรมสร้างสุข (เพลงพักใจ)

เวลา ๙.๐๕ น.    ชมภาพนิ่งโครงงานพี่พอเพียงน้องเพียงพอ(ผลงานนักเรียน)

เวลา ๙.๑๕ น.    กิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์

เวลา ๑๐.๐๐ น.   พักรับประทานอาหารว่าง

เวลา ๑๐.๑๐ น.  นักเรียนเล่านิทานเก็บเพชร และ หมู่บ้านเห็ดหอม

เวลา ๑๐.๒๐ น.  นำเสนอกิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์  / สรุปประเด็นท้ายการนำเสนอแต่ละกลุ่ม

เวลา ๑๑.๓๐ น.  พระครูอนุกูลบุญญสาร  “แสดงปาฐกถาธรรม” เรื่องการอบรมดูแลลูก

เวลา ๑๒.๐๐ น.  รับประทานอาหารร่วมกัน  จับสลากหมายเลขผู้โชคดี  รับของสมณาคุณจากโรงเรียน  และตัดสินการแสดงเพื่อรับรางวัล  ๒ รางวัล

วิธีการ

         ให้นักเรียนไปทำหน้าที่ประกาศเสียงตามสาย  ให้ผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมกันมาก ๆ  และฝึกซ้อมให้นักเรียนทำหน้าที่พิธีกรและผู้ดำเนินรายการ

กิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์

๑.      ปกครองมาลงชื่อและรับหมายเลข  เป็นสีต่าง ๆ จำนวน ๑๐ สีคือสีขาว สีฟ้า สีชมพู สีม่วง สีเหลือง สีส้ม  สีเขียว  สีน้ำเงิน  สีแดง  สีม่วงอ่อน

๒.     ปกครองนั่งตามสี  และร่วมกิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์

๓.     ครูจับสลากสี  เพื่อเข้ากลุ่มกับผู้ปกครอง

๔.     นักเรียน ๒ คนที่แต่ละชั้นคัดกรองมาเป็นตัวแทน จับสลากสีเข้าไปกลุ่มกับผู้ปกครองและครู

๕.     แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกไปจับชื่อกิจกรรม(ครอบครัว)ดังต่อไปนี้

๕.๑  อบอุ่นด้วยรัก

๕.๒  ตระหนักล้อมใจ

๕.๓  รักใคร่ผูกพัน

๕.๔  จอมขวัญแก้วตา

๕.๕  ถนอมลูกฟูมฟัก

๕.๖  ลูกรักหรรษา

๕.๗  สร้างสรรค์ชีวา

๕.๘  แก้วตาเปรมปรีดิ์

๕.๙  คนดีของพ่อแม่

๕.๑๐  เพชรแท้ของแผ่นดิน

          ๖.  ชื่อในข้อ ๕.๑-๕.๑๐  เป็นชื่อสมมุติของครอบครัว  ให้แต่ละครอบครัวช่วยกันคิดและแสดงบทบาทสมมุติตามความหมายชื่อครอบครัวของตนเอง  นำเสนอครอบครัวละไม่เกิน  ๕ นาที 

         ๗. แจกแบบประเมินและกระดาษให้ผู้ปกครองเขียนปัญหาต่าง ๆ และครูที่อยู่ในกลุ่มจะต้องจดบันทึกและนำมาถอดบทเรียนร่วมกันทั้งโรงเรียนหลังจากจบกิจกรรม

         ๘.ปัญหาที่ผู้ปกครองเสนอแนะ  นำมาวางแผนจัดการหาทางเลือกใหม่ในคราวต่อไป  เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากพฤติกรรมนักเรียน ไม่สามารถจะแก้ไขในระยะเวลาอันสั้นได้

หมายเหตุ:

        ตอนพักรับประทานอาหารว่าง  ให้นักเรียนที่ทำหน้าพิธีกรประกาศไม่ให้ผู้ปกครองลุกจากที่นั่ง แต่ให้นักเรียนที่แสดงเป็นลูกออกไปรับของว่างและขนมไปมอบให้ผู้ปกครองในครอบครัวของตนเอง  เพราะทุกครั้งผู้ปกครองจะวุ่นวายมากที่สุดและคุยกันมากกว่าฟัง

        กิจกรรมนี้เสนอผู้บริหารแล้ว  ผ่านการเห็นชอบด้วยดี  ผลจะเป็นอย่างไรสำเร็จมากหรือสำเร็จน้อย  จะนำมาถอดบทเรียนผ่านบันทึก ..."กล้าคิดต้องกล้าทำ" กำลังใจอยู่ที่เม้นท์ของกัลยาณมิตร ขอขอบพระคุณค่ะ

        ผู้บริหารเขาเห็นชอบต่อกิจกรรมก็จริง  แต่ถ้าพลาด "ทำใจและหาคำตอบให้ตนเองไว้แล้ว" ... กล้าคิด กล้าทำ กล้ายอมรับความผิดพลาด

กิจกรรมเมื่อปีที่ผ่านมา

กิจกรรมของผู้ปกครอง