สวัสดีครับคุณครูคิม
- ดูกระบวนการแล้วต้องออกมาดีแน่ๆ น่าสนใจมากนะครับ ออกแบบกระบวนการได้ดีมากนะครับ
- เป็นหลายอย่างในกระบวนการเดียวกัน ทั้งการใช้วิธีพูดคุยเป็นกลุ่มย่อยๆของผู้ปกครอง ให้เป็นวิธีรวบรวมประสบการณ์และสะท้อนบทเรียนชีวิตของคนที่ได้เลี้ยงลูกมากับมือ (๑) ทำให้ได้พูดคุยและปรึกษาหารือกันในกลุ่ม (๒) ได้ร่วมกันใช้ประสบการณ์ชีวิตให้มาร่วมกันให้นิยาม คุณค่า และความหมาย ซึ่งดูจาก ๕.๑ - ๕.๑๐ แล้ว อยากจะเรียกว่า เป็นการสะท้อนบทเรียนและวิสัยทัศน์ร่วมกันของครอบครัวพ่อแม่ต่อวิธี "ครอบครัวและโรงเรียน : สร้างลูกให้งอกงามและเติบโตด้วยรัก" (๓) ได้เรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์กันเอง เมื่อนำเสนอก็เป็นการได้รับฟังทรรศนะและข้อเสนอแนะจากคนอื่นๆหลายคน
- หัวข้อกิจกรรมย่อยๆนั้นเป็นเครื่องมือและวิธีการได้ประเด็นการพูดคุย และแลกเปลี่ยนแบ่งปันสิ่งต่างๆด้วยกันที่สำคัญมากครับ ดูหัวข้อและกระบวนการแล้วกระชับและเห็นวิธีคิดที่ลึกซึ้ง พ่อแม่ก็ได้ทักษะ เกิดเครือข่ายครอบครัว การนำเข้าสู่กระบวนการให้เห็นประเด็นและนัยสำคัญของเวทีได้ดี จะทำให้กระบวนการมีพลังมากครับ
- ผมร่วมสะท้อนข้อสังเกตด้วยนะครับ แต่เป็นข้อสังเกตให้เป็นข้อมูลสำรองไว้ในความคิดเฉยๆนะครับ
- การแสดงธรรมเทศนา ในช่วง ๙.๑๕-๙.๓๐ น.นั้น น่าจะเน้นการให้พ่อแม่และผู้ปกครองได้นั่งสดับและคิดใคร่ครวญหลังจากได้ความคิดและเกิดประสบการณ์ดีๆจากการนำเสนอผลของกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์แล้ว ดังนั้น หากสลับไปอยู่ตอนท้ายของกระบวนการ หลังการนำเสนอกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ก่อนเที่ยง โดยมีเวลาให้เท่าเดิมหรือมากกว่าคือประมาณ ๑๕-๒๐ นาที ก็จะเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งครับ แล้วก็เลื่อนเวลาของกิจกรรมต่างๆขึ้นไปแทน
- หากยืดเวลาออกไปถึงเที่ยงครึ่งได้ก็จะเหมาะสมมากขึ้นนะครับ รับประทานอาหารกลางวันตอนเที่ยงครึ่ง เพราะตอนนำเสนอและสรุป ก่อนอาราธนาพระท่านให้ได้แสดงปาฐกถาธรรมนั้น หากได้เวลาสัก ๑ ชั่วโมงครึ่งก็จะยิ่งดีครับ
- แต่ระหว่างการนำเสนอกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ควรมีคนช่วยจับประเด็นสำคัญๆให้ เพื่อสรุปปิดท้ายให้กลุ่มผู้ปกครองเห็นบทสรุปและวิธีคิดที่สำคัญ
- ขณะเดียวกัน หากสามารถอาราธนาพระให้มาร่วมเวทีในขณะที่กลุ่มผู้ปกครองนำเสนอผลการระดมความคิดกลุ่ม กระทั่งได้รับฟังบทสรุปของเวที ก็จะทำให้ท่านสามารถสร้างความเชื่อมโยงกับหมวดธรรม เพื่อสร้างความสุข ได้สติปัญญา และเห็นความงอกงามทางปัญญา พร้อมกับได้มีเวลาในขณะนั่งฟังปาฐกถาธรรมนั้น เจริญสติภาวนา ให้สิ่งดีๆที่ผุดบังเกิดขึ้น ได้ทวีความงอกงามและเบ่งบานในจิตใจ ได้ความสำนึกดีและความเอิบอิ่มกลับบ้าน
- แต่ต้องมีคนที่ถวายข้อมูลแก่พระท่านด้วยนะครับว่าแนวคิดเป็นอย่างไร
- ตอนเริ่มแบ่งกลุ่มตามสีต่างๆนั้น ควรมีคนแนะนำวิธีเขียนบันทึกบนแผ่นฟลิปชาร์ต แต่เน้นความเป็นการสร้างวัฒนธรรมการทำงานและปรึกษาหารือกันเป็นกลุ่ม มากกว่าทำให้กังวลเรื่องการเขียน ต้องแนะนำว่าเป็นวิธีช่วยการพูดและนำเสนอบนเวที พัฒนาทักษะการแสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุมของกลุ่มผู้ปกครอง ซึ่งจะทำให้เครือข่ายผู้ปกครองเข้มแข็งมากยิ่งๆขึ้นทั้งต่อโรงเรียนและชุมชน เป็นเวทีเรียนรู้ของทุกคน ให้ทำอย่างสนุกและได้ประสบการณ์ในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆด้วยตนเองด้วยกัน
- ร่วมคิดเพื่อเป็นกำลังใจครับ ไม่ต้องเป็นภาระและยุ่งยากใจว่าจะต้องทำอย่างข้อสังเกตที่ว่ามานี้ อย่างไรหรือไม่หรอกนะครับ
- กระบวนการอย่างนี้เป็นบทบาทของโรงเรียนในการจัดการศึกษาเพื่อการปฏิรูปสังคม และปฏิรูปการศึกษาอย่างมีส่วนร่วมได้เหมือนกันนะครับ หากพัฒนาและยกระดับความเป็นตัวของตัวเอง เชื่อมโยงกับแนวคิด แนวนโยบาย และแก้ปัญหาต่างๆของโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน ได้เป็นอย่างดี ก็เป็นมิติหนึ่งที่สื่อสะท้อนความเป็นการบริหารจัดการกระบวนการเรียนรู้ที่หน่วยการคิดริเริ่มและดำเนินการให้ได้ผลนั้นก็คือโรงเรียน ซึ่งเพิ่มระดับความเป็นเจ้าของและเป็น School-Based Management โดยโรงเรียนสามารถคิดริเริ่ม และเป็นการกระจายอำนาจการตัดสินใจอยู่ในการปฏิบัติอย่างแท้จริงเลยนะครับ
- ขอเป็นกองเชียร์ก็แล้วกันนะครับ