ก่อนออกจากโรงแรมตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนกลางคืนเลยว่า วันที่สองของงานมหกรรม R2R ครั้งที่ 3 นี้เราจะเข้าไปฟัง "R2R clinic : ขัดเกลาคำถามงานประจำเป็นงานวิจัย" ที่ อ.หมออัครินทร์ นิมมานนิตย์ เป็นผู้ดำเนินรายการ... (กะจะไปเช็คเรทติ้งซะหน่อย)

โห...ปรากฏว่าที่จะยืนนั้นแทบไม่มี คนเยอะขนาด ข้าพเจ้าเข้าไปยืนแทบจะจิกปลายเท้ายืนเพราะต้องแบ่งพื้นที่ให้ท่านอื่นๆ ยืนด้วย (ฮา...)

แล้วก็นึกในใจ สงสัยบ่ายนี้เวทีเราชนกัน มีหวัง...ท่านอาจารย์อัครินทร์แย่งคนมาหมดแน่ เพราะห้องท่านเล็กกว่าเรา ส่วนเรานั้นเขาจัดห้องให้ซะใหญ่โตเชียว...ไม่ได้ๆ รีบคิดกลยุทธ์ทันทีเดี๋ยวมีเก้าอี้ว่างมากไป (แอบคิดขำขำ...สนุกสนุก...)

โห...(ครั้งที่สอง) เมื่อเปิดประตูออกมาพบว่า มีเก้าอี้เสริมด้วย เอ๊ะ ... หรือว่าเขาเมื่อยขาจึงหาเก้าอี้มานั่งพักนะ แล้วก็นึกไปถึง อ.หมอโกมาตร ได้คู่แข่งน่ากลัวเลยนะเนี๊ย ปรากฏการณ์เสริมเก้าอี้เราเห็นแต่ห้องท่าน อ.หมอโกมาตร เท่านั้น...

เออนะ...ทำใจ ทำใจ

ว่าแล้วก็เลยเดินไปเข้าห้อง "การนำเสนอผลงาน R2R ไปใช้ประโยชน์ในระบบบริการตติยภูมิ" โดย อ.หมอวิศิษฏ์  สงวนวงศ์วานดีกว่าเพราะมีนักวิจัย R2R หลายท่านที่เราอยากจะเจอแบบตัวเป็นๆ นึกในใจแล้วสองขาก็ก้าวย่างไปหามุมดีดีนั่งฟัง ...

แล้วก็ได้เจอ ทนพ.ฉัตร  ธวัชเกียรติศักดิ์ จากโรงพยาบาลตำรวจ กำลังเล่าเรื่องหน้างานสู่ R2R "การตรวจสารทางชีวเคมีในสิ่งส่งตรวจที่มีความขุ่นเนื่องจากไขมัน"... สนใจตั้งแต่ได้อ่าน Paper มาก่อนหน้านี้ ชอบวิธีการคิด และพัฒนางานของท่านมาก

ขณะที่ท่านพูดนั้น มีพลังแห่งความตื่นตัวต่อการเรียนรู้อย่างมาก

และกว่าจะได้ผลงานอันเป็นบทสรุปของการปั่นถึง 6,000 รอบได้นั้น ได้มีการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ และค้นพบด้วยตนเองผ่านการทดลอง ซึ่ง ทนพ.ฉัตร เล่าว่า

งานชิ้นนี้ไม่มีเงินทุนสนับสนุนเลย แต่ด้วยความที่อยากลดต้นทุน และอยากแก้ปัญหาที่เกิดซ้ำซาก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงอยากลองค้นหาวิธีที่ดีกว่าที่เป็นอยู่คือ การกะประมาณ ... ซึ่งมันทำให้ผิดพลาดได้ง่าย ซึ่งตนเองเชื่อลึกๆ ว่าจะได้คำตอบต่อข้อสงสัยของตนเอง และแล้วตนเองก็ทำได้สำเร็จ ดีใจมากตอนที่ผลการทดลองออกมา...

ข้าพเจ้ารู้สึกชอบขณะที่ ทนพ.ฉัตร เล่าเรื่องไม่มีน้ำเสียงของความท้อแท้ หรือมองโลกในทัศนะลบเลย มีแต่พลังของการมองไปข้างหน้า อย่างมีความหวัง และแฝงความสุขเล็กๆ ทำให้ผู้ฟังอย่างข้าพเจ้ารู้สึกมีกำลังใจ และใจฮึกเหิมตามไปด้วย

วงเล่าเรื่องนี้ เป็นวงเล็กๆ หากแต่ว่าอบอุ่น อาจด้วยบุคลิกของ R2R - Fa ประจำกลุ่มด้วยก็ได้ที่มีใบหน้าละมุนละไม อ่อนโยนในตัว...ทำให้บรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นดั่งกัลยาณมิตร... มีการคิดช่วยกันถึงหนทางที่จะเอื้ออำนวยให้ ทนพ.ฉัตร ได้พบหนทางของการพัฒนางาน R2R ของตนเองต่อไป ... เพราะช่างเป็นผู้ที่มีใจมุ่งมั่นเหลือเกิน

ข้าพเจ้านั่งอยู่ตรงนี้...ด้วยใจที่ปิติสุข

ไม่ได้รู้สึกกังวลใจเลยว่ามีผู้คนมาห้อมล้อม ทนพ.ฉัตร น้อยกว่าวงอื่นๆ เพราะบางครั้งผู้คนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเฉพาะทาง และกลุ่มคนหน้างานคล้าย ทนพ.ฉัตร ก็มีน้อยด้วย จึงเป็นเรื่องที่ไม่หน้าแปลกใจ ... แต่ในอนาคต หากว่าสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เข้มแข็งและลุ่มลึกขึ้น ไม่ว่าวงไหนๆ ก็จะเต็มไปด้วยคนฟังที่มองเห็นคุณค่าแห่งการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ดีใจที่ได้นั่งฟัง ทนพ.ฉัตร ...ไม่ผิดหวังเลยกับการเดินตามหาห้อง และมีที่นั่งว่างพอได้นั่งลงฟัง ด้วยใจที่ปรารถนาใคร่รู้

ทนพ.ฉัตร กำลังแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ฟัง

R2R - Facilitator (พี่จิ๋ม)ทีมงานอันเข้มแข็งเปี่ยมด้วยคุณภาพจาก รพ.สรรพสิทธิประสงค์

และ Note Taker...ผู้เปี่ยมด้วยบุคลิกและแววตาอันอบอุ่น

ก่อนที่วงแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะหมุนวนอีกรอบ ...ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเก็บภาพในช่วงแรก

นพ.เพียรศักดิ์  แซ่หว่อง จากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี กำลังเล่าเรื่อง "การพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยเด็กระบบหายใจเรื้อรังอย่างครบวงจร"

นพ.ณัฐชัย  นิธิอภิญญาสกุล จากโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กำลังเล่าเรื่อง "โรงพยาบาล Node โรคตา การบริการไร้รอยต่อเชิงรุกทางจักษุ" ซึ่งเป็นต้นแบบของความต่อยอดและต่อเนื่อง ขยายผล...ทีมบำบัดรักษาทางจักษุได้ดี ซึ่งเมื่อปีที่แล้วข้าพเจ้ามีโอกาสได้นั่งฟังและสกัดความรู้จาก พญ.อัจฉรา  นิธิอภิญญาสกุล จึงค่อนข้างรู้สึกประทับใจใน R2R ทีมนี้ที่มีความมุ่งมั่นต่อเนื่องในการพัฒนางาน R2R

คุณจารึก  มณีโชติ กำลังเล่าเรื่อง "นวัตกรรมประดิษฐ์ฟันยางใช้ในผู้ป่วยทำ Rigid Laryngoscope" จากโรงพยาบาลกระบี่

ภาพบรรยากาศกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ได้ไปนั่งล้อมวงด้วย ได้แต่ชะม้ายตาไป

แต่ละวงนั้นล้วนแล้วแต่น่าสนใจทั้งนั้นเลย 

 

๑๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓

ภาพงานช่วงเช้าของวันที่สอง