ข้าวต้มมัด : โจทย์การเรียนรู้ของคนต่างวัยในงานบุญหอพักของชาว "มมส"

ด้วยหวังว่ากิจกรรมห่อข้าวต้มมัดนั้น จะเชื่อมโยงให้คนหลากวัยได้เรียนรู้กันและกันอย่างเป็นมิตร มีการถ่ายโยงภูมิปัญญาต่างๆ จากผู้ใหญ่ให้เด็กๆ มีการเสวนาพาทีถึงสาระทุกข์สุขดิบของชีวิต

 

ผมเป็นคนประเภทคิดไปเรื่อย  อยากทำโน่นทำนี่อยู่ไม่รู้จบ  ทำเอาคนรอบตัวออกอาการเหนื่อยและท้อไปก็บ่อย  แต่ทั้งปวงนั้น  มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเพียรพยายามที่จะสร้างงานและสร้างองค์กรเป็นที่ตั้ง 

ปีที่แล้ว,  ผมฝากแนวคิดให้ชาวหอพักได้ทบทวนเรื่องกิจกรรมที่มีขึ้นอยู่หลายประเด็น
โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมพัฒนานิสิตในหอพักนั้น  ควรต้องเปิดโอกาสให้หลายๆ ส่วนมีบทบาทต่อการร่วมคิดร่วมทำมากกว่าที่ผ่านมา
 

ผมพูดเช่นนั้นเพราะส่วนใหญ่แล้ว  กิจกรรมต่างๆ มักจะถูกสร้าง หรือรังสรรค์ขึ้นจากเจ้าหน้าที่
หอพักแทบทั้งสิ้น เรียกได้ว่านิสิตหอพัก หรือกรรมการหอพักก็แทบไม่มีโอกาสได้เข้ามาร่วมคิดด้วยตั้งแต่แรก  กิจกรรมบางกิจกรรมดูดีมีสาระ แต่พอถึงเวลาลงแรงจริง กลับกลายเป็นว่าไม่บรรลุผลเท่าที่ควร  ทั้งหลายทั้งปวงนั้นมีสาเหตุหลายประการ อาทิ  กิจกรรมไม่ตอบสนองความต้องการของนิสิต เพราะไม่ได้คิดจากมุมของนิสิต  อีกทั้งนิสิตไม่ได้มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเรื่องเหล่านั้นด้วยวิธีของเขาเอง จึงพลอยให้ดูเหมือนว่า  มันมีช่องว่างในเรื่องของการมีส่วนร่วมอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ทันทีที่ผมถูกมอบหมายให้เข้ามารับงานในหน่วยงานของหอพักเพิ่มอีกงานหนึ่ง  ผมไม่ลังเล
ที่จะเปิดเวทีในเรื่องนี้ชัดเจน  โดยฝากย้ำเป็นแนวคิดว่ากิจกรรมของชาวหอพัก  ควรเปิดโอกาสให้ “พลเมืองของหอพัก” ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงทั้งเจ้าหน้าที่ นิสิต พ่อบ้าน แม่บ้าน หรือแม้แต่ รปภ. ก็ไม่เว้น 

เช่นเดียวกันนั้น  ผมยังพยายามสร้างกุศโลบายให้พลเมืองหอพักได้รู้สึกว่าตนเองเป็น
คนบ้านเดียวกัน” อย่างสนิทแน่น  ไม่มีการแบ่งขั้ว ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ  ด้วยการซ่อนซุกแนวคิดไว้ในกิจกรรม “ทำบุญหอพัก”
...
 

ปีที่แล้ว,  ผมชวนคิดชวนคุยในเวทีประชุมประจำเดือนว่า  ในทุกปีกิจกรรมนี้มักมีแต่เฉพาะการตักบาตรและเลี้ยงพระเท่านั้น  หรืออย่างมากก็นิมนต์พระมาเทศน์ เสร็จแล้วก็มีการรับประทานอาหารร่วมกัน  ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นมานานหลายปี...

 

ครั้งนั้น  ผมชวนให้ทุกคนคิดถึงคำว่า “งานบุญ” ร่วมกันอย่างเข้มข้น  ด้วยการชูประเด็นว่าสัญลักษณ์งานบุญของคนอีสานมีอะไรบ้าง  เจ้าหน้าที่หอพักดูจะเงียบไปนานกับคำถามนี้  ตรงกันข้ามกับเหล่าบรรดากลุ่มแม่บ้านต่างชูไม้ชูมือบอกกับผมว่า “ข้าวต้มมัด!”

ครับ, มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ  เพราะในวิถีแห่งงานบุญนั้น  คนอีสานต้องมาจับกลุ่มรวมตัวกันห่อข้าวต้มอย่างคึกคัก  ใครมีกล้วย มีข้าวสาร มีน้ำตาล ...ใครมีถั่ว มีใบตอง ก็ถือติดไม้ติดมือมาคนละนิดคนละหน่อย  ช่วยกันห่อช่วยกันมัด ช่วยกันต้มอย่างอิ่มสุข  แถมยังได้ตั้งวงเสวนาพาทีถึงเรื่องราวนานาประการอย่างออกรสออกชาติ

 


ครั้งนั้น  ผมยังชวนคุยไปยาวไกลเลยว่า  ในสังคมไทยนั้นผูกพันกับใบตองกันอย่างไร ข้าวต้มมัดคือสัญลักษณ์ใดในชีวิต รวมถึงการผูกโยงเรื่องราวไปถึงภาพอดีตที่ยังไม่มีวัฒนธรรมของการ “แจกซอง”  กันสักเท่าไหร่  ใครมีปลาในหนอง ใครมีไก่ มีผัก มีผลไม้ในสวนก็หอบหิ้วเอามาช่วยเจ้าภาพกันอย่างอบอุ่น ใครมีเงินมีทอง ก็ช่วยกันไปตามศักยภาพ  ครั้นช่วยงานบุญเสร็จสิ้นแล้ว  ขากลับก็ได้ข้าวต้มมัดนี่แหละถือติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากให้กับคนทางบ้านที่ไม่ได้มาด้วย 

ดังนั้น  ในปีที่แล้วผมจึงฝากให้ทุกคนได้นำพาเอากิจกรรม “ห่อข้าวต้มมัด” เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการทำบุญหอพัก  ด้วยหวังว่าข้าวต้มมัดจะสร้างเวทีแห่งการทำงานร่วมกันของพลเมืองหอพักได้เป็นอย่างดี  รวมถึงชวนให้เจ้าหน้าที่หอพักและนิสิตที่เป็นคนวัยหนุ่มวัยสาวได้หวนคิดถึงเรื่องบางเรื่องที่กำลังหล่นร่วงออกไปจากสังคมอีสานของตนเอง

เสียดายก็แต่ปีที่แล้ว  ผมไม่มีโอกาสได้เข้าไปสังเกตการณ์บรรยากาศนั้นด้วยตนเอง  เพราะต้องเดินทางลงพื้นที่  จึงได้แต่ฝากคิดฝากย้ำให้ทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างจริงใจ

 

ปีนี้ผมยังคงยึดมั่นในวิธีการดังเดิม  แต่ตั้งเป้าว่าจะไปขลุกอยู่กับวิถีงานบุญนั้นด้วยตนเอง พร้อมๆ กับการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของพลเมืองหอพักอย่างใกล้ชิด  ด้วยหวังว่ากิจกรรมห่อข้าวต้มมัดนั้น จะเชื่อมโยงให้คนหลากวัยได้เรียนรู้กันและกันอย่างเป็นมิตร  มีการถ่ายโยงภูมิปัญญาต่างๆ จากผู้ใหญ่ให้เด็กๆ มีการเสวนาพาทีถึงสาระทุกข์สุขดิบของชีวิต  รวมถึงการซ่อนนัยยะเรื่องการสำรวจความพึงพอใจของนิสิตที่มีต่อการให้บริการด้านหอพักอย่างนุ่มเนียนไปในตัว 

ครับ  เรื่องบางเรื่องผมไม่ได้พูดชัด แต่ผมก็กำหนดโจทย์การเรียนรู้ไว้ในใจอย่างจัดแจ้ง  โดยเฝ้ามองว่าใครแต่ละคนจะเข้าใจและค้นพบโจทย์ หรือกุศโลบายเหล่านั้นได้บ้าง  ยิ่งในกระบวนการทางภูมิปัญญาชาวบ้านในแบบวิถีไทนั้น  ผมยิ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด  ผมเฝ้ามองการสอนงานจากแม่บ้านพ่อบ้านไปยังเจ้าหน้าที่และนิสิตแบบลูกแบบหลาน ทั้งการปลอกเปลือกลูกมะพร้าว การขูดมะพร้าว  การฉีกใบตองและตากใบตอง  การห่อและมัด  การก่อไฟ การตั้งเตา การควบคุมอุณภูมิ  รวมไปถึงอะไรๆ อีกจิปาถะ 

งานครั้งนี้  ผมเฝ้ามองและอมยิ้มอยู่อย่างแสนสุข  เพราะภาพที่เกิดขึ้น  มันคือภาพแห่งชีวิตของพลเมืองหอพักที่เทใจมาร่วมคิดร่วมทำกิจกรรมด้วยกันอย่างสนิทแน่น  นี่คือภาพสะท้อนที่ฉายให้เห็นความไม่มีชนชั้น  นี่คือภาพสะท้อนแห่งมิตรภาพของคนต่างวัย  นี่คือความงามของความเป็นไทย ทั้งความเป็นศิลปะ และความเป็นสายสัมพันธ์แห่งวันวัยของชีวิตที่งดงามแบบไม่แยกชั้นวรรณะ... 


แน่นอนครับ งานนี้กลายเป็นว่าพ่อบ้านแม่บ้าน สวมบทบาท “ครูภูมิปัญญา” อย่างน่าทึ่ง  ซึ่งผมถือว่า  เพียงข้าวต้มมัดในงานบุญเล็กๆ เท่านี้ ก็สามารถเป็นโจทย์แห่งการเรียนรู้ได้อย่างมากมายก่ายกอง  มันช่วยให้เราเห็นคุณค่าและศักยภาพของกันและกัน  และเห็นความงามในตัวตนของคนแต่ละคนอย่างไม่ต้องสงสัย รวมถึงเห็นความเป็นไทยเล็กๆ น้อยๆ ที่คนหนุ่มคนสาวกำลังลืมเลือน

  

และเหนือสิ่งอื่นใดในปีนี้  ไม่เพียงเรื่องข้าวต้มมัดเท่านั้นที่ผมผูกเป็นโจทย์ให้พลเมืองหอพักได้เรียนรู้ร่วมกัน  แต่ผมยังหยิกแซวว่า  มันจะดูดีมีเสน่ห์แค่ไหนถ้าเราร่วมรณรงค์ให้แต่งชุดออกไทยๆ มาตักบาตร  บอกกล่าวให้นิสิตไม่ใส่ขาสั้นมาตักบาตร อาจจะยังไม่ต้องเน้นมาก แต่เริ่มจากพวกเรานี่แหละ...รวมถึงทานข้าวทานปลาร่วมกันแล้ว  ก็ลองชวนกันทำความสะอาด เก็บกวดขยะเล็กๆ น้อยๆ ร่วมกันบ้างก็น่าจะดีไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ทั้งนี้ยังรวมถึง การชักชวนให้พ่อบ้านแม่บ้าน หรือ รปภ.มาร่วมทำบุญตักบาตรและทานข้าวร่วมกัน  ใครมีลูกมีหลานก็ชวนกันมาอย่าได้เคอะเขิน เพราะเรามัน “คนบ้านเดียวกัน”  ไม่มีแบ่งชั้นวรรณะ... 

และที่สำคัญ  ปีนี้อย่าลืมเรียนเชิญท่านอธิการบดีและคณบดีมาด้วย  ไม่ใช่ทำแต่เฉพาะเราเหมือนที่เคยทำๆ กันมา  เพราะนี่คือกลยุทธของการเปิดตัวองค์กรไปสู่หน่วยงานในมหาวิทยาลัยไปในตัว 

หรือแม้แต่  จะดีไหม-หากวันทำบุญตักบาตรของชาวหอพักมีดนตรีไทยมาบรรเลงด้วย  (ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยทำกันมาก่อน) 

ผมแค่สะกิดชวนคิดเล่นๆ  เท่านั้น  ไม่ถึงกับสั่งการใดๆ  และไม่ได้ชี้ทางว่าหากจะมีกิจกรรมเช่นนี้  พวกเขาต้องติดต่อประสานงานจากส่วนใดมาบ้าง  เพราะผมกำลังทดสอบว่า พวกเขามองและคิดเรื่องเหล่านี้กันอย่างไร  และมีเครือข่ายในเรื่องเหล่านี้สักกี่มากน้อย  ถ้าเขาอยากมีกิจกรรมทำนองนี้  ด้วยเห็นว่ามันสำคัญ  (ไม่ใช่เพราะไม่เคยทำมาก่อนเลยอยากจะทำขึ้นให้เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่) ผมก็เชื่อมั่นว่า เรื่องนี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่จะติดต่อ หรือขอความอนุเคราะห์จากคณะมาได้


และแทบไม่น่าเชื่อ  ผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน  ผู้รับผิดชอบโครงการก็รายงานทางโทรศัพท์ว่า  พวกเขาติดต่อประสานงานวงดนตรีไทยชุดเล็กมาร่วมบรรเลงได้  พร้อมทั้งยืนยันว่า “มากันด้วยใจ...ไม่มีค่าจ้าง”  ซึ่งนั่นก็มาจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์นั่นเอง 

ครับ งานทำบุญตักบาตรชาวหอพักผ่านพ้นไปได้ด้วยดี  มีกิจกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างนุ่มเนียน  มีเครือข่ายการทำงานมากขึ้น และที่สำคัญคือมีการเรียนรู้ความเป็นไทยผ่านคนต่างวัยอย่างน่ายกย่อง 

 

สำหรับผมนั้น  ผมยังยืนยันว่า  ผมยังมีความสุขกับการคิดไปเรื่อยเปื่อย คิดโน่นคิดนี่ไม่รู้จบ  รวมถึงมีความสุขกับการสร้างโจทย์การเรียนรู้ไปเรื่อยๆ  บางครั้งก็บอกโจทย์ชัดแจ้ง แต่บางครั้งก็จำต้องแกล้งซ่อนซุกไว้อย่างเงียบๆ รอเวลาให้สถานการณ์จากการลงแรงจริงได้ทำหน้าที่เป็นผู้เฉลยด้วยตัวของมันเอง 


นี่คือเรื่องเล็กๆ ในวิถีความเป็นไทยที่ผมไม่อาจละเลยไปได้ และนี่คือวิธีคิดและวิธีการจัดการความรู้ในแบบฉบับของผม  ที่ผมคิดว่า ยังไงๆ ผมก็ยังมุ่งมั่นที่จะคิดและทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ... 

 

ถามว่าเหนื่อยไหม..
สำหรับผมแล้ว ผมไม่เหนื่อย
แต่สำหรับลูกทีม หรือนิสิตนั้น -
คงต้องให้เขาตอบเองว่า..เหนื่อยมากไหมกับวิธีคิดและวิธีสอนงานของผม
!...

ถามกันเอง นะครับ

 

 
3-4 กรกฎาคม 53
หอพัก มมส.

 

หมายเหตุ
ภาพโดย
พนัส ปรีวาสนา
สวนีย์  แท่นทอง
ทีมงานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin

คำสำคัญ (Tags)#msu-km#ทำบุญตักบาตร#กิจกรรมนิสิต#ข้าวต้มมัด#กองกิจการนิสิต มมส#กิจกรรมมหาวิทยาลัย#หอพัก มมส#3 d

หมายเลขบันทึก: 374834, เขียน: 14 Jul 2010 @ 00:01 (), แก้ไข: 06 Sep 2013 @ 23:12 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 25, อ่าน: คลิก


ความเห็น (25)

ดีใจนะครับ ที่ได้อ่านบันทึกนี้ก่อนนอน

ชื่นชมคุณแผ่นดิน นะครับ

..

ภาพสะท้อนแห่งมิตรภาพของคนต่างวัย  นี่คือความงามของความเป็นไทย ทั้งความเป็นศิลปะ และความเป็นสายสัมพันธ์แห่งวันวัยของชีวิตที่งดงามแบบไม่แยกชั้นวรรณะ... 

ถ้า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คือ มศว.สารคามสมัยนั้น

 

...คนใกล้ตัวเคยเรียนอยู่ที่นี่ 1 ปี ก่อนจะลาออกไปเรียนพยาบาล

ดีใจกับการปฏิวัติแนวคิด และวิธีปฏิบัติ ของ คุณแผ่นดิน  นะครับ

...

เป็นกำลังใจให้เสมอมา

 

สวัสดีค่ะอาจารย์

  • ดีใจที่ได้อ่านบันทึกของอาจารย์ค่ะ
  • คิดว่านิสิตทุกคนคงอิ่มบุญ อิ่มใจ ในการทำความดี
  • เขาอาจจะเหนื่อยในการทำงาน
  • แต่ผลของงานน่าจะเกินคุ้ม
  • เป็นงานบุญที่แสดงออก และดำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตไทย ๆ ได้ดี น่าชื่นชมจริง ๆ ค่ะ
  • อาจารย์สบายดีนะคะ  ระลึกถึงเสมอค่ะ

ทั้งคำบอกเล่า ความคิด ภาพ ฯ ดีมากๆค่ะ พี่ดาชอมมาก ๆ นี่แหละไทยๆของเรา ขอบคุณมากนะคะ พี่ดาก็มีไทยๆเหมือนกันเชิญ นะคะ

    กอไผ่มีดีอะไร

เขียนเมื่อ 

สิ่งที่อาจารย์และนิสิตช่วยกันทำเป็นสิ่งที่ดีมากๆ  ชื่นชมๆๆค่ะ

ที่โรงพยาบาลคุณท้องฟ้า ส่วนมากเราก็แบ่งปันธรรมะด้วยวิธีการต่างๆค่ะ  หมอแอมไปเรียนต่อเฉพาะทาง เราก็ให้ธรรมะนำทางไปค่ะ

 

เขียนเมื่อ 
  • แวะมาทักทายด้วยความชื่นชม
    "กิจกรรมข้าวต้มมัดมัดใจชน" ยอดเยี่ยมค่ะ
  • กิจกรรมใดก็ตามที่ทำด้วยใจ  ย่อมเกิดความสุขทุกฝ่าย
  • ขอบพระคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

ข้าวต้มมัด สานสายใย ผูกพันใจนักเรียน ชาวบ้าน ในชุมชน

พี่ก็ห่อข้าวต้มเป็นนะ แต่ต้มทีไรไม่สุกซักที

ก็เลยเป็นฝ่ายห่ออย่างเดียว งานบุญบ้านเรา ห่อข้าวต้ม บีบข้าวปุ้น

(มีความสุขที่สุด) ถึงจะเหนื่อยก็เถอะ (เด็กจะกล้าตอบเหรอ กลัวอาจารย์ อิๆๆ)

อิ่มบุญจริงๆค่ะ ขอบคุณที่แวะไปให้กำลังใจนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

ได้เห็นบรรยากาศการทำข้าวต้มมัด

น่าชื่นใจค่ะ

แวะมาทำบุญด้วย ได้บุญ บรรยากาศน่ารักอบอุ่นแบบไทยๆ ค่ะ รวมทั้งหนุ่มน้อยคู่นี้

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะมาชื่นชมกิจกรรมที่ไม่มีชนชั้น และการเรียนรู้กับการทำข้าวต้มมัดค่ะ หนุ่มน้อยน่ารักมากนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ.คุณแสงแห่งความดี

มมส..วันนี้ คือ มศว.มหาสารคาม เมื่อหลายปีที่แล้ว
ผมจบการศึกษาจากที่นี่ เมื่อปี 2538
และยังรู้สึกว่า ยังต้องเรียนและเป็นคนของที่นี่ไปอีกนานและนาน

กิจกรรมครั้งนี้  ผมถือว่าเป็นโจทย์การเรียนรู้ที่ใหญ่มาก
ไม่เพียงสะกิดให้หวนคิดถึงเรื่องราวความเป็นไทยในอีกครรลองหนึ่ง
แต่ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่หอพัก หรือแม้แต่นิสิตหอพักเกิดมุมมองที่หนักแน่นขึ้นเกี่ยวกับพ่อบ้าน แม่บ้าน ...หรือแม้แต่ช่าง และ รปภ. ว่าคนเหล่านี้  เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในทางภูมิปัญญาเสมอ  ขึ้นอยู่กับว่า  จะได้รับโอกาสให้แสดงตนในบริบทขององค์กรหรือไม่เท่านั้นเอง..

ขอบคุณครับ

รู้สึก ปลื้มใจ แทนสถาบันการศึกษาแห่งนี้ไม่ได้ จริง ครับ

ที่มีคุณแผ่นดิน...เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันการศึกษา แห่งนี้

...

ผมหลับตา..คิดและยิ้มอย่างมีความสุข ครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ อ.อิงจันทร์

งานครั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมดึงความทรงจำของตัวเองออกมาเป็นโจทย์...
เคยพบเห็นและประทับใจกับการห่อข้าวต้มในวิถีงานบุญที่บ้านเกิด
ข้าวต้มมัดที่ว่านี้  เป็นสะพานใจของผู้คน
เป็นการงานแห่งภูมิปัญญาไทย
เรียบง่าย แต่งดงาม
คนรุ่นใหม่...บางทีก็ละเลยไปก็มาก
อาหารถุง...เกลื่อนชีวิต
ใบตองกล้วย และม้าก้านกล้วย  ดูจะเขินๆ กับยุคสมัยอย่างน่าใจหาย

...

ขอบคุณครับ

 

เขียนเมื่อ 

มาส่งกำลังใจให้ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน

ที่เรียบง่าย  แต่ทรงไว้ด้วยคุณค่าและความหมาย

เป็นกุศโลบายของคนโบราณที่เนียนจริงๆ  ในการเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชนนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่ดา กานดา น้ำมันมะพร้าว

ทุกวันนี้ ผมยังชอบฟังเพลงลูกทุ่ง..
ชอบบ้านทรงไทย...
ชอบทุ่งนา ป่าโคก
และรู้ตัวเสมอว่า...
หลายเรื่องที่พานพบในสมัยเด็กๆ ทุกวันนี้ ก็ยังเป็นภาพที่แจ่มชัด -มีชีวิต
ราวกับเป็นความทรงจำที่เป็นปัจจุบัน..นั่นเอง

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณท้องฟ้า 

ธรรมะ..นำทาง
เอาหัวใจนำพา เอาศรัทธานำทาง

...

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณธรรมทิพย์

ใช่ครับ อะไรๆ ที่ทำกันด้วยใจ ย่อมยิ่งใหญ่เสมอ
เพียงแต่ว่าวันนี้  ยังไม่มีโอกาสถามอย่างจริงๆ จังๆ ว่า  ในกระบวนการเรียนรู้ครั้งนี้ เป็นการเรียนรู้ที่ทุกคนมีความสุขกับโจทย์นี้สักกี่มากน้อย..
แต่กระนั้น  ก็ยังเชื่อว่า  ไม่สูญเปล่าหรอกครับ  อย่างน้อยก็ทำให้คนต่างวัยได้คุยกันมากขึ้นนั่นเอง

..

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ คุณปูpoo

ครับ,ข้าวต้มมัด จะช่วยร้อยรัดสายสัมพันธ์ของผู้คน...

นั่นคือ สิ่งที่ผมฝากหวัง ครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่วิไล บุรีรัตน์

งานบุญงานทาน,  เรามีข้าวต้มมัดเป็นสัญลักษณ์มานานแล้ว  เพียงแต่ว่า ในสถานศึกษานั้น ดูจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้สักเท่าไหร่  ปล่อยให้เกิดในวิถีของชุมชนสถานเดียว  ผมคิดว่า  การบูรณาการนำมาไว้ในกิจกรรมของมหาวิทยาลัยก็น่าจะไม่เสียหายอะไร  อย่างน้อยก็ได้เตือนความจำว่า  มีความหมาย...และมีค่าต่อการเรียนรู้เป็นไหนๆ...

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ อ.ณัฐรดา

เมื่อเช้าประชุมกิจกรรมทั่วๆ ไป ยังถือโอกาสสะท้อนเรื่องราวเหล่านี้อีกรอบ พร้อมๆ กับการเปิดบันทึกนี้ให้ทุกคนได้ดูในที่ประชุม..

ก็น่าชื่นใจครับ หลายคนสนใตเรื่องแลรูปภาพมากเป็นพิเศษ

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่เกด เกศนี บุณยวัฒนางกุล

ตอนนี้เด็ก ๆ โตมากขึ้น ดูกันอีกมุม แล้วกันครับ

Dsc_0108-1Dsc_0100-2

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ อ.rinda

ผมดีใจที่กิจกรรมนี้ เปลี่ยนแปลงสถานะของช่างชวน,แม่บ้านมาสู่การเป็นครูสอนภูมิปัญญาให้กับเจ้าหน้าที่หอพักและนิสิต  นี่คือการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ไร้ชนชั้น และเป็นการสอนด้วยวิธีแบบลูกๆ หลานๆ...

ผมมีความสุขกับภาพที่เกิดขึ้นมากเลยทีเดียว  บางทีนิสิต และเจ้าหน้าที่ อาจได้หวนคิดถึงคนที่บ้าน และเรื่องราวเหล่านี้บ้างว่า บัดนี้ ยังคงอยู่ หรือเลือนหายไปบ้างแล้ว แต่วันนี้ ที่ผมเอ่ยถามในที่ประชุม บางคนบอกอย่างใสซื่อว่า นี่คือครั้งแรกที่ได้ฟังเรื่องทำนองนี้ ...

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

วัสดีครับ คุณแสงแห่งความดี

ผมรู้สึกเสมอมาว่า ที่มีวันนี้ได้ ก็เพราะมหาวิทยาลัยสร้างและให้โอกาสการเรียนรู้แก่ผม..
ทุกวันนี้ จึงยังมีความสุขกับการทำงานแบบ 7 วันกับที่นี่ เพราะเราเหมือนรู้สึกว่าทำงานที่บ้านของตัวเองด้วยนั่นเอง

ขอบคุณครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ พี่ครูครูอรวรรณ

เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับกับแนวคิดนี้

เป็นกุศโลบายของคนโบราณที่เนียนจริงๆ  ในการเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน

ไม่เพียงเทานี้ครับ...กิจกรรมอื่นๆ ก็ล้วนสะท้อนภาพชีวิตและแนวคิดเช่นนี้ เป็นต้นว่า เย็บพานบายศรี  ก็ด้วยเหมือนกัน  ใครมีใบตอง, มีฝ้าย หรือด้ายขาวก็หยิบจับมาช่วยกัน

ผมว่า เป็นความเรียบง่าย..งดงาม และมีพลัง ครับ

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน

ยินดีที่รู้จักนะคะ

"ข้าวต้มมัด" เป็นชื่อที่คุ้นเคยเลยแวะมาอ่านค่ะ ข้าวต้มมัดถือว่าเป็นสื่อในการเชื่อมความสัมพันธ์ในวิถีชีวิตของคนไทยได้ดีค่ะ โดยเฉพาะในชนบท ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของการห่อข้าวต้ม การช่วยเหลือกันและกันทั้งพ่อบ้านและแม่บ้าน ช่วยกันห่อ ช่วยกันมัด หาฟืน ก่อไฟ ช่วยกันคนละไม้ละมือ.... และในที่สุดเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมก็ใช้เป็นของฝากกลับไปบ้านได้ เป็นการลงทุนอย่างเกินคุ้ม ชื่นชมคุณแผ่นดินค่ะ... ที่มองเห็นความเชื่อมโยงเรื่องนี้