โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม)

หลังจากทราบ ผลสอบเข้าสาธิตราม ของน้องกู๊ดดี้ ไม่นานนักพวกเราก็ต้องเตรียมตัวให้ลูกไปเรียน Summer ซึ่งในระดับชั้นอนุบาล 1 ทางโรงเรียนจะบังคับให้นักเรียนทุกคนเรียน เพราะเพื่อที่จะให้เด็กๆ ได้ปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ คุณครูและเพื่อนใหม่

บรรยากาศของ Summer ก็เต็มไปด้วย รอยยิ้มของเด็ก (ที่ปิดเทอมไปและเพิ่งเจอกัน) และคราบน้ำตา (ของเด็กที่เพิ่งเข้าใหม่ๆ) แถมยังได้เห็นความเป็นมิตร และความมีัน้ำใจของเด็กๆ แต่ละคนในการช่วยเหลือปลอบประโลมจิตใจกันอีกด้วยค่ะ เป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ

กลุ่มสาวน้อยชั้น ป.1 ที่ปลอบใจกัน น่ารักจนผู้ปกครองหลายคนเอ่ยปากชม..

ส่วนน้องกู๊ดดี้ จะเหลือเหรอคะ?? ถ้าไม่มีน้ำตาก็คงไม่ใช่น้องกู๊ดดี้แน่นอน..อิอิ ไหนๆ ก็วันแรกของการเรียน ต้องร้องไห้โชว์ซักหน่อย ว่าแล้ว ก็...อ๊ะจ๊ากกก แง๊ๆๆๆๆ

ลีลาของน้องกู๊ดดี้ ร้องไห้โชว์เพื่อนบริเวณหน้าห้องกับพี่ณี (คุณครูพี่เลี้ยง)

แต่พอร้องไปไม่ถึง 3 นาที ลูกก็ไปนั่งอยู่ในสภาพนี้ในห้องเรียน ก็บอกแล้วไง ไม่อยากให้เสียชื่อ ต้องร้องไห้โชว์พอเป็นพิธีซะหน่อยคร๊าบบบ...ส่วนคุณแม่ก็แอบเอากล้องให้น้าบุ๋ม (คุณแม่น้องพราว) ไปแอบถ่ายให้..

น้องกู๊ดดี้ นั่งสังเกตการณ์ภายในห้องเรียน

มาเรียนครั้งนี้ มีเพื่อนๆ พี่ๆ ที่รู้จักตามกันมาหลายคน ทั้งพี่นีร ชั้น ป.3 และ พี่นิว พี่ฟ้า เพิ่งเข้า ป.1 รวมทั้งน้องพราวเพื่อนรัก..มาจาก อนุบาลทองฤทัย กันหมดเลย

พี่ฟ้า พี่นิว น้องพราว และ น้องกู๊ดดี้..

พี่นีร รุ่นพี่สาธิตรามสุดหล่อ ชั้น ป.3 ศิษย์เก่าทองฤทัย

น้องกู๊ดดี้ได้อยู่ห้อง อนุบาล 1/1  คนละห้องกับน้องพราว (ซึ่งอยู่ อ.1/2) เด็กๆ ก็เศร้าไปบ้างเหมือนกัน น้องกู๊ดดี้ถามตลอดว่า "ทำไมคุณครูไม่จัดให้กู๊ดดี้อยู่ห้องเดียวกับพราวล่ะครับ" ส่วนน้องพราวก็บอกคุณแม่อีกด้วยว่า "หนูจะมีความสุขมากเลย ถ้าคุณครูให้หนูอยู่ห้องเดียวกับกู๊ดดี้" 555+ ติดกันเ ป็นตังเมเลย..

ป้ายชื่อคล้องคอ (แบบชั่วคราว) ของน้องกู๊ดดี้

คุณครูใช้คล้องเพียงวันเดียว ก็จำชื่อเด็กๆได้หมดทุกคนเลยค่ะ

ช่วง Summer จะมีเด็กๆ ในห้องประมาณ 28 คน คุณครู 2 ท่าน และคุณครูพี่เลี้ยงอีก 2 ท่าน คุณครูประจำชั้นน้องกู๊ดดี้ ชื่อ คุณครูอุ๋ม (อาจารย์รชนีกร พ่วงโพธิ์) และคุณครูแก้ม ส่วนคุณครูพี่เลี้ยงคือ พี่ณี และพี่หมาย..

อาจารย์รชนีกร พ่วงโพธิ์ หรือ คุณครูอุ๋ม

คุณครูประจำชั้นสาธิตรามคนแรกของน้องกู๊ดดี้

ทางโรงเรียนอนุญาตให้ผู้ปกครอง สามารถเข้าไปรับ-ส่งเด็กได้ในช่วงเรียน Summer ได้ เพราะจำนวนเด็กไม่เยอะมากเท่าไรนัก ซึ่งปกติจะไม่อนุญาตให้ผู้ปกครองขึ้นห้องเรียนเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ช่วง Summer คุณแม่ก็เลยได้เห็นบริเวณอาคารเรียนและห้องเรียนของลูก ห้องเรียนน้องกู๊ดดี้กว้างขวาง จัดได้เหมาะสมกับจำนวนเด็ก สะอาดดี ส่วนห้องน้ำก็อยู่ห้องบริเวณต่อเนื่องกับห้องเรียน โดยแยกส่วนเปียกและส่วนแห้ง ปลอดภัยต่อการเดินไปเข้าห้องน้ำของเด็กๆ ถัดจากห้องน้ำก็เป็นห้องพยาบาลต่อเนื่องกันไปเลย มีเตียงเล็กๆ น่ารักๆ จัดไว้ 3 เตียง..

สิ่งล่อตาล่อใจให้มาโรงเรียนของที่นี่ อันดับแรกคงเป็น เครื่องเล่นสำหรับเด็กอนุบาลที่เด็กๆ ทุกคนไม่พลาดที่จะเล่น กู๊ดดี้ตื่นมาแต่เช้าก็เพื่อมาเล่นของเล่นเหล่านี้ค่ะ แต่พอซักอาทิตย์ คุณครูก็มาเตือน ให้พาน้องเข้าห้องเรียนไปก่อนเลย คุณครูจะมีชั่วโมงให้เล่นอยู่แล้ว เพราะถ้าช้าจะทำให้น้องห่วงเล่น และอาจทำให้โยเยได้.. คุณแม่ก็คิดว่า น่าจะจริง เพราะพอเวลาเล่นนานๆ ทีไร บ่นอยากให้คุณแม่อยู่ด้วยทุกที อิอิ พูดคุยกันซักพัก วันต่อมา..ก็เข้าใจยอมเข้าห้องก่อน ไม่แวะเล่นของเล่น แม้จะทำสายตาวิงวอนไปซักนิด 555+

ช่วงเรียนอาทิตย์แรก พี่ณี แจ้งมาว่า น้องกู๊ดดี้ไม่กล้าเล่นเครื่องเล่นสไลเดอร์ คุณแม่ก็หัวเราะเลย ก็เพราะรู้ดีว่า เราไม่ค่อยได้พาลูกเล่นของปีนป่ายมากนัก และกิจกรรมที่น้องกู๊ดดี้เล่นที่บ้าน ก็จะเป็นประเภท ตัวต่อ เลโก้ โดมิโน่ หมากฮอท อะไรประมาณนั้น ..กิจกรรมกลางแจ้งที่ออกกำลังกายก็แค่ ขี่จักรยาน เตะบอล..

เอาล่ะ ต้องเตรียมฝึกทันทีเลย ไม่รอช้าอาทิตย์นั้น คุณพ่อพาไป Kid's Adventure สไลเดอร์ 4 ชั้น และบ่อบอลผจญภัยที่ใหญ่มากของห้าง แฟชั่น ไอส์แลนด์ ชั่วโมงละ 100 บาทคุณแม่เข้าได้ด้วย ไปเล่นติดกัน 2 วันเสาร์-อาทิตย์เลย สนุกกันไปทั้งคุณแม่ คุณลูก.. (แต่เล่นเอาคุณแม่แขนเคล็ดไป 3 วันแน่ะ)

อาทิตย์ถัดมา น้องกู๊ดดี้เลยกล้าเล่นเครื่องเล่นทุกชนิด เฮ้อ..โล่งอกค่ะ

แต่ของเล่นชิ้นโปรด ก็คือ พวงมาลัยเรือลำนี้เอง..

Summer นี้ได้เพื่อนใหม่จากสาธิต เพื่อนคนแรก คือ "น้องแอ้ม" สาวน้อยน่ารัก และ "น้องชมพู่" สาวหน้าคมตาหวาน เพื่อนห้องเดียวกัน ส่วนเพื่อนผู้ชายก็ได้ หนุ่มหล่อเข้ม 2 หนุ่ม คือ "น้องเชน" K.1 และ "น้องธีฑัต" อ.1/2 มาเป็นเพื่อน แม้จะอยู่คนละห้องก็เป็นเพื่อนกันได้ จริงไหมคะ??

น้องแอ้ม และ น้องชมพู่ อ.1/1 ห้องเดียวกัน

 

น้องเชน K.1 (English Program) และ "น้องธีฑัต" อ.1/2

ก่อนเข้ามาเรียนที่นี่ คุณแม่ก็ได้ค้นหาถึงหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนในเครือสาธิต ซึ่งก็พบว่า หลักสูตรของโรงเรียนในเครือสาธิต จะเป็นลักษณะ Child Center โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยเด็กจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบ และมีคุณครูเป็นผู้ชี้นำ กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมในการคิด และลงมือทำ โดยไม่เน้นในบทเรียนมาตรฐานการศึกษามากเกินไป ซึ่งจะทำให้เด็กมีอิสระทางความคิด สนใจในการร่วมกิจกรรมและพัฒนาความสนใจ ความสามารถของตนเองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งคุณแม่ก็คิดว่า น่าจะเหมาะสมกับพัฒนาการด้านต่างๆ ในวัยเด็ก โดยไม่เร่งในเรื่องของวิชาการและบทเรียนมากเกินไป ที่สำคัญคือ ขอให้ลูกสามารถปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ของสังคม และดูแลตัวเองให้ดำรงอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขก็เพียงพอ..

ผลงานบางส่วน ในช่วง Summer ของน้องกู๊ดดี้และเพื่อนๆ

ฝีมือระบายสีขั้นเทพของน้องกู๊ดดี้ ยังทำให้ใจแม่ละลายได้เหมือนเคย 555

ทุกๆ เช้า ช่วงแรกๆ ของการเปิดเรียน คุณแม่ก็มิวาย ทำตัวเป็น "ต้นตำลึง" ร่วมกับคุณแม่ตำลึงต้นอื่นๆ อีกหลายท่าน เกาะรั้วทุกๆ เช้า เฝ้าแอบดูพฤติกรรมน้องกู๊ดดี้ เพราะอยากรู้ว่า สถานที่แห่งใหม่ คุณครูใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ มากมาย และสังคมใหม่ๆ น้องกู๊ดดี้จะเป็นอย่างไรบ้างน๊า ?? 

ทำหน้าที่คุณแม่ตำลึง เกาะรั้ว แอบถ่ายรูปน้องกู๊ดดี้ช่วงก่อนพักกลางวัน

แอบถ่ายแบบ Zoom สุดๆ สังเกตมุมข้างๆ รูปจะมีขอบสีน้ำตาลของรั้วโรงเรียนติดมาด้วยค่ะ อิอิ

แต่ดูลูกก็มีความสุขดี เดินชมนก ชมไม้ไปตามเรื่อง น้องกู๊ดดี้เป็นเด็กช่างสังเกตและขี้สงสัยมาก จะมีคำถามกลับมาถามที่บ้านทุกวัน "คุณแม่รู้ไหมครับ สนามหญ้าเทียมที่โรงเรียน มีต้นไม้ใหญ่ที่โตทะลุหลังคาเลยครับ มันทำได้ไงครับ หรือมันโตจนหลังคาแตก" อีกวันก็.."คุณแม่รู้ไหมครับ ที่ห้องพยาบาลมีทั้งพัดลมและก็แอร์ครับ ทำไมคุณครูติดทั้ง 2 อย่างไว้ในห้องเดียวกันอย่างนั้นล่ะครับ? "

ภาพสนุกสนานหลังเลิกเรียนจาก Summer วันแรก

ไปรับช่วงเย็น ลูกกู๊ดดี้ร่าเริงมีความสุข ขอเล่นของเล่นไม่ยอมกลับ ปล่อยให้เล่นซักพักก็ต้องรีบชวนกลับ เพราะช่วงเย็นรถค่อนข้างติด กว่าจะถึงบ้าน กว่าจะได้เล่นได้คุยกัน ก็ถึงเวลานอนพอดี.. ตั้งแต่อยู่สาธิตน้องกู๊ดดี้นอนทุ่มครึ่ง ตื่น หกโมงเช้าทุกวันค่ะ

แต่เรื่องการรับประทานอาหาร คงต้องใช้เวลาปรับตัวซักระยะ โดยเฉพาะเรื่องเมนูอาหารที่โรงเรียน อาหารมีคุณภาพและหลากหลายมากมาย บางอย่างลูกไม่คุ้นก็ต้องหัดๆ กันไป กลับบ้าน 3 วันแรก กลับมาเล่าให้ที่บ้านฟัง สรุปคือ แทบจะไม่ได้ทานอะไรเลย แม้คุณครูจะช่วยป้อนกันไปบ้าง เพราะ 1. อาหารเป็นจานหลุม ไม่เคยเจอ อิอิ 2.อาหาร size ปกติเหมือนของผู้ใหญ่ เด็กๆ ต้องหัดช่วยตัวเอง 3. มีกำหนดเวลาทานอาหารอย่างเป็นระบบ หมดเวลาต้องเก็บ

แรกๆ คุณแม่เองต้องคอยเปิด website เพื่อคอยดูเมนูว่าวันนี้จะเป็นอะไร ถ้าเป็นของถูกใจและคุ้นปาก กู๊ดดี้ก็รอดแล้วล่ะลูก เย้ๆๆๆ

แม้จะหิวโซในช่วงเย็น กลับบ้านทีไรทานข้าวเย็น 2 รอบทุกวัน แต่เมื่อผ่านไปซักระยะ ก็พบว่า น้องกู๊ดดี้ทานอาหารได้หลากหลายและกล้าลองทานของใหม่ๆ มากขึ้น กู๊ดดี้จะเล่าว่า "คุณครูอุ๋มบอกว่า ให้ลองชิม ถ้าไม่อร่อยก็ไม่ต้องทาน แต่ยังไงก็ลองชิมดูก่อนครับ" ตอนนี้กู๊ดดี้ก็เลยลองชิมไปหมดค่ะ แต่ของหวานๆ ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี..

คุณแม่ก็เลยต้องช่วยที่โรงเรียนด้วยอีกแรง โดยน้าเก่งลงทุนไปซื้อจานหลุมๆ มาหัดให้น้องกู๊ดดี้ทานที่บ้าน ทานข้าวกล้องยี่ห้อเดียวกันกับที่โรงเรียน (ไปสืบมาจนรู้ว่ายี่ห้ออะไรค่ะ อิอิ) ปกติที่บ้านก็ทานข้าวกล้องกันอยู่แล้ว  แล้วก็หัดให้ลองทานอาหารแบบ size ผู้ใหญ่เองโดยไม่ช่วยเลย ตอนนี้ทุกเช้าเวลานั่งรถไปโรงเรียน คุณแม่จะจัดอาหารใส่ถาดไว้ให้ มีข้าว 1 กล่อง น้ำ ผลไม้ และนม 1 กล่อง ซึ่งน้องกู๊ดดี้ต้องนั่ง Car seat และหัดทานไปเองในรถ นอกจากเจอเมนูประเภทแกงจืดทั้งหลาย คุณแม่ก็จะช่วยป้อนบ้าง เพราะกลัวเลอะใส่เสื้อ ขับกันไป ป้อนกันไป..ประมาณนี้

ก็..ไม่มีอะไรจะเล่าต่อค่ะ นอกจากอยากเพียงแค่ขอให้ลูกปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่และมีความสุขกับชีิวิตการเีรียนที่ดำเนินไปก็เพียงพอ เพราะคุณพ่อคุณแม่ย่อมคิดคำนึงแต่สิ่งที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูกเสมอ..เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกในอนาคต ก็ัคนรักลูกนี่คะ..

ส่วนกิจกรรมใน Summer นี้จะมีอะไรต้องติดตามกันตอนต่อไปค่ะ


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com