แรงบันดาลใจที่สุดเท่ เพราะ KM
  1. 1.  อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ได้สร้างแรงบันดาลใจในการเขียนบล็อก



   *  ผมสนใจโกทูโนว์เมื่อตอนผมเป็นผู้บริหารโรงเรียนครับ  ขณะเป็นผู้บริหารโรงเรียนก็ชอบคิดนอกกรอบ ชอบศึกษานอกระบบ  นอกหลักการ    และ ที่ชอบมาก ๆ   และ ท้าทาย  ก็เรื่อง KM นี่แหละครับ    อยากจะทราบว่ามันมีจริงๆใหม  หรือมีแต่ในตำรา  ประมาณว่าคล้ายกับ QC  เป็นแบบประเภทที่ว่าเกิดในอเมริกา  โตในญี่ปุ่น  และ มาตายในไทย  KM จะเป็นอย่าง QC หรือเปล่า  ผมก็เลยสนใจติดตามมาทั้งอ่านหนังสือ และ เข้ารับการอบรม   ก็ยังไม่เห็นของจริงครับ


       วันหนึ่งมีโรงเรียนหนึ่งมาจัดนิทรรศการ เรื่อง LO และ KM  ผมก็ไปเรียนรู้และไปสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้บริหารโีรงเรียน  ก็คุยกันอยู่นานละครับ  คุยกันจนผู้บริหารท่านนี่น่าจะหมดมุขและคงจะเริ่มรำคาญผม เพราะผมถามมาก   ก็เลยบอกว่าถ้าสนใจ  KMใ้ห้ลองเข้าไปใน gotoknow  ผมก็เชื่อตามคำแนะนำ  ก็จึงเข้าไปใน gotoknow  เข้าไปแล้วก็ตื่นตาตื่นใจมากครับ  ยิ่งเข้าไปอ่านของคุณหมอวิจารณ์ด้วยแล้ว  นึกในใจว่านี่แหละ  มาถูกที่ถูกทางแล้ว


    แล้วผมก็ท่องไปในโลกของ gotoknow เพื่อเรียนรู้เรื่อง KM อย่างไม่รู้จักเบื่อหน่ายครับ   เว็บไซต์อื่นๆ ที่ผมติดตามอยู่   ผมทิ้งไปหมดเลยครับ   เข้ามาทุ่มกายเทใจให้กับ gotoknow อย่างเดียว  อ่านของหลายๆ ท่าน อ่านหลายๆบันทึก   รู้สีกว่าได้ของถูกใจครับ


     ทีนี้เมื่ออ่านแล้วหลายๆตอน  อ่านหลายๆคน   ก็เลยรู้สึกว่าอยากลองเขียนดูบ้างครับ   ไม่ใช่เอาแต่อ่านของเขาอย่างเดียว   ประมาณว่า "ของขึ้น" นะครับ   แรกๆก็ลองเขียนความคิดเห็นในบันทึกของท่านอื่นก่อนครับ      ต่อมาจึงลองเขียนบันทึกดูเองบ้าง


2   ได้พบปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง ในช่วงเริ่มต้นการเขียน


    *  ช่วงเขียนใหม่ ๆ  ผมยังหาความเป็นตัวของตัวเองไม่เจอครับ  ไม่ทราบว่าจะเขียนอย่างไรดี   เพราะไม่รู้จักใครเลย และ  ไม่ทราบจะขอคำแนะนำจากใคร   จึงเขียนแบบมวยวัด   เขียนแบบลองผิดลองถูก   แรกๆ  จึงมักจะหยิบยืมแนวคิดของคนอื่นๆ เอามาเขียนเป็นของตัวเอง  ซึ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่ครับ  ระยะแรกจึงเขียนแบบสะเปะสะปะไปหมดละครับ    กะว่าจะเขียนให้ดีที่สุด    แต่ก็ยังเหมือนไม่ใช่ KM ครับ    เพราะรู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรมชาติ   ไม่ใช่ตัวเรา


3   จากปัญหาและอุปสรรคในข้อ 2 มีแนวทางในการแก้ไขอย่างไรบ้าง


    *  ก็ลองสังเกตคนอื่นๆ ดูครับ  ว่าเขาเขียนอย่างไร   ก็สังเกตว่าเขาเขียนบนพื้นฐานความเป็นตัวของตัวเองครับ  ทีนี้ก็ลองเอาประสบการณ์จริงๆ ของตัวเองมาเขียนดูครับ   เอาประสบการณ์จริงของตัวเอง  ผสมกับความรู้เดิม  และ ความรู้ใหม่ๆ  ด้วยสำนวนภาษาที่เป็นตัวของตัวเอง กึ่งพูด  กึ่งสนทนา  ที่ไม่เน้นหลักการเขียนเท่าไร   ก็รู้สึกว่าค่อยดูเป็นธรรมชาติ  ค่อยมีความเป็นตัวของตัวเองขึ้นมาหน่อย


4.  จากการเริ่มต้นมาถึงปัจจุบัน เมื่อได้เขียนบล็อกแล้วได้รับประโยชน์และมองเห็นคุณค่าอะไรในการเขียนบล็อกบ้าง


    *   สำหรับประโยชน์ที่ได้รับ ส่วนตัวผมเองก็ต้องบอกว่า "คุ้มค่า" เลยครับได้พัฒนาตัวเองครับทั้งด้านความรู้ ทักษะ และ  จิตใจ  และ ที่สำคัญ ได้ฝึกการลดอัตตาไปในตัวครับ  ก็ขอขยายความหน่อยครับ  ว่าการพัฒนาแต่ละด้านเป็นอย่างไร


        ด้านความรู้   การเขียนบันทึกในgotoknow นี่  สำหรับผม ต้องหมั่นหาข้อมูล ต้องหมั่นหาความรู้ที่ใหม่ๆ อยู่เสมอครับ   อย่างน้อยภายในหนึ่งอาทิตย์นี่ต้องไปยืนหน้าชั้นหนังสือได้แล้วละครับ   จุดสำคัญ คือ  นอกจากได้เรื่องได้ราวมาเขียนใน gotoknow แล้ว   ยังเป็นการเพิ่มความรู้ให้ตัวเองโดยอัตโนมัติครับ


       ด้านทักษะ   เป็นการพัฒนาตัวเองทั้ง ฟัง พูด  อ่าน  และ เขียน  เพราะเราต้องคอยสังเกตุวิธีคิด ของผู้คนในชีวตจริง  วิธีคิด  ของผู้คนในบันทึก  ต้องสังเกตุติดตามอย่างรอบคอบ และ ไม่มีอคติ   ในจุดนี้  ก็เท่ากับฝึกทักษะด้านฟัง พูด อ่าน เขียน  รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ไปในตัวครับ    สิ่งที่ได้เพิ่มมาอีกทักษะเต็มๆ จากการเข้ามาในบันทึกนีก็คือ ทักษะ AI ครับ  ผมสามารถนำไปใช้ได้ในการทำงานจริง


      ด้านจิตใจ  จากการอ่านบันทึก และ เขียนบันทึก ทำให้จิตใจผมเย็นลง และ สงบลงกว่าเ่ก่าครับ  รู้จักคิด รู้จักไตร่ตรอง รู้จักใคร่ครวญ   ไม่ตัดสินใจแบบ รวดเร็ว  แต่ รุ่งริ่ง เหมือนแต่ก่อน


     ด้านการลดอัตตา   จากการแลกเปลี่ยนเรยนรู้กับกัลยาณมิตร  ทำให้อัตตาเราค่อยๆลดลงไป โดยไม่รู้ตัวครับ  จากการที่เราอ่านคนอื่น สังเกตุคนอื่น เริ่มทำให้เราเข้าใจคนอื่น  เริ่มลดตัวตนของตัวเอง  เริ่ม "ฟัง"   มากกว่า  "พูด" เริ่มที่จะยอมแพ้   มากกว่าเอาชนะ

    

5  หัวข้ออื่นๆ ที่อยากจะถ่ายทอด


     *  ผมว่าในการอ่านบันทึก  ควรที่จะต้อง "อ่านอย่างลึกซึ้ง"  ด้วยครับ  หรือ " deep   reading "   เพราะบางคนเข้ามาอ่านบันทึกแบบผ่านๆ  อ่านแบบ I   in  me  หรืออย่างดี  I  in it   พออ่านแล้ว ก็มาตีความ มาให้ข้อเสนอแนะ มาให้ความคิดเห็นเลย   ซึ่งยังจับประเด็นไม่ได้เลยครับ ก็รีบเข้ามาตีความ   รีบเข้ามาให้ข้อเสนอแนะ  ซึ่งมันไม่ใช่   ต้องอ่านลึกซึ้งให้เข้าใจไปถึง I   in  you  ครับ  จึงค่อยเข้ามาแสดงความคิดเห็นกัน  การที่จะเข้าไปถึง I in you  อย่างน้อยต้องศึกษา "บริบท" ของคนเขียนสักหน่อยก่อนนะครับ ว่าเขามีความเป็นมาอย่างไร  มีความรู้ความถนัดในเรื่องใด  มีประสบการณ์อย่างไร  มีความโน้มเอียงไปในทางใด  เมื่อเข้าใจเขาดีแล้ว  จึงค่อยแสดงความคิดเห็นให้สอดคล้องกับบริบทของเขา

 


   *   การแสดงความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วย   ผมว่าเราสามารถแสดงความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยก็ได้   แต่ต้องแสดงความคิดเห็นที่เคารพความคิดเห็นเดิม   โดยไม่ไปทับถมว่าความคิดเดิมนั้นผิด  และ ความคิดของตัวเองถูก  ดังนั้น เมื่อจะแสดงความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วย  ก็ควรจะขึ้นต้นในทำนองว่า


      "ผมขออนุญาตเสนอมุมมองที่แตกต่างครับ  ซึ่งความคิดเห็นของผมอาจจะผิดก็ได้   เป็นความคิดเห็นส่วนตัว  ไม่ใช่ความจริง  หรือ ไม่ใช่หลักการที่ถูกต้อง   ผมคิดว่าในเรื่องนี้......


     ครับ ก็ขอเล่ายาวๆ ได้เท่านี้แหละครับ   เป็นบันทึกที่ยาวที่สุดที่เคยเขียนมา