ประเพณีไหว้ครูประจำปีที่นิยมปฏิบัติสืบต่อกันมาถือเอาวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่ ๒ ของเดือนมิถุนายนเสมอ แต่ปีนี้โรงเรียนของฉันได้เลื่อนมาจัดในวันนี้คือสัปดาห์ที่ ๓ เนื่องจากเหตุผลหลายประการได้แก่ครูไม่ครบติดราชการตรงกันหลายท่าน 

        กิจกรรมเป็นแบบเรียบง่ายนักเรียนแต่ละห้องมีพานดอกไม้และพานธูป  คัดเลือกตัวแทนนักเรียนชายหญิงที่มีคุณสมบัติเป็นแบบอย่างของเพื่อน ๆ ให้เป็นผู้ถือพาน  และการตกแต่งพานให้เป็นแบบธรรมชาติดอกไม้หาง่ายในท้องถิ่น ไม่ควรซื้อและห้ามเด็ดดอกไม้ในโรงเรียน แต่ที่ขาดไม่ได้คือหญ้าแพรก ดอกเข็มและดอกมะเขือ 

         การประชุมสภานักเรียนธรรมาภิบาลมีมติร่วมกันว่า "ไม่ควรมีการประกวดพาน" เพราะพ่อแม่จะเดือดร้อนไปหาซื้อดอกไม้ที่อำเภอ  หาพานมาช่วยลูก ๆ จัด  ครั้งนี้นักเรียนขอรับผิดชอบจัดกันเองตามความสามารถที่มี    มีรุ่นพี่ชั้นมัธยมอาสาสมัครช่วยจัดพานให้น้องชั้นเล็ก ๆ  

         นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เป็นตัวแทนอ่านความสำคัญของการไหว้ครู และเมื่อพิธีการไหว้ครูเสร็จแล้ว นักเรียนร้องเพลง "พระคุณที่สาม" พร้อมกัน และติดตามด้วยกิจกรรมกตเวทิตาต่อคุณครูโดยเชิญคุณครูแต่ละท่านนั่งหรือนอน  ช่วยกันบีบนวดให้คุณครู และชงกาแฟหรือรินน้ำเย็นมาให้คุณครูดื่ม  กิจกรรมเหล่านี้นักเรียนเลียนแบบมาจากกิจกรรมของรุ่นพี่เมื่อปีที่ผ่านมา (ที่นี่ค่ะ )

         พิเศษสำหรับปีนี้ "นักเรียนขอให้โรงเรียนงดอาหารกลางวันที่เคยมีบริการ  แต่นักเรียนขอนำอาหารมาจากบ้าน และนำอาหารมาจัดเลี้ยงคณะครูทุกท่าน" คณะครูจึงรับประทานอาหารกลางวันที่แสนอร่อยและมีคุณค่าได้แก่แกงหน่อไม้ น้ำพริกผักต้ม  หน่อไม้ต้ม  แกงปลา ห่อหมก ต้มยำไก่ ไข่เจียว หมูทอด ผัดหมี่ ฯลฯ  ผักต้มและน้ำพริกมีหลายรูปแบบและผักหลายชนิดมาก  และบางชนิดเพิ่งจะได้ทราบว่าทานได้เช่นยอดโกสนอ่อน 

         ตอนบ่ายเป็นกิจกรรม"จิตสาธารณะ" นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แบ่งกลุ่มตนเองออกเป็น ๙ กลุ่ม  ตั้งตนเองเป็นผู้นำกิจกรรมและไปจัดกลุ่มน้อง ๆ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ และ ๕ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๒ มาเข้ากลุ่มของตนทั้ง ๙ กลุ่ม

        ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ให้ทำหน้าที่เช่นเดียวกับพี่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ทำหน้าที่เป็นผู้นำน้องนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ มาเข้ากลุ่มจำนวน ๙ กลุ่มเหมือนกัน 

        กลุ่มนักเรียนจิตสาธารณะจึงมี ๑๘ กลุ่ม  ทำหน้าที่ตามความสมัครโดยความคิดเห็นร่วมกันของสมาชิก ได้แก่การล้างห้องน้ำครู  ห้องน้ำนักเรียน การกวาดใบไม้รอบบริเวณ   การเก็บเศษขยะ  การรดน้ำต้นไม้ การล้างกระถางต้นไม้ การลบรอยขีดเขียน การขัดเสาอาคารเรียน  การตกแต่งต้นไม้  การทำความสะอาดโต๊ะเรียน  การขัดล้างกำแพงรั้วโรงเรียน การล้างอ่างบัว และการปลูกต้นกล้วย 

        กิจกรรมดังกล่าวใช้เวลา ๑ ชั่วโมง  นักเรียนกลับมายังห้องประชุมและถอดบทเรียนร่วมกันแต่ละกลุ่ม  ส่งตัวแทนออกไปนำเสนอกิจกรรม ปัญหาอุปสรรค และความภาคภูมิใจ  ปรากฏว่ากลุ่มล้างกำแพงได้รับรางวัลขวัญใจผู้มีจิตสาธารณะสูง  เพราะมีการออกตังค์ซื้อผงซักฟอกและไม่มีปัญหาในการทำงานสมาชิกทุกคนช่วยกันอย่างมีความสุข 

         เมื่อเห็นว่ากิจกรรมทั้งหมดที่นักเรียนร่วมคิดร่วมทำน่าจะนำมาเป็นกิจกรรมเด่นของโรงเรียนได้  จึงให้นักเรียนช่วยกันคัดเลือกกิจกรรมที่เห็นว่าน่าจะเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถเข้าสู่การเรียนรู้ได้ทั้งโรงเรียน  นักเรียนเสนอ "กิจกรรมการปลูกกล้วย" และออกเสียงแสดงความคิดเห็นกันหลากหลาย 

         นักเรียนช่วยกันสรุปและแสดงความคิดเห็นว่า กิจกรรมทั้ง ๑๗ กิจกรรมให้อยู่คงเดิม  นักเรียนจะถือปฏบัติทุกวันศุกร์ในตอนเย็น  ส่วนการปลูกกล้วยให้นักเรียนทุกคนในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการปลูกกล้วย  จึงรับข้อเสนอเข้าสู่การประชุม"นักเรียนธรรมาภิบาล" ในวันศุกร์ที่  ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๓ 

        วันนี้คุณครูทุกท่านใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เบิกบานและมีความสุข ที่เห็นนักเรียนช่วยกันทำงานและมีการแสดงออกอย่างเป็นสุข สามารถบอกความรู้สึกของตนเองได้   เพราะเป็นเรื่องที่นักเรียนคิดเอง ทำเอง โดยไม่มีใครบังคับและดูแลกันเองภายในกลุ่ม เคารพรุ่นพี่ที่เป็นผู้นำกิจกรรมอันเป็นหัวใจพื้นฐานของ กระบวนการ"จิตสาธารณะสู่ธรรมาภิบาล

        การสังเกตพฤติกรรมโดยรวม  เมื่อนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเขาไม่ต้องการให้ครูควบคุมหรือไปคอยสั่งการ  แต่เขาต้องการให้ครูสนใจและคอยดูอยู่ห่าง ๆ เพื่อเป็นกำลังใจ "ฉันถือไมค์และคอยพูดเย้าแหย่นักเรียนเป็นการให้กำลังใจตลอดเวลานั่นเอง"

       สุดท้ายก่อนเลิกกลับบ้าน  ผู้อำนวยการส่งท้ายนักเรียนด้วยเพลง "รอยไม้เรียว"ของไมค์ ภิรมย์พร  นักเรียนชอบใจและปรบมือแทบทุกวรรคของเนื้อเพลง 

        ขออภัยที่ลืมกล้องจึงไม่มีภาพมาให้ชม  รอชมในบันทึกต่อไปค่ะ  "นักเรียนจิตสาธารณะ "