เราเคยพบกันแล้วครับ ผมเคยมาที่นี่แล้ว
เมื่อผู้ชายในโลก Cyber ขอนัดพบและจะสร้างสานความสัมพันธ์ เคยคุยกันแต่ในโลกออนไลน์ก็มาระยะหนึ่ง แต่ครั้งนี้จะได้พบกันแล้ว ใจเต้นตึกตัก ไม่รู้ว่าตื่นเต้น หรือตื่นกลัว เมื่อเค้ากล้านัด เราก็กล้าพบ อย่างน้อยเราจะต้องมีเพื่อนหนีบข้างกายด้วย เอาน่าเราคงไม่ถูกหลอกเหมือนที่เป็นข่าวที่เคยรับรู้มา คิดได้ดังนี้แล้วจึงตกลงรับนัดโดยไม่ลังเล
เค้าขอนัดพบวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลาไม่ได้บอกแต่ฉันเดาเอาว่าเขาคงมาพบฉันที่ทำงาน เพราะเขารู้ว่าฉันทำงานอยู่ที่ไหน ด้วยเพราะเดินทางไกลฉันคิดว่าเขาคงเดินทางมาถึงที่ทำงานของฉันน่าจะประมาณ บ่ายโมงกว่า ฉันยังคิดไว้ว่าถ้าเขามาทันรับประทานอาหารเที่ยงฉันและเพื่อนจะพาเขาไปรับประทานอาหารที่ไหนดี ฉันรอด้วยความตื่นเต้นและกังวลเล็กๆว่ามิตรภาพของเราจะทำให้เขาผิดหวังหรือไม่...ปกติฉันจะไม่ให้เบอร์โทรศัพท์ของฉันกับใครๆที่ไม่รู้จักเลย ฉันนึกได้ว่าแล้วเขาจะติดต่อกับฉันได้อย่างไรจึงตัดสินใจให้เบอร์โทรฯของฉันไว้ที่บล็อกของเขาก่อนหนึ่งวัน แน่นอนว่ามันจะต้องถูกโพสต์ไปทั่วที่ใครเข้าไปอ่านบล็อกของเขา ไม่เป็นไรน่าโลกแห่งนี้มีแต่คนดีทั้งนั้นเพราะทุกคนล้วนเปิดเผยตนเอง ว่าเป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน ฉันได้ฝากเบอร์ของฉันไว้ที่บล็อกของเพื่อนเขาอีกครั้ง เผื่อเพื่อนของเขาจะโทรติดต่อเขาได้ เขาจะได้ติดต่อกับฉันได้
บ่ายสองโมงแล้วยังไม่มีวี่แววของเขาเลยทำยังไงดี จากที่ตื่นเต้นกลายเป็นความกังวลเข้ามาแทน ว่าเขาจะหลงทางขึ้นรถผิด ลงรถไม่ถูกสถานีแล้วเลยไปที่อื่นหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ แย่แล้ว! ฉันจึงตัดสินใจโทรไปที่ทำงานของเขา ลองเสี่ยงดูเพื่อที่จะขอเบอร์โทรศัพท์ของเขาและถามข่าวคราว แต่ถ้าได้เบอร์เขาแล้วถ้าโทรศัพท์เขาแบตเตอรี่หมดล่ะ ฉันไม่อยากคิดอีกแล้ว เมื่อโทรติดต่อที่ทำงานของเขาได้ฉันรีบแจ้ง ชื่อ-สกุล และที่ทำงานของฉันให้กับโอเปอเรเตอร์ปลายสายทันที การบอกที่ทำงานที่เป็นหน่วยงานราชการ อาจเป็นโอกาสที่ฉันจะได้เบอร์ส่วนตัวของเขา และแจ้งความประสงค์พร้อมเล่าให้หน่วยงานต้นสังกัดผู้รับสายทราบว่า เขานัดกับฉันไว้แต่ยังติดต่อกันไม่ได้อยากจะขอเบอร์โทรฯของเขาเพราะกลัวเขาจะหลงทาง ต้องบอกว่าโอเปอเรเตอร์น่ารักมาก บอกเบอร์โทรฯของเขาให้ฉันทราบทันที ฉันนึกในใจถ้าเป็นที่ทำงานของฉันจะไม่มีใครได้รับเบอร์โทรส่วนตัวเด็ดขาดจะมาขอกันง่ายๆทางโทรศัพท์ไม่ได้ ถ้ารูจักกันจริงก็ต้องติดต่อกันโดยตรงเลย ไม่ต้องติดต่อผ่านโอเปอเรเตอร์ของที่ทำงาน นอกจากให้ติดต่อกลับมาเวลาราชการและหรือไม่ก็โทรกลับมาอีกครั้งถ้าวันนั้นมาทำงานแต่ยังติดต่อไม่ได้หรือฝากข้อความไว้...เมื่อได้เบอร์โทรมาแล้ว ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วโทรกลับไปทันที ถามว่าเดินทางถึงไหนแล้ว เขาตอบว่าทำธุระที่กรุงเทพอยู่เลยช้าไป และกำลังจะออกเดินทาง ตอนนั้นบ่ายสามโมงแล้ว ฉันโล่งใจทันทีว่าเขาไม่หลงทางแน่ ถ้าเดินทางเร็วก็ประมาณ สี่โมงเย็น ถ้าช้าก็ประมาณสี่โมงครึ่งเราคงได้พบกัน เฮ้อ! โล่งใจยังไม่หลงไปไหน ฉันบอกเขาว่าถ้าถึง บขส.สระบุรีให้โทรฯบอกฉันเลยเดี๋ยวฉันจะไปรับที่ บขส. เพราะนั่งรถมาเองคงลำบาก
บ่ายสามโมงครึ่ง เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นและโชว์เบอร์โทรฯของเขา ฉันรับและรีบถามทันทีว่าถึงไหนแล้ว เขาตอบฉันว่า ถึงโรงพยาบาลแล้ว จะให้เขาไปตรงไหนดี...หา! ฉันอุทานอย่างตกใจไปตามสายที่คุยกันว่าทำไม่ถึงเร็วจัง ที่คุยกันเมื่อสักครู่นี่เขาบอกว่าอยู่ที่ บขส.สระบุรี และนั่งรถมาลงที่ทำงานของฉันเลย ฉันเลยบอกว่าให้รอข้างล่าง เนื่องจากฉันทำงานอยู่ชั้นสอง เดี๋ยวฉันลงไปรับ เขาบอกว่าจะไปรอที่ห้องแพทย์แผนไทยเลยได้มั้ย อ้าว! (ฮา) ปรากฏว่าเขาไปรอฉันอยู่ที่โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งเป็นโรงพยาบาลสาขา หรือที่เรียกว่า Extende OPD ที่อยู่กันคนละฝั่งถนนมิตรภาพ ห่างกันประมาณ 5 กม. .....ว่าแล้วฉันก็โทรฯบอกjajaเพื่อนที่ฉันจะพาไปต้อนรับกัลยาณมิตรด้วยกันวันนั้น ในที่สุดเราก็พบกันจนได้"ท่านวอญ่า" ผู้ชายในโลก Cyber ที่เรานัดพบกัน นัดจิบชากันที่โรงพยาบาลแก่งคอย พอดีที่ห้องแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาลแก่งคอยมีชาให้เลือกจิบหลายกลิ่นหลายรสเสียด้วยสิ พี่ตุ๊ก หัวหน้างานเป็นผู้ต้อนรับกัลยาณมิตรก่อนฉัน
เมื่อไปถึงและพบกัน ไม่ต้องสงสัยเลยฉันจำท่านวอญ่าได้แน่นอน ท่านบอกว่าเคยมาที่โรงพยาบาลแก่งคอยแล้วครั้งหนึ่ง เคยมาดูงาน เมื่อสองปีที่แล้ว ทำไมฉันไม่ค้นหูเลย โรงพยาบาลปากพะยูน นึกนานมากกว่าจะถึงบางอ้อ ที่นึกถึงโรงพยาบาลนี้ต้องนึกถึง “ปลาพะยูน”
เย็นนั้น ฉันและjaja ต้อนรับกัลยาณมิตรด้วยอาหารมื้อค่ำที่สระบุรี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจาก บขส.นัก นึกอยู่นานว่าจะพาท่านไปที่ร้านไหนดีเพราะร้านอาหารอิสลาม ยามเย็นเช่นนี้ไม่มี (แต่ตอนนี้นึกออกแล้ว ไว้โอกาสหน้าถ้ามีโอกาสได้ต้อนรับจะพาไปที่นี่....เลย อุบไว้ก่อน) ท่านบอกว่าขอไม่เป็นหมูก็พอ ค่อยคลายความกังวลใจลงไปบ้าง จึงตัดสินเข้าร้านที่ต้องบริการตนเองเช่นร้าน “อรุณจิ้มจุ่ม” ฉันแอบสังเกตเห็นว่าท่านไม่ทำให้พวกเราลำบากใจจริงๆ การคุยกันวันนั้นออกรสออกชาดมาก ฉันและ jaja หัวเราะกันตลอดตั้งแต่ได้พบกัน ท่านสร้างความสนิทสนมและคุ้นเคยได้อย่างดีมาก มีปัญหามาให้ทายมากมายแถมข้อคิดในการทำงานและการดำเนินชีวิต ต่างคนต่างเกรงใจกัน ไม่มีใครจะชวนกันกล่าวลา เพราะรู้สึกว่าเวลาที่ได้รู้จักกันและพบกันมันน้อยจังเลย จนถึงสามทุ่มฉันเกรงใจและเกรงว่าท่านจะถึงที่หมายต่อไปดึกเกินไป เพราะวันนั้นท่านต้องเดินทางไปร่วม “ค่ายจิตอาสา” ที่ รร.วิทยสัมพันธ์ จังหวัดพิษณุโลก และมาทราบภายหลังว่าท่านต้องนอนหลับที่ บขส.พิษณุโลก ก่อนจะเดินทางไปยังที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อกลับถึงบ้านฉันเพิ่งนึกได้ว่า ฉันนำกล้องติดไปด้วยแล้วทำไมเราไม่ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันไว้นะนี่ อิอิ
วานนี้ ฉันเปิดสมุดภาพเก่าๆ พร้อมกับตั้งใจค้นหา “รพ.ปากพะยูน” เมื่อพบชื่อนี้ฉันดีใจมาก สิ่งที่ฉันมองหาต่อไปคือ “ท่านวอญ่า” พบแล้วค่ะ รพ.ปากพะยูน มาศึกษาดูงาน ๕ ส. ที่ รพ.แก่งคอย ๒ รุ่น ในวันที่ ๗ และ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๐

รุ่น ๑ วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๐
วันนั้น ฉันได้กล่าวต้อนรับชาวปากพะยูนเอง
ทีมนี้ทำได้ทุกอย่างค่ะ ตั้งแต่ต้อนรับ นำเสนอ พาชมงาน พนักงานเสริฟ
รุ่นที่ ๒ วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๐


เห็นภาพก็ชัดแจ้ง น่าสนใจไปเยี่ยมชม
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ ครูหยุย
ด้วยความยินดีค่ะคุณครู
ขอบพระคุณ คุณครูที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ
ส่งใจด้วยคนครับ
สวัสดีค่ะ คุณครูดาวเรือง
ท่านวอญ่าเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก น่าเคารพมากจริงๆค่ะ
Tacit Knowledge มีอยู่ในตัวท่านมากเลยค่ะ
ขอบพระคุณ คุณครูค่ะ
"เรามาร่วมใจกันอธิษฐานให้ท่านวอญ่าหายป่วยเร็วๆนะคะ"
อ่านหัวข้อแล้วผมรู้สึกอยากลุ้นครับว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น อิอิ แต่เมื่ออ่านไปจนเกือบครึ่งก็พบว่า พระเอกในท้องเรื่องนี้กลายเป็นคนรู้จักเสียงั้น ผมเคยเจอพระเอกในท้องเรื่องหลายครั้งแล้วครับ ครั้งแรกเจอกันเมื่อครั้งผมไปบรรยายเรื่องการทำงานเป็นทีมที่ภูเก็ตและท่านก็ได้เข้าไปร่วมเรียนรู้ด้วย อีกครั้งหนึ่งผมได้รับเชิญให้ไปสอนเรื่องโปรแกรมบัญชีครัวเรือนที่พัทลุง ท่านก็ได้เข้าไปเรียนรู้ด้วยเช่นกัน และเราก็ได้เจอกันบ่อยขึ้นเพราะพระเอกในท้องเรื่องนี้เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของขบวนภาคประชาชนทั้งในระดับจังหวัดและในภาคใต้ เดินทางไปท่องเที่ยวเสีบตั้งไกลไม่ยักชวนผมไปบ้างเลย ผมเคยไปแก่งคอยเมื่อสมัยเป็นนักศึกษาตอนนี้นึกไม่ออกแล้วครับว่าสภาพเป็นอย่างไร เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยขนาดไหน ...
ขอให้พระเอกในท้องเรื่องหายป่วยเร็ว ๆ ขอให้เรียนจบ ป.โทเร็ว ๆ ด้วยนะครับ
สวัสดีค่ะ
มิตรภาพของชาวโกทูโนว์ไร้ขอบเขต และอบอุ่นจริงๆนะคะ..
สวัสดีค่ะ
เล่าเรื่องได้ดีมากค่ะ น่าสนใจ
อ่านแล้วก็ลุ้นไปด้วยค่ะ ท่านวอญ่านั่นเองที่มาเยือน หายไวๆค่ะท่านวอญ่า
สวัสดีครับน้องน้ำชา ขอบคุณที่นำภาพเก่าๆมาให้รำลึกครับ
(เมื่อผู้ชายในโลก Cyber ขอนัดพบและจะสร้างสานความสัมพันธ์ เคยคุยกันแต่ในโลกออนไลน์ก็มาระยะหนึ่ง แต่ครั้งนี้จะได้พบกันแล้ว ใจเต้นตึกตัก ไม่รู้ว่าตื่นเต้น หรือตื่นกลัว เมื่อเค้ากล้านัด เราก็กล้าพบ อย่างน้อยเราจะต้องมีเพื่อนหนีบข้างกายด้วย เอาน่าเราคงไม่ถูกหลอกเหมือนที่เป็นข่าวที่เคยรับรู้มา คิดได้ดังนี้แล้วจึงตกลงรับนัดโดยไม่ลังเล)
ประโยคหนึ่งที่สร้างความมั่นใจในการคบหาคือ "ไม่คอรัปชั่นความไว้วางใจที่ภรรยามอบให้ "บอกความหมายของนักเดินทางมิฉะนั้นท่านจะไม่มีโอกาสออกจากบ้านไปไหนได้เลยครับ
ด้วยความขอบคุณน้องน้ำชา ที่บันทึกมาให้รำลึกถึงการดูงาน 5 ส. งานนี้ผมเห็นแย้งกับเจ้าหน้าที่ผมบอกว่าความสำเร็จของแก่งคอยในวันนี้เราต้องไปศึกษาเบื้องหลัง(เป็นที่มาของการมาเยือนเป็นการส่วนตัว และหากมีโอกาสขอมาศึกษาเรียนรู้แบบฝังตัวให้รู้ลึกถึงการเปลี่ยนแปลงครับ
สวัสดีค่ะคุณน้ำชา
* อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยค่ะ คำว่ามิตรภาพเนี่ยยิ่งใหญ่จริงๆ เลยนะคะ
* ครูใจดีมีโอกาสพบกัลยณมิตร G2K 7 ท่านแล้ว ซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มีโอกาสเช่นนี้ และทุกท่านเหล่านั้นล้วนเป็นคนดีที่น่าคบหา มีจิตใจที่ดีงาม น้ำใจมากล้นค่ะ
* มีความสุขและอิ่มเอมใจไปกับผู้ที่ได้เจอกันทุกครั้งค่ะ
* ฝากความคิดถึงให้กับน้องแก้มและน้องเกมส์ด้วยนะคะ...
* คืนนี้ฝันดีค่ะ
แน่ใจว่าเจอ...ท่านวอญ่า
ต้องจำได้แน่นอน..อิอิ
อ่านแล้วชื่นใจมาก มิตรภาพที่ยั่งยืนของชาว gotoknow
เป็นบันทึกความทรงจำที่มีค่ามากคะ
สวัสดีค่ะ
มาส่งความคิดถึงไว้ให้เจ้าของบ้านค่ะ
มีความสุขมากนะคะ
ฝากหอมแก้ม น้องแก้มกับน้องเกมส์ด้วยนะคะ...
ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาครับ
ไม่ธรรมดามาก ๆ
ได้ข่าวว่าตอนนี้หายป่วยแล้วครับ
คงได้กำลังใจท่วมท้นจากพวกเราชาว G2K น่ะครับ
ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านที่ส่งกำลังใจให้กับท่านวอญ่า
ตอนนี้ทราบว่าท่านหายป่วยแล้ว และทำงานได้ตามปกติเหมือนเดิม
ขอบคุณค่ะ
พบพานไม่รู้จบ
พานพบอย่างรู้ใจ
มิตรภาพ ดำเนินไป
ยิ่งใหญ่-งดงาม
ตามมาดูงานทาง G2K ครับ