เราควรใช้ Hear หรือ Listen กันแน่

     ต่อจากตอนที่แล้ว การหัดฟัง คือการฟังอย่างเซียน พ่อบอกว่า ตอนนี้แหละที่เราจะได้ประโยชน์ในแง่การเรียนรู้ด้วย เคยสังเกตไหมว่าเราฟังเขาพูดตั้งนานบางที่ไม่ได้อะไรเลย แม้จะเกิดจากผู้พูด แต่ก็เยอะมากที่เกิดจากเราเอง ทีนี้ผมเอามาปะติปะต่อกัน และไปค้นได้มาจากงานเขียนของวันทิพย์ แห่งสำนักพิมพ์สายใจ เรื่องศิลปการฟัง มาประกอบด้วยเพื่อความสมบูรณ์ จนเป็น HEAR คือ Have a hearing checkup, Evaluate the evidence, Anticipate key piont and Review mentally.

     ซึ่งผมยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งตอนที่ Dr.Ka-poom ลงพื้นที่วิจัยที่พัทลุง เราได้เคยถกกันในประเด็นนี้ว่า การฟังเราควรใช้ Hear หรือ Listen กันแน่ อันนี้โยนให้อาจารย์ขจิต หรือพี่โอ๋ หากมาอ่านเจอ ช่วยไขข้อข้องใจให้หน่อยครับ มาต่อกันที่ HEAR ก่อนดีกว่าครับ เอาให้จดจำนำไปใช้ได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • Have a hearing checkup from and ear specialist. ประเด็นนี้คือความสามารถในการฟังที่เกิดจากพยาธิสภาพของหูเรา ง่าย ๆ คือ ต้องหูดีนั่นเอง
  • Evaluate the evidence the speaker offer to support. การประเมินหลักฐานที่ผู้พูดนำมาเสนอเพื่อสนับสนุนความคิดที่เขานำเสนอออกมา
  • Anticipate key piont of the communication, the meaning of the message. คาดการณ์ล่วงหน้าไปถึงถึงจุดเน้นสำคัญที่ผู้พูดกำลังสื่อสาร รวมถึงการให้ความหมาย
  • Review mentally the key point or ideas of the speaker. การทบทวน(ในใจ) ถึงจุดสำคัญ หรือความคิดของผู้พูด ขั้นตอนนี้เราน่าจะต้องพยายามหลุดออกจากกรอบของเรา ปล่อยให้อิสระรับฟังมาไว้ก่อน และทบทวนว่าผู้พูดไม่ได้พูดไปตามกรอบที่เราเคยรับรู้เสมอไป