ประตูแรกที่เราจะได้ใจคนอื่นมา เพราะใคร ๆ ก็อยากจะให้ฟังเขา แค่ฟัง ก็ได้มาแล้วกว่าครึ่ง

     วันนี้ผมได้สนทนากับพ่อในหลาย ๆ เรื่อง จริง ๆ แล้วพ่อเพิ่งทุกเลาจากอาการเวียนหัว แต่เห็นท่านมีความสุขในการที่ได้พูดคุยด้วย ผมก็คุยกับท่าน และฟังท่านไปเรื่อย ๆ เบา ๆ สบาย ๆ ผมจับประเด็นจากที่ท่านเล่าให้ฟังใน 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ การหัดฟัง และการฟังอย่างเซียน พ่อบอกผมว่าคนพูดเก่งมีโรงเรียนสอน มีคนทำได้เยอะ แต่คนฟังเก่ง ๆ ยังหายาก และไม่ค่อยมีการสอนกัน ไม่ค่อยมีการพูดถึงกันมากนัก

      เอาประเด็นแรกก่อนคือ การหัดฟัง ท่านบอกว่าเป็นประตูแรกที่เราจะได้ใจคนอื่นมา เพราะใคร ๆ ก็อยากจะให้ฟังเขา แค่ฟัง ก็ได้มาแล้วกว่าครึ่ง โดยมีเทคนิคดังนี้

  • สบตาคนพูดเสมอ อย่ามองไปที่อื่น เหมือนไม่สนใจ แต่ก็อย่าให้มากจนเหมือนการจ้องตา หรือที่พ่อเรียกว่า “ตามันฟ้อง”
  • ถามบ้างเป็นจังหวะดี ๆ การถามจะช่วยให้การพูดออกมา สามารถพูดได้ดี และได้ประเด็น แต่ก็ถามแบบอยากรู้ ใช่จะจ้องจับผิด ถามด้วยคำถามที่ให้เขาตอบสบาย ๆ อันนี้ผมเติมต่อให้ว่าน่าจะเป็นคำถามปลายเปิด คนฟังที่ดีจะต้องมามีทักษะการตั้งคำถามด้วย ตอนพูดคุยกันในวง “คุณอำนวย” ก็ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ด้วยว่ามีความจำเป็นที่คุณอำนวยต้องมีทักษะนี้
  • อย่าสอดแทรก ตรงนี้พ่อพูดถึงว่าการสอดแทรกเพราะสมองเราคิดที่จะพูดทันทีเมื่อเขาพูดจบ ทำให้กลายเป็นการสอดแทรก และตอนฟังก็ไม่มีสมาธิในการฟัง
  • อย่าเปลี่ยนเรื่อง อันนี้อันตราย เพราะสามารถเกิดความรู้สึกถึงขั้นบาดหมางกันได้ หรือเบาะ ๆ ก็ขาดไมตรีต่อกันทันที แม้บางครั้งอาจจะมีความจำเป็นอยู่บ้าง ก็ต้องใช้เทคนิคชั้นเชิงดี ๆ หากไม่มั่นใจ ยอมฟังไปก่อน โดยที่ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย เพียงแต่ฟัง
  • อารมณ์ของเรา (คนฟัง) ต้องระวัง และตรวจสอบเสมอ ไม่ควรโกรธหรือตื่นเต้นให้มากไปกับสิ่งที่ฟัง เพราะอาจจะไปเป็นการทะลุกลางปล้อง หรือไปขยี้ความคิดดี ๆ ของคนพูดเสีย
  • ตอบสนองต่อคนฟัง อย่างมีเสน่ห์ เช่นยิ้ม พยักหน้า ครับ ค่ะ อืม อ่อ ฯลฯ ที่ไม่มากเกินจนไปขัดจังหวะเขาในระหว่างที่พูด

     อ่านต่อ ฟัง: เซียนฟัง