อธิบายภาพ : เด็กๆ ชุมชนหนองบัวและชนบทในครอบครัวชาวนาไทยเดินเก็บข้าวตกหลังฤดูเกี่ยวข้าว 
                       วาดภาพ : วิรัตน์ คำศรีจันทร์ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๓

  หลังฤดูเก็บเกี่ยวและนวดข้าว   ลูกหลานชาวนาและเด็กๆในชนบท จะมีของเล่นด้วยกันอีกอย่างหนึ่งคือ พากันเดินออกไปตามท้องนาที่เขาเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว เพื่อเดินเก็บข้าวตก นำไปนวดและขายหาเงินเป็นของตนเอง 

ข้าวตกเป็นรวงข้าวที่หลงเหลืออยู่ในท้องนาหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งจะเกิดจาก ๒ ลักษณะ คือ เล็ดรอดคมเคียวในขณะที่เกี่ยวข้าว มือกำรวงข้าวไม่หมดหรือเครื่องเกี่ยวข้าวดึงเข้าเครื่องได้ไม่หมด กับเป็นรวงข้าวที่ร่วงหลุดมือไปเล็กๆน้อยๆในขณะการรวบมัดข้าว

การเก็บข้าวตก โดยมากจะเป็นกิจกรรมพากันเล่นของเด็กๆ แม่บ้าน ผู้สูงอายุที่ยังเดินได้และไม่อยากอยู่กับบ้านอย่างว่างเปล่า โดยจะพากันออกไปเดินตามท้องนาหลังจากเกี่ยวข้าวและขนข้าวออกจากนา รวมทั้งก่อนที่ฝนแรกหรือฝนชะลานและฝนชะช่อมะม่วงจะลง 

ห้วงเวลาดังกล่าวนี้ แดดจะจ้า ฟ้าโปร่ง แผ่นดินแห้งและเริ่มแตกระแหง การเดินเก็บข้าวตกจึงเป็นการเดินไปในท่ามกลางเปลวแดดที่ร้อนแผดเผา มองไปเห็นไอร้อนไหวเป็นตัวแดดวิบๆ เดินเสาะหาไปตามซังข้าว ไร่หนึ่งก็จะพบข้าวตก ๒-๓ กำมือ และ ๑๐-๒๐ ไร่ก็จะรวมกันได้สัก ๑ ถัง กว่าจะเก็บได้ทีละรวงก็จะต้องเดินด้วยตีนเปล่าเป็นร้อยๆก้าวและครึ่งค่อนไร่นา

ขณะเดียวกัน ก็เป็นช่วงที่น้ำในนาจะแห้งขอดและอาจมีกุ้งหอยปูปลาตกค้างตามแอ่งน้ำขัง รวมทั้งจะมีผักผลไม้ตามธรรมชาติ เช่น พุดทรา มะขามป้อม มะค่าแต้ ผักอีซึก ผักอีนูน สุกและมีให้เก็บมาเป็นอาหารการกิน เด็กๆ จึงจะได้เก็บข้าวตกพร้อมกับหาขนมกินจากผลไม้ต่างๆตามต้นไม้ พร้อมกับจับหอยปูปลาและเก็บผักไปให้พ่อแม่ทำอาหาร สนุกและเพลิดเพลินจากการผจญภัยเป็นกลุ่มจนลืมความเหน็ดเหนื่อยและร้อนตับแทบแตก

เมื่อได้กำหนึ่งก็จะนำมารวมกันและตีให้เมล็ดข้าวหลุดออกจากฟาง เดือนหนึ่งหรือสองสามเดือนจึงจะได้ข้าวเปลือกสัก ๑ ถัง จึงนับว่าการเก็บข้าวตกเป็นแรงงานแห่งความพากเพียร เชื่องช้า รอคอย ยากลำบาก ซึ่งบางครั้งพ่อแม่และผู้ใหญ่เห็นความขยันตั้งอกตั้งใจ ก็อาจจะนำข้าวเปลือกที่นวดแล้วมาเติมให้ เป็นรางวัลที่เน้นกระบวนการให้อย่างมีความหมาย เด็กๆก็จะได้ข้าวเปลือกจากแรงงานและความทุ่มเทของตนสัก ๑ ถัง ในยุคที่ผมเป็นเด็กนั้น ข้าวเปลือกถังหนึ่งจะราคา ๑๐-๑๔ บาทซึ่งจะสามารถซื้อกางเกงนักเรียนได้ ๑ ตัว

เมื่อขายได้เงิน ก็แล้วแต่เด็กๆจะนำเงินไปใช้ หากเก็บหลายคนก็นำมาหารกัน บางคนก็มอบให้พ่อแม่เป็นเครื่องกราบนอบน้อมรำลึกพระคุณพ่อแม่ให้เป็นกำลังใจพ่อแม่ บางคนก็หยอดกระปุกออมสิน บางคนก็นำไปซื้อขนมกิน บางคนก็นำไปซื้อหนังสือ ชุดนักเรียน บ้างก็เก็บไว้เที่ยวงานประจำปีเพื่อเป็นค่าเข้าดูดนตรีลูกทุ่ง หนังล้อมผ้า มอเตอร์ไซค์ไต่ถัง ใส่บาตรพระศรีอาริย์ ซื้อปลาหมึกย่าง อ้อยควั่น ขนมถังแตก และโป่งสวรรค์ พ่อแม่และผู้ใหญ่จะช่วยนำข้าวไปขายหรือตวงขายไปพร้อมกับรถที่เข้ามาซื้อข้าวแล้วมอบเงินส่วนนี้แก่เด็กๆ ให้สิทธิแก่เด็กๆที่จะใช้และบริหารจัดการเงินส่วนนี้ด้วยตนเอง.