221.หลากเรื่องราวพัฒนาจิต หลากชีวิตการค้หาตัวเอง
หนังสือ"สานจิต" ทีมงาน gotoknow เป็นตัวแทนของสมาชิกที่มอบหนังสือร่วมกิจกรรม จับฉลากและได้จัดส่งมาให้ได้รับ เมื่อวันที่ 15 มึค.2553 เป็นหนังสือของ ดร.ขจิต ฝอยทอง ที่นำมาร่วมการแลกเปลื่ยนหนังสือในเดือนแห่งความรัก เมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ 2553 แต่ยังอ่านไม่จบทุกเรื่อง "สานจิต" รวบรวมบทความบางส่วนจากจุลสาร สานจิตเพื่อให้ง่ายต่อการอ่านทบทวน ค้นคว้าหรือสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้สนใจที่จะเข้ามาร่วมพัฒนาประเด็น สุขภาวะทางจิตวิญญาณ
ไม่ว่าจิตวิญญาณ จะหมายถึงอะไรก็ตาม โดยนายแพทย์ ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
หนังสือ สานจิต รวบรวมจากจดหมายข่าวสานจิตสื่อสารใจ โยงใย พัฒนาจิต สรรค์สร้างสังคม แผนงานการพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิ สดศรี-สฤษดิ์วงศ์(มสส.)ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ฯลฯ มี 40 เรื่องสั้น 263 หน้า ขอนำหมวด "เล่าขาน ความในใจ" มาฝาก

"ใจหาย"
บางครั้ง เราเผลอคิดไปว่าสิ่งที่มีอยู่จริงและสำคัญที่สุดนั้น นั่นก็คือร่างกาย(Physical body)เพราะเราเห็นได้ สัมผัสได้ จับต้องได้เราลืมไปว่าแท้จริงแล้วเรามีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเสียยิ่งกว่าชีวิตที่เรามองเห็นเสียอีกนั่นก็คือ จิตใจ(Soul)และจิต วิญญาณของเรา(Spirtual)
ทุกลมหายใจที่เราหายใจเข้าออก ทุกย่างก้าวที่เราก้าวเดิน ล้วนแล้วแต่สำคัญต่อทุกๆห้วงเวลาแห่งการมีชีวิตของเราทั้งสิ้นและสำคัญต่อจิตใจของเราเช่นกัน ในทางตะวันออก โดยเฉพาะปรัชญา เวทาตะ(Vedanta) ของอินเดีย จึงไม่ได้ให้คนภาวนาอะไรมากไปกว่าการใคร่ควรทุกขณะจิตว่า "ฉันเป็นใคร""ทำไมฉันจึงเกิดมา "และ"ทำไมฉันจึงเป็นฉันนี้" ถ้าดูผิวเผินเหมือนกับว่าคำนี้กวนสิ้นดี จะถามทำไมว่าฉันเป็นใครหลายคนคงตอบว่า ฉันก็เป็นฉันนะซิ ไม่เห็นมีอะไรน่าถามเลย แต่ขณะที่เรายิ่งใคร่ครวญยังไม่ได้คำตอบแต่เรากลับสัมผัสได้ถึงการค่อยกลับสู่การตระหนักรู้ภายในอย่างช้าๆ เริ่มค่อยๆเห็นว่า แท้จริงแล้ว ใช่หรือ เราคือ นายสมชายใช่หรือ เราที่เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นพนักงานทำความสะอาด เป็นหมอ หรือเป็นอะไรที่โลกนี้ จะจัดสรร บทบาท มาให้เราแสดง
เราลืมคำคุ้นเคยที่ว่า"โลกนี้คือ ละคร" เราทุกคนต่างมีบทบาทที่จะต้องดำเนินไป บางคน ก็เล่นหลายๆบทบาท เช่น เป็น ทั้ง แม่ ภรรยา น้องสาว นายจ้าง ลูกจ้าง เป็นเพื่อน เราคุ้นเคย อยู่กับบทบาทสมมุติเหล่านี้แล้วเราก็เชื่อว่ามันเป็นของจริง ยึดมั่นเอาไว้ไม่ให้มันเปลี่ยนแปลง เราเผลอเอาบทบาทที่แสดงในโรงละคร มายึดไว้เป็นเราจริงๆ แล้วเราก็ลืมบทบาทที่แท้จริงสำหรับการมาอยู่ในโลกนี้ของเรา
หรือแม้แต่ร่างกายของเรา เราคิดว่ามันจะไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งมันเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน ทุกวินาที ที่เซลล์เก่าตายไป เซลล์ใหม่เกิดขึ้นมา หมุนเวียนเปลี่ยนไป ขณะเดียวกันร่างกายที่เราเห็นได้ด้วยตานั้นก็ค่อยๆก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ หลายสิ่งหลายอย่างก็ค่อยๆเสื่อมสลายไป เช่นเดียวกับที่นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพิ่งจะค้นพบและพิสูจน์ให้เราเห็น ในขณะที่พระพุทธเจ้าพบคำตอบนี้เมื่อ สองพันกว่าปีมาแล้ว ทุกอย่างต่างก็ต้องเสื่อมสลายเปลี่ยนแปลงไปทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วไม่ดับไป ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วดับไปทั้งนั้น และทุกอย่างก็ล้วนแล้วแต่เสื่อมไปเป็นของธรรมดา จะยึดไว้อย่างไรได้
มีเพียงสิ่งเดียวที่จะไม่เสื่อมสลายไปนั่นก็คือ จิตวิญญาณ หรือจิตใจ ของเรา แต่กระนั้นจิตก็ต้องการดูแล และการใส่ใจ เวลาเราป่วยไข้ทางกาย เราไปโรงพยาบาลหรือไปหาหมอ เพื่อการดูแลรักษาร่างกายของเรา แต่จิตใจที่ป่วยไข้ จิตวิญญาณที่ต้องการรับการรักษาเช่นกัน ในยามที่จิตวิญญาณเราป่วยไข้ เราจะพาจิตวิญญาณเราไปไหน ไปหาใคร คงไม่ใช่การไปพบจิตแพทย์ แน่นอน เพราะนั่นเป็นเพียงเรื่องจิตคิด เป็นแค่เรื่องจิตคิด(Mind)ไม่ใช่จิตใจ(Soul) หรือจิตวิญญาณ (Spirtual)
หลายคนเกิดอาการสงสัยว่า จิตวิญญาณอยู่ไหน หรือจิตใจของเราอยู่ตรงไหน ซึ่งแน่นอน ว่าเราไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา เพราะการจะสัมผัสจิตใจหรือจิตวิญญาณได้ ก็ต่อเมื่อเราใช้ใจสัมผัส เราไม่ได้สัมผัสจับต้องได้ด้วยมือ หรืออวัยวะแห่งกายเนื้อตาของเรา
เช่นเดียวกันในยามที่เราป่วยไข้ แท้จริงแล้วไม่ใช่กายเราป่วย จิตใจเราส่งเสียงเรียกร้องอยู่นานแล้ว แต่เราไม่เคยได้ยิน ไม่เคยสนใจฟัง ดังนั้นมันจึงต้องหาวิธีแสดงอาการให้เราเห็นนั่นก็คือ ความเจ็บป่วยทางกายภาพ
ในทางตะวันออก จึงมีหนทางมากมายที่เป็นไป เพื่อให้คนเรากลับเข้ามาสัมผัส และได้รู้จักกับจิตใจของตัวเอง ได้ดูแลจิตวิญญาณของตัวเอง
*ในทางพุทธ เราถูกสอนมาให้รู้จัก ฝึกวิปัสสนา สมาธิ
*ในทางฮินดู ก็เช่นกันนั่นคือการสวดมนตรา การบูชา และการนั่งสมาธิ
*ใน ทางคริสเตียน เราสามารถกลับเข้าไปหาจิตวิญญาณแห่งพระเจ้าได้ ด้วยการอ่านพระคัมภีร์ และการเข้าเงียบเพื่อรู้จักที่จะฟังเสียงข้างใน
* ในทางอิสลาม ก็เช่นเดียวกันแต่ละวันแต่ละเวลาที่เราละหมาด นั่นมิใช่เพื่อสิ่งใดเลย แต่เพื่อการตระหนักรู้ในจิตวิญญาณ และชำระจิตใจเราให้บริสุทธิ์เพื่อสัมผัสกับพระเจ้า
หลายๆแนวทาง มีแนวคิดคล้ายๆกันนั่นก็คือเรามีภาระในการเกิดมาบนโลกนี้และใช้ร่างกายที่มีอยู่นี้เป็นเครื่องมือแห่งการแสวงหาทางจิตวิญญาณและพัฒนาจิตใจและจิตวิญญาณของเรานั้นให้สูงขี้นๆไป หรือไปสู่การพ้นทุกข์นั่นเอง
ดังนั้นแม้โลกนี้ จะมีหนทางอันหลากหลาย แต่กระนั้นก็เป็นไปเพื่อการเดียวกัน นั่นคือ การค้นหาใจ แล้วก็ระวังไม่ให้ "ใจหาย" แค่นี้เราก็อยู่ได้แบบเหนือสุข เหนือทุกข์แล้ว
"ใจหาย " เขียนโดย ธนิษฐา แดนศิลป์
ขอบคุณ ดร.ขจิต ฝอยทอง ที่มอบหนังสือ"สานจิต"เป็นหนังสือที่ดีมาก เป็นตัวอย่าง เป็นแนวทางในการปฏิบัติตน ฯลฯ

ทักทายคืนพระจันทร์ใกล้จะเต็มดวงค่ะพี่ดา
วันนี้เวียงเจียงใหม่ เป็นไงบ้างเอ่ยคะ ดอกจานบานหรือหุบไปแล้วคะพี่ ;)
ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็น่าจะตกพรำ ดอกไม้เมืองหนาว จะเริงระบำ ฮัมเพลง
... จิตวิญญาณ ยังคงมั่น มิแปรผัน ไปตามกาล ... ขอบคุณเรื่องราว สานจิต ค่ะพี่ดา
นึกถึงเพลง not only take me to your heart, but also take me to your soul
แล้วก็เหมือนรู้ใจ เพลงนี้ก็ซัฟเฟิล ขึ้นมาพอดี ฝากส่งไปให้พี่ดาด้วย ฝันดีนะคะ;)
สวัสดีค่ะพี่ดา
อ่านเพลินเลยค่ะ.... ถูกใจมาก
พี่ดาสรุปความตอนท้ายไปอย่างน่าประทับใจ
ขอบคุณมากๆ นะคะที่อ่านแล้วนำมาสรุปแบ่งปันความสุขแก่มวลมิตรชาว G2K
ด้วยความระลึกถึงค่ะ
สวัสดี ครับ คุณกานดา
ภาษาของธนิษฐา แดนศิลป์ ท่าจะอ่านเข้าใจได้ง่าย นะครับ
ขอบคุณ บันทึก เล่นคำ ที่น่าค้นหามาก ๆ เลย นะครับ
ได้ข่าวว่าพี่ครูใจดีทานมะม่วงติดคอไปแล้วครับ
ไม่ยอมแบ่ง
ไม่ต้องไปหาอ่านที่ไหนแล้ว พี่ดาอ่านและสรุปเขียนเป็นบันทึกแล้ว ดีมากเลยค่ะ เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้เรื่อง อยากอ่านแต่ไม่มีเวลาอย่างบี๋ค่ะ
ขอบคุณนะคะพี่ดา :-)
สวัสดีค่ะ คุณpoo
ค่ะพรุ่งนี้ชาวเชียงใหม่ก็เดินขึ้นดอยกันแล้ว ก็ไม่ทราบปีนี้ฝนจะตกไหม ปีที่แล้วตก ดอกจานคือดอกทองกวาวใช่ไหม บานร่วงไปแล้วค่ะ ตอนนี้ดอกหางนกยูงฝรั่ง บานสวยสว่างไปหมด ทุกต้น แล้วก็อินทนิลบกกำลังบาน พี่ดาเก็บภาพมาสวยหวานมาก สีชมพู และสีม่วง สีชมพูให้ชมก่อนนะคะ
สวัสดีค่ะคุณครูใจดี
หนังสือปกสวยมากค่ะ ต้องค่อยอ่านๆที่ละเรื่อง ยังไม่จบเลย ได้ข้อคิดได้ทราบว่าคนใจดีมีแบบไหน บ้าง ฯ ใจหาย พี่ดาชอบชื่อ สะดุดใจดีค่ะวันนี้ทานมะม่วงแล้วคืดถึงนะคะ
สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี
ค่ะทุกเรื่องในเล่มนี้น่าอ่านค่ะได้อ่านหัวข้อเรื่องหมดแล้วไม่ได้อ่านเรียงหน้า อ่านกระโดดข้าม ที่สนใจมากก่อน คำใน ใจหาย เข้าใจง่ายและชัดเจนดีค่ะ
สวัสดีค่ะอ.สามารถ
มะม่วงสุก...ข่าวลือ..ผิดแล้วค่ะไม่ติดคอแน่นอน ไม่เชื่อไปลองชิมซิพี่ดายกไปไว้ที่ปลาแล้ว ชื่อก็เพราะ "มหาชนก"
สวัสดีค่ะน้องบี๋
อ่านที่พี่ดาเข้าใจดีก็ดีใจค่ะ ไว้จะเลือกเรื่องอื่นๆลงบันทึกอีก เวลาพี่ดาเห็นหนังสือเล่มหนาๆหน่อย ต้องใจยาวๆ หนังสือที่อ่านเร็วๆคือ หนังสือต้นไม้ดอกไม้ค่ะ แต่ที่แน่ๆ ต้องท่องสมุนไพร ดิดหนักอยู่เลยค่ะว่าจะจำอย่างไรได้หมดดี
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ดามาเยี่ยมดึกอีกแล้วค่ะ..ขอบคุณค่ะมะม่วงน่าทานมากๆค่ะ.. ..สมกับที่ชื่อ "มหาชนก" ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณอิงจันทร์
การอ่านหนังสือเราต้องตั้งใจและอยากอ่านนะคะไม่เหมือนตอนเรียน เมื่อก่อนพี่ดาไม่ขยันก็อ่านน้อยลงมาก แต่มาอยู่ gotoknow มีความสนใจอ่านมากขึ้นมากเพื่อมาลงบันทึก แบ่งปันกัน และเป็นการอ่านซ้ำและทบทวน เตือนให้ปฏิบัติไปด้วย และบอกต่อเพื่อนๆได้อีกเวลาแวะมาหากัน รวมทั้งได้ความรู้ได้ชมภาพที่ไม่เคยทราบในgotoknowเพื่ม ซึ่งดีมากขึ้นไปอีก
ค่ะคืนนี้พี่ดาจะฝันดี ขอให้ฝันดีเช่นกัน ขอบคุณนะคะ
สวัสดีค่ะคุณครูrinda
นอนได้แล้วค่ะ เดี๋ยวต้องไปเหนื่อยกับนักเรียน มีกิจกรรมวันวิสาขบูชาหรือเปล่า มะม่วงปลูกที่สวนแม่ริมค่ะ นอนนะคะพี่ดาก็จะนอนค่ะ หลับฝันดีๆกันนะคะคืนนี้
สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยม มะม่วงที่สวยงามมากค่ะ แลดูน่าอร่อย พันธุ์อะไรหรือคะพี่
สวัสดียามเช้าค่ะคุณเกด
ค่ะมะม่วงจากสวน ผิวเปลือกงามเป็นพิเศษ สมกับชื่อ"มหาชนก"ค่ะ หวานหอมอร่อยค่ะเพราะคุณปู่ปลูกธรรมชาติจริงๆ
ขอบคุณพี่กานดามากครับ ที่ช่วยเติมเต็มบทความให้สมบรูณ์ เกษตรกรส่วนมาที่เข้ามารับการฝึกอบรม มักจะเข้ามาอ่าน แต่ไม่ค่อยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ส่วนมากจะโทรเข้ามาหาผมเลย ถ้าพี่กานดามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ช่วยใส่ไว้ในบันทึกของผมด้วยน่ะครับ จะขอบพระคุณยิ่ง นึกถึงพี่อยู่เสมอครับ
สานจิต ที่ติดลึกถึงวิญญาณ
รู้ด้วยการฝึกเพ่งคร่ำเคร่งเสมอ
ขอบคุณ อ.ขจิต มิตรเพื่อนเกลอ
อีกทั้งเธอ คุณกานดา มาเล่าเอย
สวัสดีค่ะพี่ดา
สวัสดีค่ะพี่กานดา
เมื่อคืนเราสวนทางกันค่ะ ฮิ ฮิ
จึงไม่ได้ขอบคุณ ที่เอามะม่วง "มหาชนก" ไปฝาก สีสันสดสวย น่าทานมากๆ
ไม่มาเปล่านะคะ พาหลานอีกคนมามาเยี่ยมป้าดาด้วย ค่ะ คนนี้แหละที่ไปเรียน ศิลปากร
น้องเนค่ะ