หลังจากที่ลุ้นคะแนนการสอบของน้องแตมมาหลายครั้ง ทั้งเสียใจ ร้องไห้ กำลังใจฮึดสู้แต่ละรอบของการสอบ จนมาสุดท้าย ระบบ admission ที่ครั้งนี้น้องแตมบอกว่าไม่น่าจะพลาด ไม่หลุด ต้องได้เรียนคณะใดคณะหนึ่งแน่นอน

        ผู้ปกครอง พ่อแม่ มีส่วนสำคัญในการเตรียมตัว ส่งเสริมให้ลูกได้เรียนในขั้นอุดมศึกษา ที่เปิดสอบใช้ระบบการคัดเลือกแบบใหม่มาก ๆ เรียนรู้กันไปทั้งลูกสาวและคุณแม่ ติดตามข่าว การสอบ การคิดค่าคะแนน คำนวนว่าจะได้เรียนคณะอะไร น้องแตมชอบไหม จบแล้วมีงานรองรับหรือไม่ เป็นเรื่องที่เครียกันมาก ๆ ทั้งพ่อ แม่ คุณตา โดยเฉพาะคนเรียน บอกว่าอยากเรียนเป็นคุณหมอ พ่อแม่ ตา ไม่อยากให้เป็นหมอ สงสารลูก ต้องเรียนและทำงานหนักมาก ถึงแม้ค่าตอบแทนจะดีมาก ๆ แต่คุณภาพชีวิตจะมีความสุขไหม แล้วน้องแตมจะเป็นหมอที่ดีได้ไหม โชคดีที่คะแนนไม่ถึง ลองสอบแล้ว ไม่ได้  เปลี่ยนเป้าหมายมาเรียนสายทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ เพื่อนที่เป็นหมอแนะนำว่าเรียนทางสายนี้ไว้ดีกว่า ไม่อยากทำงานด้านนี้ ยังสามารถไปทำงานด้านอื่นได้ ใจจริงอยากให้น้องแตมเป็นครู หรือให้เรียนทางวิทยาการจัดการ เรียนบริหาร บัญชี หรือศิลปมากกว่า น้องแตมไม่ชอบ ไม่เลือก ยืนยันอย่างเดียวจะเป็นนักกายภาพบำบัด แม่บอกว่างานหนักนะคะ พ่อก็บอกว่างานหนัก น้องแตมบอกว่าชอบและเลือกแล้ว น้องแตมเลือกกายภาพบำบัดทั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม่ตามใจ รอลุ้น จนผลออกมาได้อันดับหนึ่งที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น โชคดี ได้เรียนใกล้บ้าน

        ในช่วงที่ไปสอบสัมภาษณ์ น้องแตมตื่นเต้นมาก เข้าห้องน้ำอยู่สีห้ารอบ แม่เดินไปส่งไว้ที่คณะเทคนิคการแพทย์ อาจารย์ท่านหนึ่งที่ร่วมงานกันเรื่องห้องปฏฺบัติการ การตรวจหาเชื้อโรค ทำวิจัยด้วยกัน อาจารย์บอกรอลูกสาวมาเป็นลูกศิษย์ คุณแม่ได้แต่ยิ้ม ๆ บอกว่าน้องเปลี่ยนใจ ขอเรียนกายภาพบำบัด ไม่เรียน Lab  ไม่ชอบ อยู่กับเชื้อโรคทั้งวัน ไม่ได้คุยกับคน  ช่วงไปสอบสัมภาษณ์ มีผู้ปกครองนั่งรอกันอยู่หลายคนมาก  ทิ้งลูกสาวไว้กับพี่นักศึกษาที่ทำหน้าที่พี่เลี้ยงน้องปีหนึ่ง ฝากให้ดูแลต่อ คิดว่าน่าจะดูแลตัวเองได้ ฝึกให้ช่วยเหลือตัวเอง ไม่ใช่แม่ทำให้หมด  การสอบสัมภาณ์ อาจารย์ถามหลายคำถามมาก จะเล่าให้ฟังอีกครั้ง

        หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ ช่วงบ่าย ให้ไปจองหอพัก ที่จริงพักที่บ้านก็ได้ แต่ที่บ้าน ตัดสินใจแล้วว่าอยากให้น้องแตมเรียนรู้การใช้ชีวิตหอพัก การอยู่ร่วมกับคนอื่น การใช้ห้องน้ำ ห้องอ่านหนังสือ ห้องพักผ่อน ร่วมกับคนอื่น ๆ  รู้จักสังคมอีกแบบที่เอื้ออาทร น้องแตมจองหอพักได้ หอพักที่ 3 เป็นหอเก่า ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คิดว่าน้องแตมน่าจะอยู่ได้ เพราะว่าแม่บอกว่าอยู่ไม่ได้ก็กลับมาบ้าน น้องแตมตอบว่าแล้วเพื่อนร่วมห้องจะนอนกับใครละ เป็นห่วงเพื่อน กลัวว่าเพื่อนจะเหงา

        บททดสอบแรก ผ่าน รู้จักการเอื้ออาทร ห่วงเพื่อนร่วมห้องแล้ว

        เสาร์ อาทิตย์ นี้ ถึงเวลาที่จะช่วยน้องแตมเตรียมตัวเป็นนักศึกษาปี 1 น้องแตมขอเงินไปซื้อชุดนักศึกษาที่ถูกระเบียบ ไปซื้อเองบอกว่าแพง เมื่อวานชวนแม่ไปตลาดเลือกซื้ออีกสองชุด ชุดเตรียมตัวไปอยู่หอพัก ชุดชั้นนอก ชุดชั้นใน อุปกรณ์ของใช้ ที่หอพักจะเป็นห้องน้ำรวม มหาวิทยาลัยกำหนดให้เข้าหอพักพรุ่งนี้  ทั้งแม่และพ่อติดงานสำคัญ คงจะให้เดินทางไปเองก่อนพร้อมกระเป๋าเสื้อใบเดียวในตอนเช้า  แล้วถ้าอยากซื้ออะไรเพิ่มหรือขาดเหลืออะไร ให้กลับมาเอาที่บ้าน หรือซื้อเพิ่มที่โรงอาหารใกล้ๆ กับหอพัก เสื้อผ้าให้ซักเอง วันนี้ให้หัดซักชุดนักศึกษา ปรากฎว่า ซักกระโปรงก่อนเสื้อ คงต้องฝึกกันอีก

        บททดสอบที่สอง เรื่องซักผ้ายังไม่ผ่าน คงต้องได้สอนกันอีก ไม่อยากให้ส่งซักรีด อยากให้ประหยัด ถ้าซักเองไม่ไหว ก็ให้หัดใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ หรือนำกลับมาซักที่บ้าน แล้วรีดเอง

        บทเรียนก้าวแรกของน้องแตม  แม่ฝึกให้ตัดสินใจ คิดเอง ว่าจะใช้ชีวิตเป็นเด็กหออย่างไร พ่อแม่ คอยสนับสนุน ให้กำลังใจ และแม่อยากให้เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องทุกๆกิจกรรม และอยากให้จัดเวลาในการเรียน อ่านหนังสือไปพร้อมกัน บททดสอบบทนี้น้องแตมจะก้าวผ่านหรือไม่ คอยติดตามและให้กำลังใจต่อไป

        บทเรียนก้าวต่อไป ในเรื่องการเรียน ทางคณะเทคนิคการแพทย์  เชิญปกครองนักศึกษาปี 1 เข้าปฐมนิเทศ และให้พบอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นการส่วนตัว  ในตอนบ่ายวันพรุ่งนี้ 

ภาพนี้ถ่ายเมื่อไปสอบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

ยังไม่ได้ถามข่าวว่า น้อง ๆที่ไปสอบด้วยกัน ได้เรียนที่ไหน