ชีวิตที่เกิดมารับรู้แล้วว่า ความคิดคนมีทั้งความเหมือนและความต่าง

 

ในความเหมือน...ความคิดคนทำให้รู้ว่า

               เราไม่เคยโดดเดี่ยวและอ้างว้าง เพราะสิ่งรายล้อมรอบตัวเรา เป็นดังแนวร่วมอุดมการณ์ ความคิด และการกระทำ

 ......

 

               แล้วความต่างทางความคิด ก็ไม่เคยทำร้ายคนเช่นกัน  โลกของความต่างจึงเป็นความหลากหลาย   ที่มีพลังและวิถีที่พร้อมสรรพ ....กับการที่จะขับเคลื่อนไปบนความหลากหลายได้อย่างมีคุณค่า

 

 

แต่...

 

 

 

 

แต่...หากว่า คุณค่าของความต่าง นั้น เปลี่ยนเป็น “ความโหดร้ายที่เชือดเฉือน

ร่างกายและจิตใจ” แล้ว

              ย่อมเท่ากับว่า... ความต่างกำลังย่ำยีหัวใจของความเป็นมนุษย์อย่างร้ายกาจ

 

 

 ....

 

ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

หากถูกย่ำยีด้วยวิถีของความโหดร้ายบนคราบน้ำตา แล้วละก็!!!

นั่นย่อมหมายความว่า “เราถูกกดขี่ทางความทางความคิดและการกระทำอย่างสิ้นเชิง”

 ....

           

 

            บนคราบน้ำตา ที่ได้รับจากความโหดร้าย!! ...ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา จึงเหมือนว่า... เรากำลังเสาะแสวงหา “ความยุติธรรมในหัวใจของมวลมนุษยชาติ”  ที่กำลังโบยบินไปจากหัวใจ 

 

หัวใจของเรา

 

 


หากรู้ว่า...อีกไม่นานเราต้องจากโลกนี้ไปด้วยสัจธรรมของชีวิตแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับมาไตร่ตรองสาระที่ผ่านมาของเส้นทางชีวิต และรีบหาทางลงมืออย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่จำเป็นต้องมาก แต่ขอให้เกิดคุณค่ากับตนเองและส่งผลต่อไปให้ผู้อื่นได้

จากหนังสือ 24 ความคิดที่พึงพินิจก่อนตาย เรื่องที่เราต้องจากโลกนี้ไป

 

         ขอขอบคุณภาพจาก internet