ไตวาย  ไม่ตายไว  ความรักคือการมอบให้

จิตอาสาโกทูโน  ค่ายอาสาเยียวยาผู้ป่วยโรคไต 

ไปร่วมกิจกรรมที่ โรงพยาบาลหนองคาย  ผู้ป่วยโรคไต  " หัวข้อ ไตวายไม่ตายไว  "

  ภายใต้  THEM  ความรักคือการให้  วันที่  9  พฤษภาคม 2553

เต็มที่เลยคะ จิตอาสาทุกๆคน

 ท่านผู้อ่านทุกท่านคงจะเห็นจิตอาสา GTK ทุกๆท่านแล้วนะคะ ทุกคนมาด้วยใจ เสียค่ารถ ค่าน้ำมัน มากันเอง ยิ่งน้องพอลล่า มาเครื่องบินคะ มาจากกิจกรรมราชบุรี ก็มาเลยคะ

น้องสายลม  หรือที่เรียก น้องเดี่ยว กล้องคล้องคอ ภาพกลางบน

น้องนาง มณีวรรณ ตั้งขจรศักดิ์  เจ้าภาพแม่งาน ผู้เชิญจิตอาสา ภาพที่สอง  ยืนคนแรก  แล้วก็น้องกุ้งนาง มาพร้อมลูกชายคนเก่ง น้องแคน ผ้าพันคอยาวสีน้ำเงิน  น้องไก่กัญญา  ตึกอุบัติเหตุ   ทั้งน้องกุ้งน้องไก่  มาจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์   ต่อมาก็เป็นผู้ชายอีกคน เสื้อสีฟ้า ยืนกอดอก  น้องหนานเกียรติ  ต่อมาก็เป็นพี่ครูคิม แล้วก็เป็นรองผู้อำนวยการหญิง โรงพยาบาลหนองคาย  มาร่วมกล่าว ขอบคุณ ผู้มาร่วมงาน จิตอาสาทั้งลหาย แล้วก็มอบพระไสให้จิตอาสาทุกๆคน กลับไป

 

สำหรับน้องหนานเกียรติ กับพี่ครูคิม อยู่แสนไกลเลยคะ นั่งรถเป็น 10 ชั่วโมง น่าชื่นชมจริงๆ

และอาจารย์แผ่นดิน จากจังหวัดมหาสารคาม  นำนักศึกษามหาวิทยาลัยสารคาม มาร่วม ร้องหมอลำกลอน  พร้อมหมอแคนเป่าแคน  หลายเพลง  ถูกใจคนป่วยมากคะ 

 เพราะหมอลำอีสานฟังออก จึงม่วนชื่นโฮแซว ถูกใจจริงๆๆๆ

 ดูหน้าตา  บรรดาจิตอาสา คะ  รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้หญิงเสื้อสีเขียวอ่อน ตัวเล็กๆ ที่มอบของที่ระลึกให้จิตอาสา ผู้มาร่วมกิจกรรมทุกๆคน 

 มอบพระไสที่มีชื่อเสียงที่สุดของคนหนองคาย

 

ภาพมาจากบล็อค ของ อาจารย์แผ่นดินคะ ติดตามได้

 ติดตามบล็อคอาจารย์แผ่นดินได้คะ สำนวนนักเขียน เขียนแล้วสุดซาบซึ้งกว่า  ภาพก็สวยกว่าคะ  และเขียนได้โดนใจ  ความรู้สึกที่เขียนมาเป็นตัวหนังสือโดนความรูสึกจริงๆคะ

http://gotoknow.org/blog/pandin/357721 กดอ่าน จากอาจารย์แผ่นดินได้เลยคะ

GO TO KNOW GO  TO  NONGKHAI  (ว่าด้วยหัวใจ...  ทัศนคติ ... ความรัก...)

ผู้หญิง ที่เห็นทางซ้ายมือรองผู้อำนวยการ รพบ. พร้อมน้องไก่ กัญญา  พี่ครูคิม และผู้เขียนคะ

เห็นอาจารย์แผ่นดินไหมคะ  และนักศึกษาทีมงานมาร่วมให้ความสุขสนุกสนาน แก่คนป่วยพร้อมร่วมเล่นกิจกรรมคะ  ภาพกลาง คนป่วยเสื้อขาวบอก  ขอแจมร้องหมอลำด้วยคะ

นี่เป็นบรรยากาศทานอาหารเที่ยง...... วันทำกิจกรรม วันที่ 9 ทานแล้วก็จะไปทำกิจกรรมต่อคะ อาหารก็ที่เห็นๆๆแหละคะ อาหารของคนอีสาน น้องหนานเกียรติชอบมากเลย  แซบ แซบ

ภาพนี้เป็นภาพกิจกรรม คล้ายตระหนักรู้ ว่าตอนนี้ป่วยอยู่ แต่ก็ไม่ต้องห่วง เพราะคุณหมอที่นี่ ยังคอยดูแลและให้กำลังใจ  หมดทุกๆๆคน ใครจะอยู่ระยะไหนก็ตาม  และจิตอาสาก็มาให้กำลังใจ  วันนี้ไม่ต้องคิดมาก  ให้ปล่อยจิตปล่อยใจ ให้รับความสุขในวันนี้ให้เต็มที่ ให้

ได้มากที่สุด เท่าที่จะรับได้ ได้เห็นเพื่อนร่วมชะตากรรม บางคน เขาทำใจได้  อายุเขาก็ยืน

จากภาพ คนมาร่วมเยอะมาก  แต่ช่วงนี้ ทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้ว  มีคนลดจำนวนลง เพราะได้เวลา ล้างไต  แต่ก็ยังมีคนมาร่วมมากในช่วงบ่าย  ก็พาทำกิจกรรมต่อไปเรื่อยๆๆๆ พากันนั่งสมาธิ  ตามจริง  จะมีภาพคนนอนร่วมกิจกรรมด้วย เพราะอนุญาตให้เอาหมอนมาด้วย  และคนเป็นโรคไต บางคน ไม่ว่าร้อนหรือเย็น  จะหนาวคะ  บางคนต้องหาผ้าห่ม มาห่มให้พิเศษ  หรือไม่ก็จะเห็นคนนั่งรถเข็น บางคนยังนอนอยู่ในโรงพยาบาล ก็เข็นกันมา 

พราะโอกาศที่คนป่วยคนไข้จะได้ยิ้มได้หัว  มันจะมีน้อย และอยากเพิ่มกำลังใจ ไม่ให้หดหู่

ภาพนี้ดึงมาจากน้องนาง   มณีวรรณ  ตั้งขจรศักดิ์ ตามล่าภาพมาประกอบคะ

 ผู้เขียนร่วมกิจกรรม ไม่ได้มีโอกาสเก็บภาพมาก แต่ทุกคนจิตอาสา  คงจะได้แลกภาพภาพซึ่งกันและกัน เพราะผู้เขียนก็จะไม่ค่อยได้รูปตนเอง เพราะไปถ่ายเก็บของคนอื่นคะ  จิตอาสาทุกคน พากันทำงานอย่างเต็มที่ ให้ได้ประโยชน์แก่ผู้ป่วยให้เขามีความสุขมากๆที่สุด เท่าที่เวลาจะอำนวยคะ

 

 จิตอาสาใครมีความสามารถอะไร ก็นำมา จะบอกเล่าเก้าสิบ ร่วมแสดง  ร่วมร้องเพลง ร่วมฟ้อนรำ  สุด สุด  ตัวกำลังสำคัญ  ที่พากิจกรรมไปตามเวลา เป็นพิธีกร จนจบรายการ  มีความสามารถ สร้างบรรยากาศให้คนป่วยได้ยิ้มและเรียกเสียงหัวเราะได้มากที่สุด  คือน้องเดี่ยว (สายลมชื่อในบล็อค) เป็นคนหนองคาย  แต่ไปทำงาน ที่ธนาคารออมสิน สาขามหาสารคาม  มีโอกาสได้กลับมารับใช้ชาติ   เอ้ย! ไม่ใช่  รับใช้ พี่น้องในท้องถิ่นของตน คนหนองคาย

ภาพข้างบนนี้  น้องเดี่ยว อยู่ภาพขวามือสุดท้าย  ที่ยื่นมือออกมา

  ให้คนป่วยแสดงท่านกเดิน เอามือไขว้หลัง แล้วให้คนป่วยเดินเด้งหน้าเด้งหลัง

 คงจะเหมือนนกกระจอกเทศเดิน   (ภาษาอีสาน ท่า นกระเด้าดิน )  5555

 ภาพนี้จิตอาสาโชว์ตัว แนะนำตัวทั้งหมด ว่าเป็นใครมาจากไหน อาชีพอะไร  น้องพอลล่าพาเริ่มกิจกรรม และเป็นหลักในการทำกิจกรรมให้จบ  ส่วนน้องนาง(มณีวรรณ  ตั้งขจรศักดิ์ ชื่อใน GTK) เจ้าของพื้นที่ นำคนไข้ มาสัมภาษณ์  ให้จิตอาสาเก็บความรู้สึกที่ได้มา และสอบถามรู้ตัวไหม ว่ามาแล้ว จะได้อะไรกลับไป จุดมุ่งหมาย ให้คนป่วย  (ลืมป่วย และมีความสุข)

มีช่วงหนึ่ง มีจิตอาสาร้องหมอลำ คงจะเป็นน้องกุ้งนาง  แล้วใครอีกหนา ช่วยกันร้อง  สนุกกันใหญ่เลยคะ  ไม่รู้ว่าผัยเป็นผัย  ป่วยหรือไม่ป่วย ผู้ที่ไม่ป่วย นอกจากจิตอาสาแล้วก็คือผู้ที่ดูแลคนป่วยอยู่ที่บ้านแล้วเป็นผู้พามา ต่างพาลืมความเจ็บปวด  ลุกขึ้นมาฟ้อนรำพร้อมกัน  ดูคนป่วยมีความสุขมากเลยคะ ยิ่งคนพามาและเป็นผู้ดูแลคนป่วยที่บ้าน  ก็พลอยได้คลายเครียด รำฟ้อนไปด้วยกัน ดูได้จาก หัวเราะ การได้ออกมาฟ้อนรำด้วย มาร่วมกิจกรรมด้วย ลืมความยากลำบาก ที่ต้องรับภาระดูแลคนป่วย  คนป่วยบางคนเรื่องแต่หนหลังจากที่ปลงตก หรือไม่สบายใจ ในเรื่องการเจ็บป่วยของตน  มาวันนี้ รู้สึกว่า  ตนเองมีคุณค่าในวันนี้มาก  รักกันมากขึ้น   และวันนี้ ก็ได้ให้คนป่วยมาแสดงความรู้สึก ที่ได้เป็นโรคนี้แล้ว จิตใจเป็นเช่นไร  บางคนรับไม่ได้ เมื่อตนเองเป็นใหม่ๆๆ  ถ้าไม่มีกำลังใจ อาจจะไปเร็วๆ (ตาย)  วันนี้ผู้ดูแลคนเจ็บอยู่ที่บ้าน เป็นผู้พามาร่วมด้วย  ก็ได้เปิดใจในการดูแลผู้ป่วยเล่าถึงการดูแลเอาใจใส่ ด้วยเป็นลูก เป็นเมีย เป็นแม่   บางคนอายุก็ยังน้อย สามีก็มาเป็นโรคไต  จะมีอาการเหนื่อยเร็ว  ทำงานหาเลี้ยงเมียไม่ได้เต็มที่  แต่ก็ยังดี ที่มีพ่อแม่เข้าใจ และให้ความช่วยเหลือ ลูกตนไม่ให้เสียใจ ต่อการที่จะต้องมาเป็นโรคไต  และมีสิทธิจะหายได้ถ้าเชื่อหมอ และปฏิบัติตาม   บางคนยังมีสายห้อย ที่เจาะออกมาจากท้อง ซึ่งถึงเวลาจะต้องรู้จักล้างไตด้วยตนเองให้ได้  นอกจากจะดูแลตนได้แล้ว จะต้องมีกำลังใจสู้ต่อไป  ถ้าแข็งแรงอาจเปลี่ยนไตใหม่แทนได้ 

และการที่คนป่วยรู้จักช่วยเหลือตนเอง บางอย่างทำเองได้ไม่ต้องพึ่งหมอ

ก็ผ่อนหนักเป็นเบา แบ่งเบาภาระให้คุณหมอได้มาก เพราะการล้างไตมันใช้เวลา  และคนเป็นไตก็ช่างมีจำนวนมากๆๆ ขึ้น ต้องเรียนรู้การช่วยเหลือล้างไตตนเอง และคุณหมอจะคอยให้กำลังใจ  ไม่รู้ผู้เขียน เขียนล้างไต ที่คนไข้ต้องทำเอง  ใช่เรียกแบบนี้หรือเปล่า

จะเห็นว่าคนป่วย คุณหมอให้ล้างเอง  และมีคนป่วย พอใจ ที่ได้ทำเอง  เพราะตนเองก็อยากดูแลตนเองอยู่แล้ว  คนไข้คนหนึ่งได้บอกเพื่อนๆ ว่าตนทำเองได้  ไม่ต้องให้ลูกสามีมาลำบาก ไม่อยากให้เป็นภาระ  เขาทำเองเพราะมันต้องระวังแผลติดเชื้อ   แม้แต่การดูแล อาหารการ บริโภค ของรสจัด  เขาก็ต้องห้ามจิตใจตนเอง และคิดปลง ไม่คิดมาก  ผู้ป่วยบางคน  ยอมรับสภาพ  และดีใจมาก ที่ได้มาร่วมสนุกอย่างนี้  เพราะเขาก็เงียบเหงา มานานแล้ว  หาคนที่จะมาเยียวยาทางใจน้อยมาก  วันนี้ ได้มากมายเลย  และบางคนยังบอกจิตอาสาว่า  มาอีกนะ

 

เพื่อให้กำลังใจคนไข้ ถึงจะให้คนไข้ทำเองในการล้างไตก็ตาม    คุณหมอก็คอยเฝ้าดูอาการ ตามวันนัด เพราะถ้าทำไม่ถูกสุขลักษณะ  แผลติดเชื้อ  เรื่องใหญ่เลย  และผู้ป่วยบอกว่า  ไม่ชอบอากาศร้อน  เพราะแผลจะเน่า  และวันนี้ดีใจที่ได้จัดกิจกรรม มาพบเพื่อนที่เป็นโรคไตเหมือนตน  เขายังร่าเริง ช่วยเหลือตนเองได้ ตนเองจะเศร้าหรือเสียกำลังใจทำไม  คุณหมอก็อยากให้ คนไข้มีความสุข  จึงได้จัดงานนี้ขึ้น คุณหมอที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ใคร  คนไข้เรียก  คุณหมอนาง ก็น้องนาง  มณีวรรณ  ตั้งขจรศักดิ์ ของเรานี่เอง คนป่วยเรียก หมอนาง

ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร (ผัยเป็นผัย)ดูภาพก่อนนะคะ แล้วจะบรรยายตามหลังคะ

 ไปธุระก่อนคะ  ไปจัดรายการวิทยุคะ

ภาพนี้ดึงมาจากบล็อคอาจารย์แผ่นดินคะ

อาจารย์แผ่นดิน นำนักศึกษามหาวิทยาลัยมหาสารคาม มาโชว์การร้องลำกลอน  พร้อมหมอแคน  มีคนป่วยที่ชอบ ขึ้นมาร่วมรำแจม  สนุกสนานกันยกใหญ่  หัวเราะเฮ เฮ ตามๆๆกัน

ภาพอาจารย์แผ่นดินดูท่าเก็บภาพ   ถ่ายภาพเอานักศึกษาที่พามา ผ้าคาดเอวหมอลำชาย ผู้ร่วมทำกิจกรรม ด้วยจนจบรายการ  กิจกรรมเลิก ถึงได้กลับไป มีหนังสือที่เขียนเอง มาแจกด้วย ขอบคุณมากนะคะ ผู้เขียนก้ได้ 1ชุด ยังไม่มีเวลาอ่านคะ

อาหารเช้า....วันที่ 9 ที่โรงแรม พรรณทวีรีสอร์ท ริมโขง

ใครน้า...เสนอหน้า อุ้ยไม่ใช่ แหงนหน้าซะเท่

บางคนก็ตั้งท่า ซะ อือ ฮือ จะไม่อวบได้ไง มือและปากไม่ว่างเลย อืม อืม

นี่ก็อาหารรอบค่ำริมโขง ......ของคืนวันที่ 8 พฤษภาคม 53 ที่น้องนางเจ้าของพื้นที่ เตรียมไว้ต้อนรับจิตอาสาก่อนที่จะลุยงานพรุ่งนี้พร้อมน้องพอลล่า ก็วางแผนงาน ว่าใครจะทำอะไรบ้าง

แมลงที่เกาะอยู่แขนเสื้อพี่ครูคิม ชอบสีชมพูไม่บินหนี เกาะจนเลิก และดูอาหารจานหนึ่งในนั้น ก็เป็นเพื่อนๆๆแมลงตัวนี้แหละ  เขาทอดมาให้ชิม  มันๆๆๆดีคะ และดูอาหารแต่ละอย่าง รสเด็ด ของคนอีสานแซบ  แซบ ทั้งนั้นเลย มีต้มยำ  อ่อมปลา ตำมะละกอ ก้อยกุ้ง  ท่านเกษตรปรีดา ไม่กลัวพยาบาลว่าเลย  กำลังคนๆๆกุ้งสดๆๆ ภาษาอีสานเรียกก้อยกุ้ง  อย่าว่าเลย น้องพยาบาล ชิมแล้วชิมอีก  โดยเฉพาะป้าแดง(ชื่อใน GTK ยังไม่แก่เลย) พี่สุไม่เปรี้ยวเลยเค็มปรุงใหม่นะ  ผู้เขียนได้แต่หัวเราะ ก้อยกุ้งดิบ เป็นพาหะนำโรคอะไร สงสัยลืมสูตร มันน่าทาน จริง  ยิ่งน้องเกษตรปรีดา คนๆๆๆ (โค่เล่ๆๆๆภาษาอีสาน) ได้รสเด็ดเชียว  พี่สุขำ (ป้าแดง) นางพยาบาลชอบกินของดิบๆๆๆๆ  แล้วจะบอกคนไข้ว่าไงนิ่

น้องสายลม(ชื่อในบล็อค)เรียกกันน้องเดี่ยว ก็เทเอา เทเอา เบียร์เฮ็นเน็สซี่ ขวดเขียว         เสริพไป เสริพมา  ชักมึนๆๆ น้องเกษตรปรีดา ก็อ้ำ ๆๆ ก้อยกุ้ง แบบเมามันเลย น้องเดี่ยว(สายลม) พี่ปรีดาไม่เอาใบชะมวงแกล้มหรือครับ  พร้อมยกให้ดู  เดี๋ยวก่อน  น้องเกษตรปรีดาว่า น้ำลายไหยๆๆๆๆ  ลองเดี่ยวๆๆก่อน   อ้ำ อ้ำ ดูซิคะเปรี้ยวปากด้วย 

  น้องป้าแดง ชี้นิ้ว แมงนี้ก็แซบนะพี่สุ  รสชาติมันๆๆๆๆ ลองดู  แต่เขาว่ากินมากเมานะ พี่ครูคิมถ้าเมาพี่ครูคิมไม่ทานด้วยหรอก  ผู้เขียนไม่กลัวเมาแมง กลัวเมาเบียร์ที่น้องสายลม กับน้องเกษตรปรีดา เสริพผู้เขียน  ไปหลายแก้วแล้วนะ มึนๆๆๆ 

 สังเกตในจานแมง  ในจานนี้มีแมงกอก แมงกินูนยักษ์ ตัวที่เกาะเสื้อครูคิมตัวใหญ่ๆ  เคยเห็นแต่แมงกินูนตัวดำๆน้อยๆๆ ก็อร่อยอยู่แล้ว   ตัวใหญ่ยิ่งมันกว่าอีก แต่ทำไมตัวใหญ่จัง อยู๋โขงแมงตัวใหญ่ดีนะ  

ที่รับประทานอาหารค่ำแล้ว  ดูบรรยากาศ  ติดริมโขง ริมน้ำ ในเถียงนาธรรมชาติล้อมรอบสลืมสลือ  ถ้าสว่างกว่านี้  จะเดินลงไปชมโขง  นี่มันมืดแล้ว 

ผู้เขียนพักห้องเดียวในโรงแรมพรรณทวีรีสอร์ทกับน้องพอลล่า ซึ่งตื่นเช้าแล้ว เห็นน้องพอลล่ากำลังเขียน หรือกำลังวางแผน ที่จะขึ้นจอในงานพรุ่งนี้ 

วันนี้ เป็นวันที่ 8 พฤษภาคม 53  พึ่งได้มาเจอกัน เป็นวันรวมจิตอาสา ค้างหนึ่งคืน    

  ยังไปรเวทอยู่  กว่าทุกคน จะมาร่วมกันอยู่ในที่เดียวได้  แม่งานคือน้องนาง อือฮื้อ วางแผนได้ดีมากในการไปรับจิตอาสาแต่ละคน มาคนละแบบ  พร้อมทั้งดูแลจิตอาสาที่มาก่อนแล้ว  แทบจะต้องรอคอยว่า เวลานี้ ใครจะมาอีก และจะไปรับอย่างไร  ขอชื่นชมในการต้อนรับ จริงๆๆคะ  สามีน้องนาง  ขนาดไม่เกี่ยวข้องของงาน  เป็นเพียงสามีที่อยากช่วยแบ่งเบาภาระภรรยา ก็ยังรับเป็นภาระ ดูแลการไปรับจิตอาสาให้ที่สถานีรถโดยสารขนส่ง แม้จะค่ำมาก

ขากลับแล้ว ผู้เขียน ขับจิ๊บน้อยมา ขากลับมีคนขับให้ ใครเอ่ย ดูซิ หล่อยังไม่เสร็จ

ภาพนี้ น้องหนานเกียรติ  เป็นสารถี  ขับรถจิ๊บน้อบ  SUZUKI  แคริบเบียนโฟวีล  แทนผู้เขียนคะ  สบายเลย  ได้พักผ่อน ไม่ต้องเกร็งเพราะระยะทางมันไกลมาก  ตลอดระยะทางก็ชมนกชมไม้  ชมถนน  เมืองอุดร เป็นดินแดนแห่งข้าวหลามหรือเปล่า  มีคนมาโบกโยกย้ายส่ายสะเอว  ขายข้าวหลามตามถนน  ขายแบบนี้ช่างเสี่ยงดวงเหลือเกิน ไม่รู้ว่าคนจะมาซื้อหรือขายได้เท่าไร  แต่ก็พากันขายเป็นล่ำเป็นสัน แข่งขันกันอีกต่างหาก  เขาคงพออยู่ได้ ดีกว่าไม่มีอะไรทำเลย  ในรถจิ๊บคันนี้  ก็มีน้องไก่ประกาย บ้านอยู่ขอนแก่น ก็เลยมีเพื่อมานั่งเป็นเพื่อนอีก  ทั้งหมด 4 คนในรถ  บ้านผู้เขียนอยู่อำเภอกระนวน ถึงแล้วก็ไม่เลี้ยวเข้ากระนวน  ต้องขับรถไปขอนแก่นต่อ  เพราะต้องไปส่ง น้องหนานเกียรติ พี่ครูคิม ขึ้นรถทัวร์  และไปส่งน้องไก่ประกายบ้านอยู่สามเหลี่ยมขอนแก่นก่อน แล้วค่อยย้อนกลับกระนวน  

ก่อนจะไปส่งที่รถทัวร์  ผู้เขียนขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร ด้วยความเป็นคนขอนแก่น เลยถือโอกาสเลี้ยงอาหารต้อนรับ  น้องไก่ ประกาย  ก็เลยแนะนำว่า ร้านอาหารแซบนัว ภาษาอีสาน (แปลว่าอร่อยมาก) อยู่ตรงกันข้าม โรงพยาบาลศรีนครินทร์  อร่อย  ผู้เขียนเลยขับรถ  พามา ทาน 

 ในโต๊ะอาหาร  ก็จะเห็นเมี่ยงปลาเผา คือมีปลา มีเส้นข้าวปุ้น มีน้ำจิ้ม มีผักกลับแกล้ม  แต่ทุกคนก็เอาปลาเมี่ยงเผาทานกับ ตำบักฮุ่ง ตำมะละกอ อร่อยกว่า สำหรับตำมะละกอ สั่งสองรส ชาติ   แล้วก็สั่งอ่อม สั่งลาบ  สั่งต้ม  แล้วก็ข้าวเหนียว  ไม่ผิดหวังคะ อร่อยจริงๆๆๆ นี่แหละร้านแซบนัว  อยู่ตรงกันข้ามโรงพยาบาลศรีนครินทร์  ราคาก็ว่าเขาไม่ได้  ถ้าอยู่บ้านนอกอาหารแบบนี้ราคา จะไม่แพง  เพราะชาวบ้านก็มีอยู่แล้ว อ่อม ตำมะละกอ   แต่พออาหารเหล่านี้ขึ้นห้าง  อือฮือ  ราคา เปลี่ยนไปเลย  แกงเห็ดเผาะ  ถ้วยละ 70 บามนับเม็ดได้  แต่ก็อร่อยคะ  และทำได้พอเหมาะกับการทาน เพราะ สั่งมาอย่างละจาน จะมีอย่างละนิดละหน่อย  ทำให้เราได้ชิม  อาหารอิสาน  อย่างอื่นๆ ไปด้วย  แล้วแต่จะสั่ง

นี่แหละคะ  ที่มา พี่ครูคิมนำมาล้อเลียน ผู้เขียน เพราะนำเงินออกมานับ คือบอกว่ามีเงินเหลือจากเติมน้ำมัน หนึ่งพัน  ถ้ากินมากกว่านี้ ต้องไปกินอยู่ไกล้ตู้ ATM และกินแบบสุดหลุดโลก เผื่อเงินไม่พอจะได้กดเงิน  มากๆๆ  เกิดกิน เกินงบประมาณ  ด้วยทั้ง 2 ท่านชอบอาหารอีสานเป็นชีวิตจิตใจเลย  ยอมให้กินเต็มที่  พี่ครูคิมเย้า  กินอร่อย  กินอาหารสุดแสนอร่อยและแสนอิ่ม  ไม่ถึง 3 พันเลยก็อิ่มแล้ว พี่ครูคิมไปลาวมา ราคาอาหาร 3 แสนกีบคะ  ด้วยการกินของคนอีสานอาหารไม่แพงคะ  ถ้าไปกินแบบอื่น งบจะบานปลายแน่นอนคะ อิ่มเหมือนกัน  ราคาต่างกัน และสู้อาหารอีสานไม่ได้เลย แซบ แซบ ขริงๆคะ

สำหรับน้องหนานเกียรติ พี่ครูคิม  ถ้ามีโอกาสมาอีสานอีกที  รู้แล้ว  ที่ที่กินอร่อยไม่ถึง 3 พันบาทก็อิ่มได้รสชาติแบบสะใจคะ  มาเล้ย  มาเล้ยๆๆๆๆ  ร้านแซบนัว  มีเงินแค่ 500 บาทก็อิ่ม ถึง 4 คน แถมห่อกลับบ้านด้วย

ขอบคุณน้องไก่ ประกายนะคะ  ที่แนะนำร้าน น้องไก่ประกายบอกว่า  มาอีกครั้ง  GTK ขอนแก่นจะเลี้ยงเองคะ   จะได้ค่าโฆษณาให้เขาไหมนี่

  

ยังมีอีกนะคะ น้องนางพาตลุยเมืองหนองคาย  จะขึ้นบทใหม่ต่อไปคะ