ในอดีตคนเราเคารพให้เกียรติกัน แม้นต้นไม้ใบหญ้าเราก็ให้เกียรติกัน จะตัดฟันต้นไม้ก็ต้องขอขมา จะเด็ดดอกไม้ไปไหว้พระก็ต้องมีคาถาเชิญดอกไม้

คืนนี้เข้าไปอ่านบันทึกของน้องเบบี้ที่เขียนถึงดอกไม้หอมของไทย  เป็นบันทึกที่โดนใจมองเห็นสุขในธรรมของผู้ลงแรงปลูกลงแรงทำ มีข้อความที่คัดลอกมาบางตอนดังนี้ 

    "คิดว่าฤดูร้อนแบบนี้ต้นไม้ ใบหญ้าน่าจะเหี่ยวเฉาตาย แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเพราะเมื่อกลับไปเยี่ยมบ้านที่อ.ตากใบ ช่วงวันที่ 1-5 พ.ค. และได้ออกมานั่งเล่นที่ระเบียงบ้านซึ่งหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้ไทย ไม่ว่าจะเป็นโมก กุหลาบ มะลิ ไข่ไก่ กระดังงาสงขลา นมแมว การเวก จำปี มะลิซ้อน ข้าวใหม่ เป็นต้น เยอะแยะมากมายเก็บไปไหว้พระไม่หวาดไม่ไหว ถึงแม้ว่าอากาศช่วงนี้จะร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมากแต่ไม้ดอกแบบไทยๆเรากลับออกดอกสวยงามและส่งกลิ่นหอมอ่อนๆแต๊ะจมูกยิ่งนัก โดยเฉพาะแดดร่ม ลมตกในยามเย็น ลมพัดเอื่อยๆจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆของมวลมาลีเหล่านี้...ดีนักแล

 ดอกไข่ไก่ 1 ช่อ มีตั้ง 2 ดอก

 

   คุณแม่บี๋ชอบไม้หอมแบบไทยๆมาก ดังนั้นที่บ้านจึงมีดอกไม้หอมหลายชนิด ทุกต้นท่านจะเป็นคนลงมือปลูก ดูแลเอง และเก็บดอกไปไหว้พระด้วยตัวเองหรือบางครั้งก็ปล่อยดอกไว้ประดับบนต้นให้ร่วงโรยไปเองตามกาลเวลา"   

      ผู้เขียนเคยได้ยินได้ฟังมาว่าคนที่ปลูกต้นไม้หรือเลี้ยงสัตว์ ถ้าเราพูดดีด้วย ให้ความรัก ให้เสียงเพลง  ดอกไม้หรือสัตว์นั้นจะเจริญเติบโตให้ผลผลิตมากกว่า ต้นต้นไม้หรือสัตว์ที่เราพูดคำหยาบ หรือด่าว่าทุกวันๆ มันจะเหี่ยวเฉาไม่เติบโต 

    ในอดีตคนเราเคารพให้เกียรติกัน แม้นต้นไม้ใบหญ้าเราก็ให้เกียรติเคารพในคุณค่า จะตัดฟันต้นไม้ต้องทำพิธีขอขมาก่อน จะเด็ดดอกไม้ไปไหว้พระ ก็ต้องมีคาถาในการเชิญดอกไม้ ฟังดูแล้วมีความสุขทั้งต้นไม้และคนที่เด็ดดอกไม้ไปไหว้พระ ดังนั้นจึงขอฝากคาถาในการเชิญดอกไม้เพื่อเป็นการให้เกียรติและเคารพเจ้าของดอกไม้ ดังนี้

"..................

เจ้าดวงเอ๋ย

เจ้าดวงมาลา  

ไปวัดด้วยข้า

ไปทำบุญด้วยกัน 

เด็ดเจ้าวันนี้ 

จะไปสู่สวรรค์

ไปทำบุญด้วยกัน  

เถิดเจ้าดวงมาลา"

    ผู้เขียนเห็นว่าคุณค่าดุลยภาพแห่งความงามในการให้เกียรติกันทั้งคน สัตว์ สิ่งของ  เป็นความสุขที่อิ่มในธรรมชาติ ขอบคุณน้องเบบี๋ ขอบคุณคาถาเชิญดอกไม้ ขอบคุณความสุขที่ให้เกียรติกัน ขอบคุณธรรมชาติ