ศิลปกรรมเทิดพระเกียรติแค่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์

ช่วงปิดภาคเรียน  เป็นวันพักผ่อนที่ทำให้หายเหนื่อยได้บ้าง  พอมีเวลาว่างตรงกันครูกับศิษย์ก็ช่วยกันหาข้อมูลเกี่ยวกับการประกวดแข่งขันของหน่วยงานที่จัดประกวดแข่งขันทักษะด้านต่างๆ อันมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาคุณลักษณะของเยาวชน   ให้เป็นคนมีคุณภาพสมกับที่ครอบครัว   สถาบัน  และสังคมคาดหวัง    ในช่วงต้นปีก่อนปิดภาคเรียนผู้เขียนจะพูดเชิญชวนนักเรียน ให้เร่งพัฒนาตนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้  ด้วยการทำข้อมูลตารางค่ายทางวิชาการที่จัดขึ้นทั่วประเทศแจกจ่ายให้นักเรียนได้อ่าน   พร้อมรับอาสาส่งใบสมัครให้หากนักเรียนสนใจ  เป็นการอำนวยความสะดวก  เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย และทำให้นักเรียนไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง   แม้จะทำได้ในระดับหนึ่งแต่ก็ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวังนัก

           ในเดือนเมษายนปีนี้  จึงมีนักเรียนสมัครสอบแข่งขันเพื่อเข้าค่าย  A – CAMP  เกือบ 20 คน   แต่เมื่อถึงเวลาสอบ นักเรียนไปสอบไม่ถึงครึ่ง  นักเรียนที่สอบได้เป็นนักเรียนโรงเรียนจ่านกร้องเพียง  7 คน รวมลูกๆของเพื่อนฝูงญาติมิตร  อีก 4 คน รวม 11 คน   ซึ่งปีนี้ค่าย  A – CAMP  มหาวิทยาลัยนเรศวร  คัดเลือกไว้เพียง  40 คน  เท่านั้น ระยะเวลาเข้าค่าย  ตั้งแต่ 26 -30 เมษายน 2553  กิจกรรมค่าย A – CAMP  ทำให้นักเรียนเรียนรู้ประสบการณ์ที่ล้ำค่า    ก่อให้เกิดการพัฒนาในทุกด้าน   มีการจัดการแข่งขันนำเสนอผลงานที่ได้ค่ายในวันสุดท้าย    และเป็นความภาคภูมิใจที่นักเรียนโรงเรียนจ่านกร้องนายวสุ พญาพรหมและนายสถาพร สุขดี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (ยิ่งทำให้รู้สึกเสียดายแทนนักเรียนที่มีฝีมือดีอีกหลายคน ที่ไม่ไปสอบแข่งขันในครั้งนี้  ) 

  

การจัดแสดงนิทรรศการ
ระหว่างวันที่ 1 - 5 พฤษภาคม 2553 
                              ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ                                   

            ขณะที่ร่วมกิจกรรมในค่าย  พี่เลี้ยงค่ายจากคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาคอมพิวเตอร์  พี่ทีมงานจากค่ายกันตนา  และบุคลากรของ citcoms  ได้ทุ่มเทกับทุกกิจกรรมด้วยความตั้งใจ  นักเรียนทุกคนในค่ายดูมีความสุขกับการเข้าค่ายครั้งนี้  ดังภาพที่ปรากฏในจอโทรทัศน์ ที่นักข่าวไปสัมภาษณ์ออกรายการ  แต่ละคนดูสดชื่นแจ่มใส เพราะมีผลงานสร้างสรรค์มานำเสนอ  และคนที่ดีใจมากที่สุด  น่าจะเป็น นายสถาพร  สุขดี   นักเรียนชั้น ม.4.7   โรงเรียนจ่านกร้อง  ที่ได้รับข่าวดีทางโทรศัพท์จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติในวันนั้นว่าเขาได้รับโล่และเงินรางวัล  8000 บาท  เป็นรางวัลเหรียญทองแดง  จากการประกวดวาดภาพ ในหัวข้อ   “พระมหากรุณาธิคุณค้ำจุนมรดกไทย “  ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ   กระทรวงวัฒนธรรมและมหาวิทยาลัยนเรศวร  ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติแค่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ที่ทรงส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์   ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ 

        การจัดนิทรรศการ “ธ ทรงปกเกล้าฯ จากขุนเขาจรดทะเล” เป็นการส่งเสริมกิจกรรมสำหรับ “ทศวรรษสากลของชนเผ่าพื้นเมืองโลก” ระยะที่สอง             (พ.ศ.๒๕๔๘ – ๒๕๕๘) อีกทางหนึ่งด้วย ตลอดจนเป็นการส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ที่ประเทศไทยได้ให้การรับรองแล้ว เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๐

 

นายสถาพร  สุขดี  ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เกี่ยวกับภาพวาด

 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2553

 

 

การจัดแสดงนิทรรศการ  ครั้งที่ 2
จะจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม - 20 สิงหาคม 2553 
ณ หอศิลป์มหาวิทยาลัยนเรศวร (ส่วนสนามบิน) จังหวัดพิษณุโลก

นายธีระ  สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

มอบโล่และเงินรางวัลแก่ นายสถาพร  สุขดี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2553

     นายสถาพร  สุขดี  เคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศ จากการประกวดโปสเตอร์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ไปเมื่อต้นปี   รามเงินรางวัลที่นายสถาพร ได้รับในปีนี้  ประมาณ 14,000  บาท  ซึ่งนายสถาพรเก็บไว้เป็นทุนการศึกษา  เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน  นับเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชน  ที่ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ 

นายปรีชา  เรืองจันทร์  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก

มอบโล่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และเงินรางวัล 

จากการประกวดภาพโปสเตอร์สำมะโนประชากร ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ

            จึงบันทึกไว้ให้เป็นเกียรติแก่เยาวชนผู้มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูง   มีความอดทนและเพียรพยายามสร้างผลงานอันนำชื่อเสียงมาสู่คนเอง  ครอบครัว และสถาบันการศึกษา   เป็นความภูมิใจของคณะครูและเพื่อนพี่น้องชาวจ่านกร้อง  ที่ได้เห็นความสำเร็จ   และเชื่อว่าทุกคนยังมีความคาดหวังต่อไปอีกว่า   สักวันจะได้เห็นผลงานของ สถาพร  สุขดี  เผยแพร่ไปในระดับสากล