จันทร์ 19 เมษายน 2553
วันนี้มีการทำ KM หัวหน้าหอผู้ป่วย คุยกัน 3 กลุ่ม
- การบริหาร
- การบริการ
- การพัฒนาคนและวิจัย
เราอยู่กลุ่มการพัฒนาคนและวิจัย
สิ่งที่ทำงานวิจัยได้สำเร็จ
อยู่ที่หัวหน้าพาทำ คอยกระตุ้น คอยดูแล คอยช่วยเหลือ เป็นหัวหน้าโครงการฯก่อน ขอทุนวิจัยจะได้เป็นตัวบังคับให้เราทำให้เสร็จ มีคณะกรรมการฯคอยช่วยเหลือ จัดการอบรมให้
วันนี้มีการทำ KM หัวหน้าหอผู้ป่วย คุยกัน 3 กลุ่ม
- การบริหาร
- การบริการ
- การพัฒนาคนและวิจัย
เราอยู่กลุ่มการพัฒนาคนและวิจัย
สิ่งที่ทำงานวิจัยได้สำเร็จ
อยู่ที่หัวหน้าพาทำ คอยกระตุ้น คอยดูแล คอยช่วยเหลือ เป็นหัวหน้าโครงการฯก่อน ขอทุนวิจัยจะได้เป็นตัวบังคับให้เราทำให้เสร็จ มีคณะกรรมการฯคอยช่วยเหลือ จัดการอบรมให้
กลุ่มของเรามีพี่มาสิณี เป็น facilitator มีท่านรองวิชาการฯ พี่พวงรัตน์ เชาวเจริญและดิฉันเป็นผู้อำนวยการกลุ่มค่ะ
น้อง Note taker คุณคำผล สัตยวงษ์ ได้ส่งเรื่องเล่าของกลุ่มหัวหน้าตึกมาให้เพิ่มเติมค่ะ
น้องคำผล คนจดบันทึก
เริ่มต้น คุณหน่อย อัมพรกุลเวชกิจ เป็นผู้เล่าเรื่อง การทำ R2R ได้สำเร็จ โดยการทำโยคะเพื่อลดภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยจิตเวช ได้ทุนวิจัย R2R ของคณะแพทยศาสตร์ และได้รางวัลที่ 1 ในการนำเสนอผลงานวิชาการของคณะแพทยศาสตร์ มข
คุณหน่อย อัมพร บอกว่า
ควรขอทุนและขอจริยธรรมด้วย จะได้บังคับใจเราให้ทำงานวิจัยได้สำเร็จและเป็นที่น่าเชื่อถือด้วย
Knowledge assets ที่เราบันทึกไว้
|
ประเด็นหลัก/หลักการสำคัญ (Critical issues ) |
เรื่องเล่า/ตัวอย่างประสบการณ์ Story telling/ experience sharing)
|
|
1. ด้านการวิจัย
|
มีการตั้งเป้าหมายปีละ 1 เรื่อง/ หอผู้ป่วย/หน่วยงาน มีการจัดระบบในระดับแผนก หัวหน้าเป็นผู้เริ่มทำงานวิจัยก่อน ส่งเสริมบุคคลากรที่มีประสบการและผ่านการอบรมวิจัย มาเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย หัวหน้าต้องให้ความช่วยเหลือ พาทำและแนะนำในเรื่อง การค้นงาน หัวหน้าช่วยสนับสนุน สร้างแรงจูงใจ หัวหน้าต้องไม่หวงความรู้ ช่วยกันค้นคว้า การทำงานวิจัยต้องเริ่มจากเรื่องที่ง่าย และไม่ยุ่งยากเกินไป การขอทุนในการวิจัยจะเป็นตัวกระตุ้น/บังคับให้งานเสร็จตามเวลาที่กำหนด มองปัญหาที่พบในหน่วยงานเป็นหัวข้อการวิจัย เช่น หอสงฆ์ ทำเรื่อง Med error ส่งบุคลากรเข้าอบรม R2R จะต้องมากกว่า 1ครั้ง หัวหน้าหอผู้ป่วยต้องมีตารางในการติดตามงาน และให้ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง จัดพี่เลี้ยงให้/ มีกรรมการวิจัยเข้าไปกระตุ้นให้คำปรึกษา การแบ่งผลงาน(คะแนน)วิจัยที่เหมาะตั้งแต่เริ่มงาน งานวิจัยที่ขอทุนและขอจริยธรรมจะได้รับการคัดเลือกให้ไปนำเสนอที่ต่างประเทศ ควรเริ่มจากโครงการพัฒนางานก่อนแล้วค่อยพัฒนาเป็น R2R จัดเวลาพูดคุยทั้งนอก/ในเวลา มีการจัดทำฐานข้อมูลการส่งบุคลากรเข้าอบรม เพื่อเป็นการกระจายให้มีการส่งเข้าอบรมอย่างทั่วถึง |
|
2. การส่งบุคคลกรเข้าอบรม
|
มีการจัดทำฐานข้อมูลของคลลากรในเรื่องที่สนใจเพื่อใช้วางแผนในการส่งเข้าอบรม การส่งบุคลากรเข้าอบรมจะส่ง ในเรื่องที่บุคคลนั้นสนใจและสามารถนำมาพัฒนางานเพื่อขอผลงาน จัดหารเวทีการนำเสนอผลการอบรม
|
|
3.การศึกษาต่อ (การอบรมเฉพาะทาง/ปริญญาโท)
|
ส่งอบรมเฉพะทางในผู้ที่ไม่ศึกษาต่อระดับปริญญาโท มีการวางแผนส่งบุคคลกรเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท
|
|
4. ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ
|
มีแผนการเลื่อนระดับที่ชัดเจนตั้งแต่ระดับแผนก มีการมอบหมายเรื่องที่รับผิดชอบ กำหนดเวลาในการอ่านงาน ส่งเสริมให้ทำตามเกณฑ์ ผลักดันคนที่หน่วยงานไม่คิดว่าจะทำได้ให้สามารถทำงานได้สำเร็จ จะเป็นแรงกระตุ้นให้บุคคลอื่นทำเช่นกัน มีการติดตามงาน เช่น ใช้เวลาว่างขณะรับประทานอาหารกลางวัน จัดระบบพี่เลี้ยงและ buddy โดยเพื่อนช่วยเพื่อน จัดวันวิชาการประจำ Ward เป็นการนำเสนอผลการเข้าอบรม มีการนำผลการอบรมมาต่อยอด ในการพัฒนางาน |
|
5.การพัฒนาบุคคลากร
|
จัดทำฐานพัฒนาบุคคลากร มีแผนการพัฒนาบุคคลกร ส่งเสริมการนำเสนอผลงาน จัดระบบพี่เลี้ยง การประเมินแต่ละรอบควรมีข้อตกลง ในการประเมินครั้งต่อไปว่าจะทำอะไร การประเมินครั้งต่อไปควรมีโครงการพัฒนางาน |
คุยกันเสร็จ คุณนุชจรีย์ หอมนาน นำเสนอผลงานค่ะ
องค์ความรู้นี้เป็นประสบการณ์จากการทำงานที่ต้องนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับงานและความรู้ทางวิชาการ
..........................
บันทึกเมื่อ 19 เมษายน 2553
ผู้บันทึก: นางคำผล สัตยวงษ์
......................................................
อุบล จ๋วงพานิช
มาเล่าต่อค่ะ
27 เมษายน 2553
นวตกรรมจากผลงานวิจัย เรื่อง “ ผลของการฝึกโยคะต่อความสุขและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า “
โดย น.ส.อัมพร กุลเวชกิจ,นางถาวร ภาวงศ์, น.ส.พิชญาภัค เสียงตรง,นางแสงจันทร์ ภูหลงเพียและนางเมรีย์ ราชสีห์
หอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
บทคัดย่อ :ผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า มีผลกระทบต่อผู้ป่วยหลายๆด้าน การทำกลุ่มโยคะเป็นการเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองให้กับผู้ป่วย เพื่อเป็นการศึกษาผลของการฝึกโยคะต่อความสุขและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า คณะผู้วิจัยได้จัดกลุ่มโยคะให้กับผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าขึ้น โดยทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทำคนละอย่างน้อย 4 ครั้ง ผลการวิจัยพบว่าผู้ป่วยมีความสุขเพิ่มขึ้นและมีภาวะซึมเศร้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ทระดับ 0.05
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา :
การเจ็บป่วยทางจิตเวชเป็นการเจ็บป่วยที่รุนแรงและเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก เพราะจากรายงานขององค์การอนามัยโลกพบผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเป็นอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจ 1 อาการสำคัญีคือ มีอารมณ์เศร้า เบื่อหน่าย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ สมาธิไม่ดี อ่อนเพลีย รู้สึกไม่มีค่า บางรายมีความคิดฆ่าตัวตาย ส่งผลต่อการมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุข นอกจากผลกระทบต่อตัวเองแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและสังคมอีกด้วย การรักษาโรคซึมเศร้าประกอบด้วย การรักษาด้วยยาต้านเศร้า การทำจิตบำบัด การทำกลุ่มบำบัดต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มฝึกโยคะ ซึ่ง การฝึกโยคะในปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นการออกกำลังกายชนิดแอโรบิค ที่ทำให้ร่างกายทุกส่วนได้ออกกำลัง เป็นการบริหารกายจิตใจไปพร้อมๆกัน เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างกายและจิตใจ ทำให้มีสมาธิมากขึ้น เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดของร่างกายและจิตใจ นำมาซึ่งความสงบสุข ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงสนใจจะศึกษาวิจัยครั้งนี้
วัตถุประสงค์ในการทำวิจัย : เพื่อศึกษา ผลของการฝึกโยคะต่อความสุขและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า ซึ่งกรอบแนวคิดการวิจัยใช้แนวคิดทฤษฎีปัญญานิยมของเบ็ค (Beck,1979)2
วิธีดำเนินการวิจัย :เป็นการวิจัยกึ่งทดลองชนิด One Group Pretest-Posttest Design(อรุณ2547)3
กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยจิตเวชที่เป็นโรคซึมเศร้าและโรคอื่นๆที่มีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย ที่เข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 50 คน ในช่วงเดือน สิงหาคม –ธันวาคม 2551
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบบวัดความสุข(กรมสุขภาพจิต)4,แบบประเมินอาการซึมเศร้า ใช้แบบวัด Hamilton Rating Scale for Depression-Thai(อัจฉราพร)5 คู่มือการฝึกโยคะและVCD การฝึกโยคะที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น สำกรับท่าต่างๆของโยคะ คณะผู้วิจัยเลือกใช้โยคะอาสน6
การเก็บรวบรวมข้อมูล : จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการฝึกโยคะแก่คณะผู้วิจัยและบุคลากรในหอผู้ป่วยจิตเวช จัดทำคู่มือและวิดีทัศน์ เรื่องการฝึกโยคะสำหรับผู้ป่วยจิตเวช ประเมินความสุขและภาวะซึมเศร้าก่อนและหลังฝึกโยคะการ ฝึกโยคะใช้ท่าทั้งหมด 20 ท่า โดยทำสัปดาห์ละ 2 ครั้งๆละ 1 ชั่วโมง รวมทำทั้งหมด 4 ครั้งต่อคน พร้อมทั้งติดตามความต่อเนื่องในการทำโยคะของกลุ่มตัวอย่างหลังจากกลับบ้าน 2 สัปดาห์
การวิเคราะห์ข้อมูล : โดยใช้การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ t-test และ Stuart-Maxwell
ผลการวิจัย
1) เปรียบเทียบระดับความสุขของผู้ป่วยก่อนและหลังหลังเข้าฝึกโยคะ พบว่า หลังเข้าโปรแกรมฝึกโยคะ กลุ่มตัวอย่างมีความสุขระดับความpoor และความสุขระดับ fair ลดลง ส่วนความสุข ระดับGood เพิ่มขึ้น อย่างมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (ดังตารางที่ 1)
2) เปรียบเทียบภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยพบว่า หลังฝึกโยคะผู้ป่วยมีภาวะซึมเศร้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ระหว่าง 6.24 ถึง 12.
3) ผลกการติดตามความต่อเนื่องในการฝึกโยคะต่อที่บ้านพบว่า มีการทำโยคะต่อเนื่อง 20 ราย คิดเป็น 40 %
บทสรุปที่ได้รับจากงานวิจัยครั้งนี้ :ได้จัดกลุ่มโยคะเข้าในตารางกิจกรรมกลุ่มของหอผู้ป่วยจิตเวช โดยทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และจากการมีกลุ่มโยคะช่วยให้เกิดการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกันทั้งผู้ป่วยกับผู้ป่วยและผุ้ป่วยกับพยาบาล
ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้
(1) ควรนำการฝึกโยคะไปใช้กับผู้ป่วยทางจิตเวชและโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคจิตเภท โรคเบาหวาน ฯลฯ รวมทั้งควรนำไปใช้กับบุคลากรทางด้านสาธารณสุขด้วยเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพกายและจิต
(2) ควรมีแนวทางในการกระตุ้นติดตามการฝึกโยคะต่อที่บ้านในเชิงรุกให้มากขึ้น เช่น การเยี่ยมบ้าน
เอกสารอ้างอิง
: http://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=1026
หมายเหตุ
งานวิจัยนี้ได้รับทันสนับสนุนจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการเข้าประกวดการนำเสนอผลงานวิจัยประเภทบุคคลทั่วไป(อาจารย์ ข้าราชการ)ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2552คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สวัสดีค่ะพี่แก้ว
มาเรียนรู้ KM กับพี่แก้วค่ะ
รายละเอียด มีครบถ้วน ดีมากเลยนะคะพี่แก้ว
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนและมา ลปรร กันค่ะ
สวัสดีค่ะพี่แก้ว
ติดตามอ่านผลงานพี่แก้วมานานแล้วค่ะ ก่อนเป็นสมาชิก G2K เสียอีก โดยหาข้อมลเรื่องดนตรบำบัดจาก Google แล้วพบข้อมูลของพี่แก้วเป็นประจำ จนติดตามอ่านจนได้เข้ามาสมัครเป็นสมาชิก G2K เนื่องจาก ตามรอยพี่แก้วมาโดยเฉพาะเลยนะค่ะ
ตอนนี้ในหน่วยงานเอง ก็เริ่มขยับๆ ทำ R2R ในเรื่อง ดนตรีบำบัดในผู้รับบริการที่มาตรวจสุขภาพ เนื่องจากกลัวการเจาะเลือด ( อานิสงค์มาจากอ่านข้อมูลวิจัยของพี่แก้ว เกี่ยวกับดนตรีบำบัดนี้แหละค่ะ แล้วเอาไปต่อยอดกับ ผู้รับบริการในหน่วยงานของตนเองว่าไปใช้ได้อย่างไร พบว่าผู้รับบริการจำนวนหนึ่งที่เป็นลมภายหลังการเจาะเลือด ตอนนี้เก็บข้อมูลมาระยะนึงแล้วค่ะ ซึ่งผลออกมาดีทีเดียวค่ะ แล้ววันหลังอุ๊ค่อยมา Share บ้างดีกว่านะคะ ( แต่เป็น R2Rแบบเด็กๆนะคะ)
ดีจัง
ทำแล้วมา ลปรร กันด้วยนะคะ
ตอนนี้พี่ทำ R2R _Music therapy RCT
ขอทุนได้แล้ว รอให้ผ่านจริยธรรมแล้ว
คงจะลงมือได้เร็วๆนี้ค่ะ
น่าชื่นชมมากครับ